คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การควบคุมคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558: ผู้ให้บริการต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต้องมีใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 มาตรา 16 และมาตรา 33 ส่วนรหัสแบบของใบอนุญาตทั้งสองซึ่งบทความนี้เรียกว่าแบบ สภ.๒ และแบบ ธภ.๗ หน่วยงานที่ออกใบอนุญาต และเงื่อนไขว่าพนักงานต้องผ่านการฝึกอบรมและการตรวจประวัติอาชญากรรม ต้องตรวจจากตัวบทและประกาศฉบับทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  2. การจัดสรรความรับผิด (Theft & Burglary Liability): ข้อจำกัดความรับผิดของผู้ให้บริการ (Limitation Cap) ควรกำหนดตามมูลค่าทรัพย์สินที่เฝ้าระวังและกรมธรรม์ประกันภัยจริง ซึ่งอาจเท่ากับมูลค่าความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยความซื่อสัตย์ (Fidelity Guarantee Insurance) โดยต้องตัดข้อยกเว้นกรณีพนักงานรักษาความปลอดภัยมีส่วนรู้เห็นในการโจรกรรม ส่วนช่วง 500,000 ถึง 2,000,000 บาทต่อเหตุการณ์เป็นตัวเลขเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ ความตกลงล่วงหน้ายกเว้นความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการเองเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373 แต่ผู้ให้บริการต้องรับผิดในความผิดของพนักงานซึ่งตนใช้ในการชำระหนี้เสมือนเป็นความผิดของตนเอง และมาตรา 373 ไม่ใช้บังคับแก่กรณีนั้นตามมาตรา 220 ข้อตกลงที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อความผิดของพนักงานในความเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ทรัพย์สินสูญหายหรือถูกโจรกรรม จึงมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคสอง ส่วนความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่นอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของพนักงาน ข้อตกลงเช่นนั้นจะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง ผู้ว่าจ้างจึงควรกำหนดในสัญญาให้ชัดว่าวงเงินจำกัดความรับผิดไม่ใช้กับการทุจริตหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของพนักงาน
  3. การบริหารจัดการ CCTV ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA): ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 (วัตถุประสงค์ ระยะเวลาเก็บรักษา และรายการอื่นที่มาตรานั้นกำหนด) ก่อนหรือขณะเก็บภาพ โดยอาจใช้ป้ายประกาศ (CCTV Privacy Notice) เป็นวิธีแจ้ง ระยะเวลาเก็บรักษาภาพ (Retention Period) กำหนดตามความจำเป็นของวัตถุประสงค์ และต้องมีระบบลบหรือทำลายเมื่อพ้นกำหนดตามมาตรา 37 (3) ส่วนช่วง 30 ถึง 90 วันเป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ว่าจ้างและผู้ให้บริการต้องกำหนดบทบาทผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลก่อนจัดทำข้อตกลงตามมาตรา 40 (Data Processing Agreement) และหากระบบมีการจดจำใบหน้าให้ตรวจมาตรา 26

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. องค์กรส่วนใหญ่ทำสัญญาจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัย โดยใช้ Template มาตรฐานของฝ่ายจัดซื้อที่เน้นเพียงจำนวนคนและราคาจ้าง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ "ของหายในคลังสินค้า" หรือ "ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดหลุด" มักพบจุดพลิกผันว่าบริษัทรักษาความปลอดภัย อ้างข้อยกเว้นความรับผิดเนื่องจากไม่มีร่องรอยการงัดแงะ หรือองค์กรถูกฟ้องละเมิด PDPA เพราะไม่เคยทำบันทึกแจ้งเตือนผู้มาติดต่อ บทความนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจโครงสร้างสัญญาที่ป้องกันช่องโหว่เหล่านี้ได้จริง

ภูมิทัศน์กฎหมายธุรกิจรักษาความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย

ในปัจจุบัน การจ้างบริการรักษาความปลอดภัยมิใช่เพียงเรื่องการเฝ้ายาม แต่เป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยงภายใต้กรอบพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานพนักงานและบริษัท โดยมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] นอกจากนี้ การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ (CCTV) มาใช้ร่วมด้วย ทำให้ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

การมีสัญญาที่ไม่รัดกุมนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรง:

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDLegal IssuePrimary Law / RegulationKey Implication
C-UP-09-01คุณสมบัติผู้ให้บริการพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 มาตรา 16 และมาตรา 33ต้องมีใบอนุญาต สภ.๒ (บริษัท) และ ธภ.๗ (บุคคล) ทั้งนี้ ชื่อและรหัสแบบ รวมทั้งหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตต้องตรวจจากฉบับทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
C-UP-09-02หน้าที่ความรับผิดชอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215 มาตรา 220 มาตรา 368 และมาตรา 373 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคหนึ่งและวรรคสองหน้าที่ของผู้รับจ้างเป็นไปตามข้อสัญญาและแผนการปฏิบัติงาน หากผู้รับจ้างไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ ผู้ว่าจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตามมาตรา 215 และผู้รับจ้างต้องรับผิดในความผิดของพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งตนใช้ในการชำระหนี้เสมือนเป็นความผิดของตนเองตามมาตรา 220 ความตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้รับจ้างเองเป็นโมฆะตามมาตรา 373 แต่มาตรา 220 บัญญัติว่ามาตรา 373 ไม่ใช้บังคับแก่ความผิดของบุคคลที่ผู้รับจ้างใช้ในการชำระหนี้ ข้อตกลงที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อความผิดของพนักงานในความเสียหายต่อทรัพย์สินจึงมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ส่วนความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่นอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของพนักงาน ข้อตกลงเช่นนั้นจะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (ดู C-UP-09-06) ผู้ว่าจ้างจึงต้องกำหนดในสัญญาให้ชัดว่าวงเงินจำกัดความรับผิดไม่ใช้กับการทุจริตหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของพนักงาน และนิยามพฤติการณ์ เช่น การหลับยามหรือการไม่เดินตรวจตามจุดตรวจ ไว้เป็นข้อสัญญา ส่วนมาตรา 368 ใช้เมื่อต้องตีความข้อสัญญาตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณี
C-UP-09-03ละเมิดและความรับผิดของนายจ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 425นายจ้าง (บริษัทรักษาความปลอดภัย) ต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง ตามมาตรา 425 ส่วนความรับผิดต่อผู้ว่าจ้างผู้เป็นคู่สัญญาพิจารณาตามสัญญาเป็นหลัก
C-UP-09-04การประมวลผลภาพ CCTVพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 (5) มาตรา 37 และมาตรา 40ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) ตามมาตรา 24 (5) ใช้ได้เว้นแต่ประโยชน์นั้นมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเก็บภาพเท่าที่จำเป็น (มาตรา 22) แจ้งรายละเอียดก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวม (มาตรา 23) และจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและระบบลบหรือทำลายเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา (มาตรา 37) หากบริษัทรักษาความปลอดภัยดำเนินการตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ต้องปฏิบัติตามมาตรา 40 และหากระบบจัดเก็บภาพไว้ในต่างประเทศ ต้องพิจารณามาตรา 28 เพิ่มเติม
C-UP-09-05บทลงโทษทางอาญาพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 มาตรา 55 และมาตรา 63โทษสำหรับการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีใบอนุญาต
C-UP-09-06ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคหนึ่งและวรรคสองข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ (วรรคหนึ่ง) ส่วนข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในกรณีอื่นนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ซึ่งไม่เป็นโมฆะ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น (วรรคสอง)

มาตรฐานใบอนุญาต สภ.๒ และ ธภ.๗: หน้าที่ตรวจสอบสถานะของผู้ว่าจ้าง

ก่อนลงนามสัญญา ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ "Due Diligence" ตรวจสอบ:

กลไกความรับผิดต่อการโจรกรรม Theft Liability Protocol

เพื่อให้การเรียกร้องค่าเสียหายมีประสิทธิภาพ สัญญาต้องกำหนดขั้นตอนดังนี้:

  1. การแจ้งเหตุ: ต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนและแจ้งบริษัทรักษาความปลอดภัย ภายใน 24 ชั่วโมง
  2. การตรวจสอบ: คณะกรรมการร่วม (ผู้ว่าจ้าง + ผู้รับจ้าง) ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันทีเพื่อหาจุดบกพร่องของการรักษาความปลอดภัย
  3. การเคลมประกันภัย: ระบุวงเงินประกันภัยความซื่อสัตย์ (Fidelity Guarantee) เพื่อรองรับกรณีพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นผู้ขโมยทรัพย์สินเอง

ข้อกำหนดการติดตั้งและการควบคุมระบบกล้องวงจรปิด CCTV ภายใต้ PDPA

การใช้ CCTV ต้องมี "Governance" ดังนี้:

LAS Practice Note: ข้อความสัญญาแม่แบบสำคัญ Model Clauses

Indemnification Clause (ภาษาไทย):

"ผู้รับจ้างตกลงรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือการสูญหายของทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง หากพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้าง โดยมีวงเงินความรับผิดสูงสุดไม่น้อยกว่า [ระบุจำนวนเงิน] บาท ต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวไม่ใช้บังคับกับกรณีกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้าง ซึ่งให้รวมถึงการหลับยามและการไม่เดินตรวจตามจุดตรวจที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิบัติงาน"

Insurance Requirement (English):

"The Contractor shall maintain a Fidelity Guarantee Insurance policy and General Liability Insurance with a limit of liability of no less than [Amount] per occurrence, covering losses arising from dishonesty or negligence of security personnel."

ข้อต่อสู้ของบริษัทรักษาความปลอดภัยกับองค์กรผู้ว่าจ้าง Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

เหตุการณ์: โกดังสินค้าถูกงัดแงะในช่วงเวลา 02.00 น. สินค้าสูญหายมูลค่า 3 ล้านบาท ตรวจสอบพบพนักงานรักษาความปลอดภัย หลับยาม การบังคับสัญญา:

  1. ตรวจสอบบันทึก Log จากระบบ Guard Tour เพื่อยืนยันการหลับยาม
  2. แจ้งความดำเนินคดีอาญาและเรียกบริษัทรักษาความปลอดภัย มาประเมินความเสียหาย
  3. บังคับใช้ข้อสัญญา "ความรับผิดกรณีประมาทเลินเล่อหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" ตามข้อสัญญาตัวอย่างในหัวข้อ 7 ซึ่งใช้เกณฑ์ความประมาทเลินเล่อเดียวกัน
  4. กรณีพนักงานหลับยาม ให้เรียกตามข้อสัญญาความรับผิดของผู้รับจ้างและประกันภัยความรับผิดทั่วไป (General Liability) ที่ครอบคลุมความประมาท ส่วนประกันภัยความซื่อสัตย์ใช้กับกรณีพนักงานทุจริตตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ทั้งนี้ขอบเขตความคุ้มครองของกรมธรรม์ต้องตรวจจากตัวกรมธรรม์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาบริการรักษาความปลอดภัยและระบบอิเล็กทรอนิกส์

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากไม่มีร่องรอยการงัดแงะ บริษัทรักษาความปลอดภัย ไม่ต้องรับผิดใช่หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับข้อสัญญา หากสัญญากำหนดให้รับผิดในกรณีความประมาท (เช่น ไม่เดินตรวจ) แม้ไม่มีร่องรอยงัดแงะก็ต้องรับผิดตามข้อสัญญานั้น โดยการตีความข้อสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณี (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368) และบริษัทรักษาความปลอดภัยในฐานะนายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับพนักงานในผลแห่งละเมิดซึ่งพนักงานได้กระทำไปในทางการที่จ้าง (มาตรา 425) ส่วนข้อสัญญาที่ยกเว้นความรับผิดเพราะไม่มีร่องรอยการงัดแงะ หากเป็นการยกเว้นความรับผิดเพื่อความผิดของพนักงานซึ่งบริษัทใช้ในการชำระหนี้ มาตรา 373 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 220 ข้อสัญญานั้นจึงมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคสอง ส่วนความตกลงล่วงหน้ายกเว้นความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัทเองเป็นโมฆะตามมาตรา 373

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ