Legal Advance Solution — PDPA Advisory
LAS

PDPA สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้ ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 · นำการแก้ไขจากการตรวจขึ้นเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

PDPA Essentials Every Thai Business Must Know — ทนายหมิว x LAS

ผู้เขียน: ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. — Founder & Managing Director, Legal Advance Solution Co., Ltd. | ร่วมเขียนโดย ทนายหมิว (นันทนาถ แสงทอง) — PDPA Lead, LAS

เผยแพร่: 3 เมษายน 2569 | หมวดหมู่: กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล / Data Protection & Privacy Law | เวลาอ่าน: ~8 นาที

สารบัญ

  1. เปิดเรื่อง: PDPA บังคับใช้แล้ว แต่ผู้ประกอบการยังตามไม่ทัน
  2. PDPA คืออะไร? (สรุป 1 นาที)
  3. 5 สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำทันที
  4. PDPA Insights โดยทนายหมิว
  5. โทษที่ต้องรู้
  6. ติดตามทนายหมิว
  7. ปรึกษา LAS เรื่อง PDPA

เปิดเรื่อง: PDPA บังคับใช้แล้ว แต่ผู้ประกอบการยังตามไม่ทัน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 แต่จนถึงวันนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย บางรายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าธุรกิจของตนอยู่ภายใต้บังคับของ PDPA

หลายคนเข้าใจว่า PDPA เป็นเรื่องของบริษัทเทคโนโลยีหรือธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ทุกธุรกิจที่เก็บข้อมูลลูกค้าหรือพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คลินิกความงาม ร้านค้าออนไลน์ หรือแม้แต่ฟรีแลนซ์ที่มีฐานข้อมูลลูกค้า ล้วนต้องปฏิบัติตาม PDPA ทั้งสิ้น

ผลสำรวจจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] พบว่า SME ไทยกว่า 70% ยังไม่มีนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และกว่า 80% ไม่เคยจัดทำบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล (ROPA) ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากกำลังเสี่ยงต่อการถูกลงโทษโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ PDPA ในฉบับที่เข้าถึงได้ — เขียนสำหรับเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่นักกฎหมาย พร้อม Insights จาก ทนายหมิว (นันทนาถ แสงทอง) PDPA Lead แห่ง Legal Advance Solution ผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ

PDPA คืออะไร? (สรุป 1 นาที)

PDPA ย่อมาจาก Personal Data Protection Act หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายที่กำหนดกรอบในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล (Data Subject) จากการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ใครอยู่ภายใต้บังคับ PDPA?

กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับกับทุกองค์กรที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็น:

โทษมี 3 ระดับ

ประเภทโทษรายละเอียดอ้างอิง
โทษทางแพ่งค่าเสียหายจริง + ค่าเสียหายเชิงลงโทษสูงสุด 2 เท่าพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 77 และมาตรา 78
โทษอาญาจำคุกสูงสุด 1 ปี และ/หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาทพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 79
โทษปกครองปรับสูงสุด 5 ล้านบาทพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 82 ถึงมาตรา 90

สำคัญ: กรรมการบริษัทหรือผู้มีอำนาจสั่งการ อาจถูกลงโทษเป็นการส่วนตัวได้ หากการกระทำความผิดเกิดจากคำสั่งหรือความยินยอมของตน

5 สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำทันที

1. จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)

นโยบายความเป็นส่วนตัว คือเอกสารที่บอกลูกค้าและพนักงานว่า ธุรกิจของคุณเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร เก็บนานแค่ไหน และใครเข้าถึงได้บ้าง PDPA กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ต้องแจ้งรายละเอียดเหล่านี้ให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูล

Privacy Policy ที่ดีต้องเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช่ภาษากฎหมายที่ซับซ้อน และต้องเข้าถึงได้ง่าย เช่น แสดงบนเว็บไซต์ หรือแจ้งในแอปพลิเคชัน

2. ขอความยินยอม (Consent) อย่างถูกวิธี

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
      มาตรา ๖ ในพระราชบัญญัตินี้  “ข้อมูลส่วนบุคคล”  หมายความว่า  ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งท าให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม  แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”  หมายความว่า  บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอ านาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

      “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”  หมายความว่า  บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งด าเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามค าสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล  ทั้งนี้  บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งด าเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล “บุคคล”  หมายความว่า  บุคคลธรรมดา  “คณะกรรมการ”  หมายความว่า  คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “พนักงานเจ้าหน้าที่”  หมายความว่า  ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้  “ส านักงาน”  หมายความว่า  ส านักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “เลขาธิการ”  หมายความว่า  เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  “รัฐมนตรี”  หมายความว่า  รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๙ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
      มาตรา ๑๙ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระท าการเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น  เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระท าได้ การขอความยินยอมต้องท าโดยชัดแจ้ง  เป็นหนังสือหรือท าโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้  ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย  และการขอความยินยอมนั้นต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน  มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้  รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย  และไม่เป็นการหลอกลวงหรือท าให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว  ทั้งนี้  คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศก าหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องค านึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม  ทั้งนี้  ในการเข้าท าสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ  ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจ าเป็นหรือเกี่ยวข้องส าหรับการเข้าท าสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ

      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม  เว้นแต่มีข้อจ ากัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  ทั้งนี้  การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบตามที่ก าหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด  ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในหมวดนี้  ไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  และไม่ท าให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถท าการเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๗ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
      มาตรา ๓๗ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่  ดังต่อไปนี้

      (๑) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม  เพื่อป้องกันการสูญหาย  เข้าถึง  ใช้  เปลี่ยนแปลง  แก้ไข  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอ านาจหรือโดยมิชอบ  และต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจ าเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม  ทั้งนี้  ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ าที่คณะกรรมการประกาศก าหนด

      (๒) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล  ต้องด าเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอ านาจหรือโดยมิชอบ

      (๓) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อด าเนินการลบหรือท าลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นก าหนดระยะเวลาการเก็บรักษา  หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจ าเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น  หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ  หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม  เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

      การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา  ๒๔

      (๑)  หรือ

      (๔)  หรือมาตรา  ๒๖

      (๕)  (ก)  หรือ  (ข)  การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย  การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย  หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย  หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย  ทั้งนี้  ให้น าความในมาตรา  ๓๓  วรรคห้า  มาใช้บังคับกับการลบหรือท าลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยอนุโลม

      (๔) แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ส านักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระท าได้  เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล  ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล  ให้แจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยา โดยไม่ชักช้าด้วย  ทั้งนี้  การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศก าหนด

      (๕) ในกรณีที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา  ๕  วรรคสอง  ต้องแต่งตั้งตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหนังสือซึ่งตัวแทนต้องอยู่ในราชอาณาจักรและตัวแทนต้องได้รับมอบอ านาจให้กระท าการแทนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีข้อจ ากัดความรับผิดใด ๆ  ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

อ่านมาตรา ๖ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๓๗ ในกล่องด้านบน ช่องไฟใน PDF เป็นของต้นฉบับ ความยินยอมและการแจ้งเหตุละเมิดเป็นคนละมาตรา

สิ่งที่ห้ามทำ: ใช้ pre-ticked checkbox, รวมความยินยอมไว้ในข้อตกลงอื่น, บังคับให้ยินยอมเป็นเงื่อนไขในการรับบริการ (ยกเว้นข้อมูลนั้นจำเป็นจริง ๆ)

3. แต่งตั้ง DPO หรือผู้รับผิดชอบ

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 41 และมาตรา 42 องค์กรบางประเภทต้องแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer — DPO) ซึ่งเป็นข้อบังคับเฉพาะกรณีต่อไปนี้ (1) หน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) องค์กรที่ต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอเพราะมีข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 (2) พ.ศ. 2566) และ (3) องค์กรที่มีกิจกรรมหลักเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26

สำหรับ SME ที่ไม่ได้อยู่ในข่ายบังคับ ก็ควรมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนอย่างน้อย 1 คน เพื่อดูแลเรื่อง PDPA ในองค์กร DPO สามารถเป็นพนักงานภายในหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกก็ได้

4. จัดทำบันทึกกิจกรรมการประมวลผล (ROPA)

ROPA (Record of Processing Activities) คือเอกสารที่บันทึกว่าองค์กรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง จากแหล่งไหน ใช้ทำอะไร เก็บที่ไหน นานเท่าไร และส่งต่อให้ใครบ้าง เอกสารนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าองค์กรปฏิบัติตาม PDPA

ROPA ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน สำหรับธุรกิจขนาดเล็กอาจเริ่มจากตาราง Excel ง่าย ๆ ที่ระบุอย่างน้อยตามมาตรา 39 ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม วัตถุประสงค์ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูล ระยะเวลาการเก็บรักษา สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูล การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม การปฏิเสธคำขอ และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ส่วนผู้ประมวลผลข้อมูลมีหน้าที่จัดทำบันทึกตามมาตรา 40 (3) ทั้งนี้ กิจการขนาดเล็กอาจได้รับยกเว้นการบันทึกบางรายการตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าด้วยการยกเว้นการบันทึกรายการ พ.ศ. 2565

5. วางแผนแจ้งเหตุละเมิดภายใน 72 ชั่วโมง

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (4) หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach) ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ และหากเหตุละเมิดนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะกระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูล ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลด้วย ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 หากแจ้งไม่ทัน 72 ชั่วโมง ต้องแจ้งพร้อมเหตุผลโดยไม่ชักช้าและไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ

ธุรกิจควรมี Breach Response Plan ที่กำหนดชัดเจนว่า: ใครเป็นผู้รับแจ้ง, ขั้นตอนประเมินความเสี่ยง, ช่องทางแจ้ง สคส., และวิธีแจ้งเจ้าของข้อมูล เตรียมไว้ล่วงหน้าดีกว่ามาทำตอนเกิดเหตุ

PDPA Insights โดยทนายหมิว

ทนายหมิว — นันทนาถ แสงทอง, PDPA Lead, Legal Advance Solution

ทนายหมิว (นันทนาถ แสงทอง)

PDPA Lead, Legal Advance Solution Co., Ltd.
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับธุรกิจ

Insight 1: "ข้อมูลสุขภาพไม่ใช่คอนเทนต์"

ทนายหมิวเน้นย้ำว่า ภาพผู้ป่วย ภาพก่อน-หลังการรักษา หรือข้อมูลเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย ทั้งหมดนี้ถือเป็น "ข้อมูลอ่อนไหว" (Sensitive Data) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ซึ่งได้รับความคุ้มครองเข้มงวดกว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

คลินิกความงาม ทันตกรรม หรือสถานพยาบาลใด ๆ ที่นำภาพผู้ป่วยมาโพสต์โซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมตธุรกิจ โดยไม่ได้ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) จากเจ้าของข้อมูล ถือว่าผิด PDPA ทันที แม้จะเบลอหน้าหรือไม่ระบุชื่อก็ตาม หากสามารถระบุตัวบุคคลได้

คำแนะนำ: จัดทำแบบฟอร์มความยินยอมเฉพาะสำหรับการใช้ภาพ/ข้อมูลสุขภาพในสื่อการตลาด แยกจากแบบฟอร์มความยินยอมในการรักษา

Insight 2: "ไม่ใส่ชื่อก็ผิดได้"

ผู้ประกอบการหลายรายเข้าใจผิดว่า หากไม่ระบุชื่อ-นามสกุล ก็ไม่เข้าข่าย PDPA แต่ทนายหมิวชี้ให้เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ตัวอย่างเช่น: เลขบัตรประชาชน, เลขหนังสือเดินทาง, email address, เบอร์โทรศัพท์, รูปถ่ายใบหน้า, ข้อมูลตำแหน่ง GPS, IP address, Cookie ID หรือแม้แต่การรวมข้อมูลหลายชิ้นเข้าด้วยกันจนสามารถระบุตัวบุคคลได้ ก็ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลทั้งสิ้น

คำแนะนำ: ตรวจสอบว่าข้อมูลที่ธุรกิจเก็บ "ระบุตัวบุคคลได้" หรือไม่ ก่อนตัดสินใจว่าเข้าข่าย PDPA หรือไม่

Insight 3: Social Media Marketing — ข้อมูลลูกค้ากับ Targeted Ads

การนำข้อมูลลูกค้าไปใช้ทำ targeted advertising บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น การอัปโหลดรายชื่อลูกค้า (Customer List) เพื่อสร้าง Custom Audience บน Facebook หรือการใช้ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อเพื่อยิงโฆษณา retargeting ทั้งหมดนี้ต้องมีฐานกฎหมาย (Lawful Basis) รองรับ

ทนายหมิวแนะนำว่า ผู้ประกอบการต้องพิจารณาว่าจะใช้ฐานกฎหมายใด: ความยินยอม (Consent) ตามมาตรา 19, ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) ตามมาตรา 24 (5) หรือฐานอื่น โดยต้องมั่นใจว่าได้แจ้งวัตถุประสงค์แก่เจ้าของข้อมูลแล้ว

คำแนะนำ: ระบุวัตถุประสงค์ "การตลาดและโฆษณา" ใน Privacy Policy อย่างชัดเจน และขอ Consent แยกต่างหากสำหรับการส่งโปรโมชัน

โทษที่ต้องรู้

PDPA กำหนดโทษไว้ 3 ระดับ ซึ่งอาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้ในการกระทำผิดครั้งเดียว:

โทษปกครอง (มาตรา 82 ถึงมาตรา 90)

ปรับสูงสุด 5,000,000 บาท โดยเพดานปรับแตกต่างกันตามมาตราที่ฝ่าฝืน คือ มาตรา 82 ไม่เกิน 1 ล้านบาท มาตรา 83 ไม่เกิน 3 ล้านบาท มาตรา 84 ไม่เกิน 5 ล้านบาท (ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26) มาตรา 85 ถึงมาตรา 87 กรณีผู้ประมวลผลข้อมูล ตั้งแต่ 1 ถึง 5 ล้านบาท และมาตรา 89 กรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ไม่เกิน 500,000 บาท ส่วนมาตรา 90 ให้อำนาจคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งลงโทษปรับ (อาจสั่งให้แก้ไขหรือตักเตือนก่อนก็ได้) โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการศาล ตัวอย่างการกระทำที่อาจถูกปรับ: เก็บข้อมูลโดยไม่แจ้งวัตถุประสงค์, ไม่จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม, ไม่แจ้งเหตุละเมิดภายใน 72 ชั่วโมง, ไม่จัดทำ ROPA

โทษอาญา (มาตรา 79 และมาตรา 80)

จำคุกสูงสุด 1 ปี และ/หรือปรับสูงสุด 1,000,000 บาท สำหรับการกระทำโดยเจตนา เช่น นำข้อมูลอ่อนไหวไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบเพื่อให้ผู้อื่นเสียหาย เสียชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง นอกจากนี้ มาตรา 80 กำหนดให้ผู้ล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วนำไปเปิดเผยแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษทางแพ่ง (มาตรา 77 และมาตรา 78)

ค่าเสียหายจริง + ค่าเสียหายเชิงลงโทษสูงสุด 2 เท่าของค่าเสียหายจริงที่ศาลกำหนด เจ้าของข้อมูลสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ทั้งกรณีที่เกิดความเสียหายจริง หรือความเสียหายทางจิตใจ โดยผู้ควบคุมข้อมูลต้องรับผิดแม้ไม่จงใจหรือประมาทเลินเล่อ และพ้นผิดเฉพาะเมื่อพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัย การกระทำหรือละเว้นการกระทำของเจ้าของข้อมูลเอง หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย (มาตรา 77)

ข้อสังเกต: กรรมการบริษัท ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจสั่งการในนิติบุคคล อาจถูกลงโทษเป็นการส่วนตัวได้ หากพิสูจน์ได้ว่าการกระทำผิดเกิดจากคำสั่ง การกระทำ หรือการไม่สั่งการของบุคคลนั้น นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ "บริษัท" — แต่เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้บริหารด้วย

ติดตามทนายหมิว

ทนายหมิว — นันทนาถ แสงทอง, BizLaw by ทนายหมิว

BizLaw by ทนายหมิว

ทนายหมิว (นันทนาถ แสงทอง) นำเสนอเนื้อหา PDPA และกฎหมายธุรกิจในภาษาที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ ติดตามได้ที่:

ปรึกษา LAS เรื่อง PDPA

Legal Advance Solution Co., Ltd. (LAS) ให้บริการที่ปรึกษาด้าน PDPA ครบวงจร ตั้งแต่การประเมินความพร้อม (Gap Analysis) จัดทำเอกสารที่จำเป็น (Privacy Policy, Consent Form, ROPA, DPA) ไปจนถึงการฝึกอบรมพนักงานและการเป็น DPO ภายนอก (Outsourced DPO)

ทีม PDPA ของ LAS นำโดย:

ดูบริการ PDPA Advisory ทั้งหมด | เว็บไซต์ LAS

บทความที่เกี่ยวข้อง


Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. (Thundthornthep Yamoutai, Ph.D.)

ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Legal Advance Solution Co., Ltd. ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายธุรกิจ 20+ ปี อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นักวิจัย AI Legal Technology ทุน NIA นักวิจัยตีพิมพ์ ACI สมาชิกคณะกรรมาธิการสภา

ทนายหมิว (นันทนาถ แสงทอง / Nanthanat Saengthong)

PDPA Lead, Legal Advance Solution Co., Ltd. ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับธุรกิจ ผู้สร้างสรรค์เนื้อหากฎหมาย PDPA ผ่าน BizLaw by ทนายหมิว

Official Profile | ความรู้กฎหมาย | LAS Website | @bizlawbymhew

ดูบทความและบล็อกทั้งหมด / View All Content →