LAS SHIELD
5 สัญญาที่ทุกธุรกิจต้องมี — โล่ป้องกันพื้นฐาน
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569
บทนำ: ทำไมสัญญาถึงสำคัญ
ธุรกิจของคุณมีสัญญาครบทั้ง 5 ฉบับนี้แล้วหรือยัง? ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มต้นธุรกิจโดยไม่มีสัญญาใดเลย ใช้เพียงคำพูดปากเปล่าและความไว้วางใจ จนกระทั่งเกิดปัญหาขึ้นจึงพบว่า — ไม่มีหลักฐานใดปกป้องตนเองได้เลย
สัญญาไม่ได้มีไว้เพื่อใช้เมื่อเกิดข้อพิพาท แต่มีไว้เพื่อ "ป้องกัน" ไม่ให้ข้อพิพาทเกิดขึ้นตั้งแต่แรก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 354 กำหนดหลักการพื้นฐานว่า สัญญาเกิดขึ้นเมื่อคู่สัญญาแสดงเจตนาเสนอและสนองถูกต้องตรงกัน
ข้อมูลจากศาลแรงงานกลางพบว่าคดีข้อพิพาทแรงงานส่วนใหญ่เกิดจากความไม่ชัดเจนในสัญญา หรือการไม่มีสัญญาเลย ค่าชดเชยและค่าเสียหายที่ตามมาในหลายกรณีสูงเกินกว่าที่ผู้ประกอบการคาดการณ์ได้
ความเสี่ยงสูง (High Risk): การดำเนินธุรกิจโดยไม่มีสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรเปิดช่องให้เกิดข้อพิพาทที่ป้องกันได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับพนักงาน คู่ค้า ผู้ให้เช่า ไปจนถึงหุ้นส่วนธุรกิจ
LAS Shield Methodology: Eliminate → Reduce → Distribute
วิธีคิดของ LAS Shield
สัญญาทั้ง 5 ฉบับนี้ออกแบบมาตามหลักการ 3 ขั้น:
- Eliminate (กำจัด): ขจัดความเสี่ยงที่ป้องกันได้ทันที — เช่น กำหนดกรรมสิทธิ์ในงานที่สร้างขึ้นระหว่างจ้างงานให้ชัดเจนในสัญญาแรงงาน
- Reduce (ลด): ลดขนาดความเสียหายหากเกิดข้อพิพาท — เช่น กำหนด Liquidated Damages หรือ Limitation of Liability ใน Service Agreement
- Distribute (กระจาย): กระจายความเสี่ยงไปยังฝ่ายที่เหมาะสม — เช่น กำหนดความรับผิดต่อบุคคลที่สามให้ชัดเจนในสัญญาเช่าและสัญญาบริการ
ทั้ง 5 สัญญาครอบคลุมความสัมพันธ์หลัก 5 มิติที่ทุกธุรกิจต้องจัดการ ได้แก่ ความสัมพันธ์กับบุคลากร (Employment) ความสัมพันธ์กับข้อมูลลับ (Confidentiality) ความสัมพันธ์กับหุ้นส่วน (Equity/Governance) ความสัมพันธ์กับทรัพย์สิน (Property) และความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ (Services)
1. สัญญาจ้างแรงงาน (Employment Agreement)
1 สัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 คือสัญญาที่ลูกจ้างตกลงทำงานให้นายจ้างและนายจ้างตกลงจ่ายสินจ้าง โดยอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 9 พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกฎหมายขั้นต่ำที่ตกลงเป็นอื่นไม่ได้หากเป็นโทษต่อลูกจ้าง
ทำไมถึงต้องมี Employment Agreement ที่ดี
หากไม่มีสัญญาที่ชัดเจน นายจ้างอาจต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 สูงสุดถึง 400 วันสำหรับลูกจ้างที่ทำงานเกิน 20 ปี นอกจากนี้ หากไม่ได้กำหนดกรรมสิทธิ์ในงานไว้ งานสร้างสรรค์ที่พนักงานสร้างขึ้นระหว่างจ้างงานอาจเกิดข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9
องค์ประกอบสำคัญที่ต้องมีในสัญญาจ้างแรงงาน
| องค์ประกอบ | รายละเอียด | ความสำคัญ |
| ลักษณะงานและตำแหน่ง | ระบุหน้าที่และขอบเขตงานอย่างชัดเจน | ป้องกันข้อพิพาทเรื่องขอบเขตงาน |
| ค่าจ้างและสวัสดิการ | ฐานเงินเดือน โบนัส ค่าล่วงเวลา | ป้องกันการเรียกร้องค่าล่วงเวลาย้อนหลัง |
| วันและเวลาทำงาน | ไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน หรือ 48 ชั่วโมง/สัปดาห์ | ตาม ม.23 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน |
| กรรมสิทธิ์ใน IP | กำหนดว่างานที่สร้างขึ้นตกเป็นของนายจ้าง | ป้องกันข้อพิพาททรัพย์สินทางปัญญา |
| เงื่อนไขการเลิกจ้าง | บอกกล่าวล่วงหน้า เหตุแห่งการเลิกจ้าง | ป้องกันการฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม |
| ข้อรักษาความลับ (NDA clause) | ห้ามเปิดเผยข้อมูลลับทั้งระหว่างและหลังจ้างงาน | ป้องกันข้อมูลรั่วไหล |
| ข้อห้ามแข่งขัน (Non-Compete) | ระบุขอบเขต ระยะเวลา พื้นที่ให้ชัดเจน | ต้องสมเหตุสมผล มิฉะนั้นเป็นโมฆะ ม.150 ปพพ. |
ความเปลี่ยนแปลงสำคัญจาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับแก้ไขครั้งที่ 9 พ.ศ. 2568
ต้องอัปเดตสัญญาทันที: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 นำการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ได้แก่ มาตรา 41 ลาคลอดได้ 120 วัน (เพิ่มจาก 98 วัน) มาตรา 41/1 ลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน และมาตรา 59 นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอด 60 วัน สัญญาแรงงานที่ร่างก่อนปี 2568 อาจต้องทบทวนให้สอดคล้อง
เมื่อใดควรใช้สัญญาจ้างแรงงานประเภทต่างๆ
- สัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลา: เหมาะสำหรับพนักงานประจำ ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง
- สัญญามีกำหนดระยะเวลา (Fixed-term): เหมาะสำหรับงานโปรเจกต์หรืองานตามฤดูกาล หากครบกำหนดแล้วยังคงจ้างต่อมาจะกลายเป็นสัญญาไม่มีกำหนดโดยปริยาย
- สัญญาจ้างเหมา (Contractor): ต้องระวังการตีความเป็นสัญญาจ้างแรงงาน หากมีลักษณะควบคุมเวลา สถานที่ และวิธีทำงานอย่างใกล้ชิด
Checklist: สัญญาจ้างแรงงานที่ดี
- ☐ ระบุตำแหน่งงานและหน้าที่ชัดเจน
- ☐ กำหนดค่าจ้าง เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ
- ☐ กำหนดวันและเวลาทำงาน วันหยุด วันลา
- ☐ ระบุเงื่อนไขการทดลองงาน (ถ้ามี)
- ☐ กำหนดกรรมสิทธิ์ใน IP และงานสร้างสรรค์
- ☐ ใส่ข้อ NDA และ Non-Compete ที่เหมาะสม
- ☐ กำหนดเงื่อนไขและระยะเวลาบอกเลิกสัญญา
- ☐ ระบุข้อพฤติกรรมที่เป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
- ☐ สอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568
2. ข้อตกลงรักษาความลับ (Non-Disclosure Agreement / NDA)
2 NDA ปกป้องข้อมูลที่เป็นหัวใจของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อลูกค้า สูตรสินค้า กลยุทธ์การตลาด หรือข้อมูลทางการเงิน พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 กำหนดว่าความลับทางการค้าต้องเป็นข้อมูลที่ยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป มีมูลค่าทางการค้า และเจ้าของได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาความลับ NDA จึงเป็น "มาตรการที่เหมาะสม" ตามที่กฎหมายต้องการ
NDA ฝ่ายเดียว vs. NDA สองฝ่าย
| ประเภท | ลักษณะ | เหมาะสำหรับ |
| Unilateral NDA (ฝ่ายเดียว) | เฉพาะฝ่ายรับข้อมูลมีหน้าที่รักษาความลับ | ผู้ลงทุนรับข้อมูลแผนธุรกิจ, ผู้สมัครงานรับข้อมูลก่อนเริ่มงาน |
| Mutual NDA (สองฝ่าย) | ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่รักษาความลับซึ่งกันและกัน | การเจรจา M&A, การเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจ |
เมื่อใดควรทำ NDA
- ก่อนแชร์แผนธุรกิจ Pitch Deck หรือข้อมูลทางการเงินกับนักลงทุน
- ก่อนเริ่มการเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
- ก่อนว่าจ้างที่ปรึกษาหรือผู้รับจ้างภายนอกที่ต้องเข้าถึงข้อมูลลับ
- ก่อนเปิดเผยข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูล Personal Data ให้ผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก
- ในฐานะส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานของพนักงานทุกคน
ป้องกันอะไร: การรั่วไหลของความลับทางการค้า ข้อมูลสำคัญที่ถูกนำไปใช้โดยคู่แข่ง รายชื่อลูกค้าที่ถูกขโมยไป และการใช้ข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ที่ตกลง
3. สัญญาหุ้นส่วน / สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders' Agreement / SHA)
3 เมื่อทำธุรกิจร่วมกับผู้อื่น สัญญาหุ้นส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 กำหนดว่าห้างหุ้นส่วนเกิดจากบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน สำหรับบริษัทจำกัด SHA เป็นสัญญาเอกชนระหว่างผู้ถือหุ้นที่อยู่นอกเหนือหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท
ทำไม SHA ถึงสำคัญกว่าที่คิด
หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัทเป็นเอกสารสาธารณะที่กำหนดเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น SHA กำหนดรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนและสำคัญกว่า เช่น กลไกการออกเสียง การจัดการ Deadlock การขาย/โอนหุ้น และกลไกการออกจากกิจการ ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ
องค์ประกอบสำคัญของ SHA ที่ครบถ้วน
| หมวด | เนื้อหาสำคัญ | วัตถุประสงค์ |
| โครงสร้างการถือหุ้น | สัดส่วนหุ้น ประเภทหุ้น สิทธิออกเสียง | กำหนดอำนาจการตัดสินใจ |
| การบริหารงาน | องค์ประกอบ Board, Reserved Matters, Quorum | ป้องกันการผูกขาดอำนาจ |
| การเงินและปันผล | นโยบายปันผล การอนุมัติงบประมาณ | ความโปร่งใสทางการเงิน |
| Transfer Restrictions | ROFR, ROFO, Tag-Along, Drag-Along | ควบคุมการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น |
| Deadlock Resolution | กลไกแก้ไขเมื่อ Board ตัดสินใจไม่ได้ | ป้องกันกิจการหยุดชะงัก |
| Exit Mechanism | Put/Call Option, IPO, M&A | กำหนดทางออกที่ชัดเจน |
| Anti-Dilution | สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วน | ปกป้องผู้ถือหุ้นรายย่อย |
สัญญาหุ้นส่วนสำหรับกิจการขนาดเล็ก vs. ใหญ่
แม้ว่ากิจการขนาดเล็กอาจไม่ต้องการ SHA ที่ซับซ้อนเท่ากับบริษัทขนาดใหญ่ แต่อย่างน้อยต้องมีการตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรในเรื่องหลักๆ เช่น สัดส่วนกำไร-ขาดทุน บทบาทหน้าที่ และเงื่อนไขการออกจากธุรกิจ ก่อนที่จะเริ่มดำเนินกิจการร่วมกัน
คำเตือน: การทำธุรกิจร่วมกันโดยไม่มีสัญญาเขียน เปรียบเสมือนการแต่งงานโดยไม่มีสัญญาก่อนแต่งงาน เมื่อความสัมพันธ์เปลี่ยนไป ทุกอย่างที่ไม่ได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรจะกลายเป็นพื้นที่ขัดแย้ง
ป้องกันอะไร: ความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้น Deadlock ในการบริหาร การถูกเบียดบังสิทธิจากหุ้นส่วนรายใหญ่ การถูกบังคับขายหุ้นในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
4. สัญญาเช่า (Lease Agreement)
4 สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 คือสัญญาที่ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินชั่วระยะเวลามีจำกัด มาตรา 538 บัญญัติว่า สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดระยะเวลาเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
สิ่งที่ต้องกำหนดในสัญญาเช่าที่ดี
- ค่าเช่าและเงื่อนไขการปรับ: กำหนดค่าเช่าเริ่มต้น อัตราการปรับ (ถ้ามี) และขั้นตอนการแจ้งเพิ่มค่าเช่า
- เงินมัดจำ: จำนวน เงื่อนไขการคืน และกรณีที่ริบมัดจำได้
- ระยะเวลาและสิทธิต่ออายุ: ระบุให้ชัดว่ามีสิทธิต่ออายุหรือไม่ เงื่อนไขในการต่ออายุเป็นอย่างไร
- ความรับผิดชอบในการซ่อมแซม: แยกให้ชัดว่าส่วนใดเป็นหน้าที่ผู้เช่าและส่วนใดเป็นหน้าที่ผู้ให้เช่า
- การดัดแปลงพื้นที่: เงื่อนไขในการตกแต่ง ดัดแปลง และการคืนสภาพเดิมเมื่อสิ้นสุดสัญญา
- เงื่อนไขการบอกเลิกก่อนกำหนด: ระยะเวลาแจ้ง ค่าเสียหาย และกระบวนการ
- การโอนสิทธิและให้เช่าช่วง: อนุญาตหรือไม่ ภายใต้เงื่อนไขใด
ความเสี่ยงกลาง (Medium Risk) — ต้องจดทะเบียน: หากธุรกิจของคุณเช่าพื้นที่เกิน 3 ปีโดยไม่จดทะเบียน เมื่อผู้ให้เช่าขายอสังหาริมทรัพย์ให้ผู้อื่น ผู้เช่าอาจถูกบอกเลิกสัญญาโดยผู้ซื้อรายใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 สัญญาเช่าที่จดทะเบียนเท่านั้นที่ผูกพันผู้ซื้อ
ประเภทของสัญญาเช่าทางธุรกิจ
| ประเภท | ลักษณะ | ข้อดี/ข้อเสีย |
| Gross Lease | ค่าเช่ารวมทุกอย่าง | ง่าย แต่ค่าเช่าสูงกว่า |
| Net Lease | ผู้เช่าจ่ายค่าเช่า + ค่าใช้จ่ายส่วนกลางบางส่วน | ยืดหยุ่นแต่ต้องระวังค่าใช้จ่ายแฝง |
| Percentage Lease | ค่าเช่าผันแปรตามยอดขาย | เหมาะกับธุรกิจค้าปลีก แต่ต้องตรวจสอบนิยามยอดขาย |
Checklist: ก่อนเซ็นสัญญาเช่า
- ☐ ตรวจสอบกรรมสิทธิ์และสิทธิของผู้ให้เช่าในการให้เช่า
- ☐ ตรวจสอบภาระผูกพัน จำนอง หรือข้อจำกัดบนอสังหาริมทรัพย์
- ☐ กำหนดสิทธิต่ออายุและเงื่อนไขให้ชัดเจน
- ☐ แนบแผนผังพื้นที่เช่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
- ☐ กำหนดภาระค่าใช้จ่าย (ไฟฟ้า น้ำ ส่วนกลาง) ให้ชัดเจน
- ☐ หากระยะเวลาเกิน 3 ปี วางแผนจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดิน
- ☐ กำหนดเงื่อนไขการบอกเลิกก่อนกำหนดและค่าชดเชย
5. สัญญาบริการ (Service Agreement)
5 เมื่อว่าจ้างที่ปรึกษา ผู้ให้บริการ IT หรือผู้รับเหมางาน สัญญาบริการคือเครื่องมือกำหนดขอบเขตงาน ระยะเวลา ค่าตอบแทน และมาตรฐานงาน สัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 กำหนดว่าผู้รับจ้างตกลงทำการงานจนสำเร็จ ส่วนสัญญาจ้างแรงงานตามมาตรา 575 ผู้รับจ้างทำงานให้โดยไม่ได้มุ่งผลสำเร็จ ความแตกต่างนี้มีผลสำคัญต่อสิทธิเรียกร้องเมื่อเกิดข้อพิพาท
ความแตกต่างระหว่างสัญญาจ้างบริการประเภทต่างๆ
| ประเภท | กฎหมายที่ใช้บังคับ | ความรับผิดของผู้รับจ้าง | เมื่อใดควรใช้ |
| จ้างทำของ (Lump-sum) | ปพพ. ม.587-607 | รับผิดถ้างานไม่สำเร็จ | งานที่มีผลลัพธ์ชัดเจน |
| จ้างแรงงาน (Time-based) | ปพพ. ม.575-586 | รับผิดถ้าทำงานบกพร่อง | งานต่อเนื่องที่วัดผลลัพธ์ยาก |
| สัญญาบริการมืออาชีพ | ปพพ. บรรพ 3 + กฎหมายวิชาชีพ | มาตรฐานวิชาชีพ | ทนายความ บัญชี ที่ปรึกษา |
องค์ประกอบสำคัญของสัญญาบริการที่ดี
- Statement of Work (SOW): กำหนดขอบเขตงานและผลลัพธ์ที่คาดหวังอย่างละเอียด หัวใจของสัญญาบริการ
- Service Level Agreement (SLA): มาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำ เวลาตอบสนอง ผลลัพธ์ที่วัดได้
- Limitation of Liability: จำกัดความรับผิดสูงสุดไว้ที่จำนวนที่กำหนด ป้องกันการเรียกร้องค่าเสียหายที่ไม่สัดส่วน
- Intellectual Property: กำหนดว่างานที่สร้างขึ้นตกเป็นของใคร
- Termination for Convenience: เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุและค่าชดเชย
- Confidentiality: NDA ภายในสัญญาบริการ
- Indemnification: ผู้ใดรับผิดชอบหากงานก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลที่สาม
คำเตือน — ความเสี่ยงการจัดประเภทผิด (Misclassification Risk): การว่าจ้างผู้รับจ้างอิสระ (Freelancer) แต่ควบคุมเวลา สถานที่ และวิธีทำงานอย่างใกล้ชิด อาจถูกตีความว่าเป็นสัญญาจ้างแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งหมายถึงนายจ้างต้องจ่ายประกันสังคม ค่าชดเชย และสิทธิแรงงานต่างๆ ย้อนหลัง
ป้องกันอะไร: งานไม่ได้คุณภาพตามที่ตกลง ความเสียหายจากการให้บริการที่ผิดพลาด ข้อพิพาทเรื่องขอบเขตงาน การเรียกร้องค่าเสียหายที่ไม่สมเหตุสมผล และการถูกตีความว่ามีสถานะเป็นนายจ้าง
ตารางเปรียบเทียบ 5 สัญญาหลัก
| สัญญา | กฎหมายหลัก | ความเสี่ยงหากไม่มี | ความเร่งด่วน |
| สัญญาจ้างแรงงาน | ปพพ. ม.575 + พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 | ค่าชดเชยสูงถึง 400 วัน, IP พิพาท | สูง — ต้องมีก่อนเริ่มจ้าง |
| NDA | พ.ร.บ.ความลับทางการค้า 2545 + ปพพ. | ข้อมูลลับรั่วไหล ป้องกันไม่ได้ | สูง — ต้องมีก่อนแชร์ข้อมูล |
| SHA | ปพพ. ม.1012 + พ.ร.บ.บริษัทมหาชน | ความขัดแย้งผู้ถือหุ้น, Deadlock | กลาง — ต้องมีก่อนเริ่มกิจการ |
| สัญญาเช่า | ปพพ. ม.537-538 | ถูกขับออก, ข้อพิพาทค่าเช่า | กลาง — ต้องมีก่อนเช่า |
| สัญญาบริการ | ปพพ. ม.587 | งานไม่ได้คุณภาพ, Misclassification | ต่ำ-กลาง — ต้องมีสำหรับงานสำคัญ |
Master Checklist: ธุรกิจของคุณพร้อมแค่ไหน
ประเมินความพร้อมด้านสัญญาของธุรกิจ
| สัญญา | มีแล้ว? | ปรับปรุงล่าสุด? | ทนายความตรวจ? |
| สัญญาจ้างแรงงาน | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี | ☐ ภายใน 2 ปี / ☐ นานกว่านั้น | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี |
| NDA (ลูกจ้างและคู่ค้า) | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี | ☐ ภายใน 2 ปี / ☐ นานกว่านั้น | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี |
| SHA / สัญญาหุ้นส่วน | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี / ☐ N/A | ☐ ภายใน 2 ปี / ☐ นานกว่านั้น | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี |
| สัญญาเช่า | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี / ☐ N/A | ☐ ยังอยู่ในกำหนด / ☐ หมดอายุ | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี |
| สัญญาบริการหลัก | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี | ☐ ภายใน 1 ปี / ☐ นานกว่านั้น | ☐ ใช่ / ☐ ไม่มี |
LAS Shield — ลำดับการดำเนินการ
หากยังไม่มีสัญญาครบ แนะนำให้ดำเนินการตามลำดับนี้:
- สัญญาจ้างแรงงาน + NDA สำหรับพนักงานทุกคน (ทำก่อนทุกอย่าง)
- NDA มาตรฐานสำหรับคู่ค้าและนักลงทุน
- SHA หากมีผู้ถือหุ้นมากกว่า 1 คน
- สัญญาเช่าที่ถูกต้องและพิจารณาจดทะเบียน
- สัญญาบริการมาตรฐานสำหรับงานจ้างภายนอกสำคัญ
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q1: ธุรกิจ SME เล็กๆ ต้องมีสัญญาครบ 5 ฉบับนี้จริงหรือ?
ใช่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใดก็ตาม ความเสี่ยงทางกฎหมายไม่ได้สัมพันธ์กับขนาดกิจการ ธุรกิจ SME ที่ไม่มีสัญญาจ้างแรงงานที่ชัดเจนอาจเผชิญกับการถูกฟ้องค่าชดเชยหลายแสนบาทได้เช่นเดียวกับบริษัทใหญ่ การลงทุนในสัญญาที่ถูกต้องตั้งแต่แรกถือว่าคุ้มค่ามาก
Q2: สัญญาที่ทำด้วยวาจามีผลผูกพันหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 354 สัญญาเกิดขึ้นได้โดยการแสดงเจตนาเสนอและสนองถูกต้องตรงกัน แม้ทำด้วยวาจาก็มีผลผูกพัน แต่ปัญหาคือการพิสูจน์ในชั้นศาล หากไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร การบังคับใช้สิทธิจะทำได้ยากมาก และสัญญาบางประเภท เช่น สัญญาเช่าเกิน 3 ปี กฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน
Q3: สัญญาจ้างแรงงานต้องใช้แบบฟอร์มพิเศษหรือไม่?
ไม่มีแบบฟอร์มบังคับตามกฎหมาย แต่สัญญาต้องครอบคลุมสาระสำคัญ ได้แก่ ลักษณะงาน ค่าจ้าง วันเวลาทำงาน สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขการเลิกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม นายจ้างยังมีหน้าที่จัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานด้วยหากมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
Q4: สัญญาเช่าไม่จดทะเบียนใช้ได้กี่ปี?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปีและไม่จดทะเบียน จะฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียง 3 ปีเท่านั้น ส่วนเกิน 3 ปีถือว่าไม่มีผลผูกพัน นอกจากนี้ตามมาตรา 569 สัญญาเช่าที่ไม่จดทะเบียนไม่มีผลผูกพันผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์รายใหม่
Q5: ควรจ้างทนายความเพื่อร่างสัญญาทุกฉบับหรือไม่?
แนะนำให้ปรึกษาทนายความอย่างน้อยในการตรวจสอบครั้งแรก โดยเฉพาะสัญญาที่มีมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขซับซ้อน สัญญาที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ตอาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายไทยหรือบริบทของธุรกิจ ค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความร่างสัญญาที่ถูกต้องตั้งแต่แรกมักน้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายที่เกิดขึ้นภายหลังอย่างมีนัยสำคัญ