EN | TH
LAS C&C
LAS C&C — Contract & Control #06

Termination — เลิกสัญญาที่ไม่เสียเปรียบ

การเลิกสัญญาไม่ใช่แค่ "บอกเลิก" — ต้องรู้เงื่อนไข ขั้นตอน และผลทางกฎหมาย

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | 3 เมษายน 2569 | Legal Advance Solution Co., Ltd.

ทำไมข้อกำหนดการเลิกสัญญาจึงสำคัญ?Why Termination Clauses Matter

ข้อกำหนดการเลิกสัญญา (Termination Clause) เป็นข้อสัญญาที่ผู้ประกอบการมักมองข้ามมากที่สุด เพราะตอนทำสัญญาทุกฝ่ายมุ่งคิดถึง "การเริ่มต้น" มากกว่า "การสิ้นสุด" แต่ในทางปฏิบัติ สัญญาธุรกิจจำนวนมากจบลงก่อนครบกำหนด ไม่ว่าจะเป็นเพราะผิดสัญญา เปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจ หรือสถานการณ์ตลาดเปลี่ยน

หากสัญญาไม่มีข้อกำหนดเลิกสัญญาที่ชัดเจน คู่สัญญาต้องพึ่งพาบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งอาจไม่ตรงกับเจตนาของทั้งสองฝ่าย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 สิทธิเลิกสัญญาจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีข้อตกลงในสัญญาให้สิทธินั้น หรือเมื่อกฎหมายกำหนดไว้

"สัญญาที่ดีไม่ใช่สัญญาที่ไม่มีวันเลิก แต่คือสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายรู้ล่วงหน้าว่าจะเลิกอย่างไร"

2 รูปแบบหลักของการเลิกสัญญาTermination for Cause vs Convenience

1. Termination for Cause (เลิกเพราะผิดสัญญา)

คือสิทธิเลิกสัญญาเมื่ออีกฝ่ายผิดสัญญาในสาระสำคัญ (Material Breach) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 กำหนดว่า เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควรแล้วบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

สำหรับกรณีที่การชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนกลายเป็นพ้นวิสัย เพราะเหตุอันจะโทษลูกหนี้ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 389 ให้สิทธิเจ้าหนี้เลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน

2. Termination for Convenience (เลิกตามความสะดวก)

คือสิทธิเลิกสัญญาโดยไม่ต้องมีเหตุผิดสัญญา เพียงแค่บอกกล่าวล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กำหนด สิทธินี้ไม่มีบัญญัติไว้โดยตรงในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เป็นไปตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา คู่สัญญาสามารถตกลงกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 วรรคแรก

ประเภทเงื่อนไขผลทางกฎหมาย
For Causeต้องมี Material Breach + บอกกล่าวให้แก้ไขฝ่ายที่ถูกเลิกอาจต้องชดใช้ค่าเสียหาย
For Convenienceบอกกล่าวล่วงหน้าตามกำหนดอาจต้องจ่าย Termination Fee

Cure Period และ Notice PeriodCure Period & Notice Period

Cure Period (ระยะเวลาให้แก้ไข): คือระยะเวลาที่ให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาแก้ไขข้อบกพร่องก่อนที่อีกฝ่ายจะใช้สิทธิเลิกสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 กำหนดให้ต้องบอกกล่าว "กำหนดระยะเวลาพอสมควร" ก่อน ในทางปฏิบัติ สัญญาธุรกิจมักกำหนดไว้ 15-30 วัน
Notice Period (ระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้า): คือระยะเวลาที่ต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบก่อนการเลิกสัญญาจะมีผล สัญญาธุรกิจทั่วไปกำหนดไว้ 30-90 วัน ยิ่งสัญญามีมูลค่าสูงหรือมีการลงทุนมาก ระยะเวลาบอกกล่าวยิ่งควรยาวขึ้น

เทคนิคการร่างข้อเลิกสัญญาที่ดี

  • ระบุ Material Breach ให้ชัดเจน — อย่าใช้คำกว้างเกินไป
  • กำหนด Cure Period ที่เหมาะสมกับประเภทของการผิดสัญญา
  • ระบุผลของการเลิกสัญญา: คืนเงิน คืนทรัพย์สิน ภาระหน้าที่ที่ยังคงมีผลหลังเลิกสัญญา (Survival Clauses)
  • กำหนดสิทธิเลิกทันที (Immediate Termination) สำหรับกรณีร้ายแรง เช่น ล้มละลาย ฉ้อฉล หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต

ข้อควรระวัง

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 388 หากคู่สัญญาไม่ชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนดตามสัญญา และเวลานั้นเป็นสาระสำคัญ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าว ดังนั้นในสัญญาที่มีกำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญ ฝ่ายผู้ให้บริการต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องกำหนดส่งมอบ

← ตอนที่ 5 LAS CC 6/10 ตอนที่ 7 →
Disclaimer / ข้อสงวนสิทธิ์:
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นความเห็นทางกฎหมายหรือคำแนะนำเฉพาะเจาะจง ผู้อ่านควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการใดๆ ผู้เขียนและ Legal Advance Solution Co., Ltd. ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้

This article is published for educational purposes only and does not constitute legal advice. The author and Legal Advance Solution Co., Ltd. accept no liability for any loss arising from reliance on this content.
ดูบทความและบล็อกทั้งหมด / View All Content →