การเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มี "กับดักทางกฎหมายเฉพาะทาง" 3 ประการที่ต้องทำ FDI Due Diligence อย่างเข้มงวด: (1) กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าวตามมาตรา 27: นิติบุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุมัติให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 27 มีสิทธิถือครองที่ดินได้เฉพาะเพื่อการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมเท่านั้น หากผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดินเลิกกิจการที่ได้รับการส่งเสริมหรือโอนกิจการนั้นให้แก่ผู้อื่น ต้องจำหน่ายที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกหรือโอนกิจการ มิฉะนั้นอธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นตามประมวลกฎหมายที่ดิน (พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 27 วรรคสอง) ทั้งนี้ มาตรา 27 มิได้บัญญัติผลของการถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ต่อที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ไว้ ผลในกรณีนั้นต้องพิจารณาจากเงื่อนไขในการอนุญาตและประมวลกฎหมายที่ดิน (2) การเปลี่ยนสัญชาตินิติบุคคล (Corporate Nationality Shift): ในดีล M&A หากการขายหุ้นทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 50% หรือมากกว่า บริษัทจะกลายเป็น "คนต่างด้าว" ทันที ซึ่งอาจกระทบต่อเงื่อนไขสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทยในบัตรส่งเสริมเดิม ทั้งนี้ หากบริษัทกลายเป็นคนต่างด้าวตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และประกอบธุรกิจตามบัญชีสองหรือบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยได้รับการส่งเสริมการลงทุน ต้องแจ้งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อขอหนังสือรับรอง (FBC) ตามมาตรา 12 แต่หากธุรกิจมิได้อยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็ไม่ต้องขอหนังสือรับรอง (3) การเรียกคืนสิทธิประโยชน์ภาษี (Clawback): หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการ (เช่น มูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ หรือการจ้างงาน) คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 โดยผลทางอากรขาเข้าเป็นไปตามมาตรา 55 และผลทางภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นไปตามมาตรา 55/1 ซึ่งคณะกรรมการอาจสั่งให้มีผลย้อนหลังไปถึงรอบระยะเวลาบัญชีที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขได้
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: กลุ่มทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยมูลค่า 300 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีที่ดินโรงงาน 20 ไร่ในนิคมอุตสาหกรรม โดยอาศัยสิทธิประโยชน์ BOI ตามมาตรา 27
- ความเข้าใจผิด: ผู้ซื้อเชื่อว่าเมื่อซื้อหุ้นแล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดิน 20 ไร่ย่อมติดอยู่กับบริษัทต่อไปตลอดกาลโดยไม่มีเงื่อนไข
- จุดพลิก: หลังปิดดีล ผู้ซื้อเลิกสายการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับการส่งเสริม และเปลี่ยนไปทำธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในบัตรส่งเสริม BOI เดิม หากบริษัทเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน การเลิกกิจการที่ได้รับการส่งเสริมทำให้บริษัทต้องจำหน่ายที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกกิจการตามมาตรา 27 วรรคสอง มิฉะนั้นอธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น ทั้งนี้ การซื้อหุ้นร้อยละ 100 มิใช่การโอนกิจการ เพราะผู้ได้รับการส่งเสริมยังเป็นนิติบุคคลเดิม นอกจากนี้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 54 เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งอาจทำให้โรงงานต้องปิดตัวลงและสูญเสียเงินลงทุนมหาศาล
- สิ่งที่ได้จากบทความ: แผนผังตรวจสอบเงื่อนไขบัตรส่งเสริม BOI, กฎหมายการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของต่างด้าว (สิทธิตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน สิทธิในนิคมอุตสาหกรรม และสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน), การขอหนังสือรับรอง FBC ตามมาตรา 12, และข้อสัญญา Indemnity คุ้มครองความเสี่ยงภาษี BOI Clawback
สถานะทางกฎหมายของบริษัท BOI
การส่งเสริมการลงทุนตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 เป็นมาตรการพิเศษทางกฎหมายที่ให้ "สิทธิและประโยชน์" แก่ผู้ประกอบธุรกิจเหนือกว่ากฎหมายทั่วไป เช่น สิทธิถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมตามจำนวนที่คณะกรรมการเห็นสมควร แม้จะเกินกำหนดที่จะพึงมีได้ตามกฎหมายอื่น ซึ่งเป็นประโยชน์สำคัญของผู้ได้รับการส่งเสริมที่เป็นคนต่างด้าว (มาตรา 27), การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาศึกษาลู่ทางการลงทุน (มาตรา 24), สิทธิการนำช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ และคู่สมรสหรือบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะเข้ามาในราชอาณาจักร (มาตรา 25), สิทธิทำงานเฉพาะตำแหน่งหน้าที่ที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ (มาตรา 26), และสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (มาตรา 31) แต่สิทธิเหล่านี้ผูกติดอยู่กับ "เงื่อนไขเฉพาะตัวในบัตรส่งเสริม" การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือการเปลี่ยนทิศทางธุรกิจที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดอาจทำให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
- Money (การเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง): เมื่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 หากเพิกถอนสิทธิเกี่ยวกับภาษีอากรสำหรับของที่นำเข้าหรือส่งออกทั้งหมด ให้ถือว่าผู้ได้รับการส่งเสริมไม่เคยได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนมาแต่ต้น และต้องเสียภาษีอากรโดยถือสภาพของของ ราคา และอัตราภาษีอากรที่เป็นอยู่ในวันนำเข้าหรือส่งออกเป็นเกณฑ์ ส่วนการเพิกถอนบางส่วนให้เสียตามส่วนที่ถูกเพิกถอน และหากมิได้แจ้งหรือชำระภายในกำหนดเวลาต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละหนึ่งต่อเดือน (มาตรา 55) สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้ได้รับการส่งเสริมหมดสิทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ถูกเพิกถอน และคณะกรรมการอาจสั่งให้มีผลย้อนหลังไปถึงรอบระยะเวลาบัญชีที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขได้ (มาตรา 55/1)
- Control (การสูญเสียที่ดินที่ตั้งโรงงาน): โดยหลักคนต่างด้าวถือครองที่ดินได้เฉพาะตามที่ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 กำหนด และเมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดินเลิกกิจการที่ได้รับการส่งเสริมหรือโอนกิจการนั้นให้แก่ผู้อื่น ต้องจำหน่ายที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกหรือโอนกิจการ (พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 27 วรรคสอง)
- Evidence/Timing: เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมโอนกิจการให้แก่ผู้อื่น บัตรส่งเสริมใช้ได้ต่อไปอีกไม่เกินสามเดือนนับแต่วันโอนกิจการ และผู้รับโอนที่ประสงค์จะรับช่วงดำเนินกิจการต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมภายในเวลาดังกล่าว (มาตรา 56) ส่วนการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างด้าวนั้น เงื่อนไขเรื่องสัญชาติและจำนวนผู้ถือหุ้นเป็นเงื่อนไขที่คณะกรรมการอาจกำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม (มาตรา 20 (2)) จึงควรยื่นขออนุมัติต่อสำนักงาน BOI ล่วงหน้า ซึ่งระยะเวลาพิจารณาโดยทั่วไปประมาณ 30 ถึง 60 วันตามประกาศหรือคู่มือของสำนักงานฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
| Claim ID | ข้อความทางกฎหมายที่ยืนยัน | ฐานกฎหมายปฐมภูมิ | ตำแหน่งในแหล่ง | สถานะการตรวจ |
|---|---|---|---|---|
| C-INVEST-01-01 | ผู้ได้รับการส่งเสริมจะได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามจำนวนที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร แม้จะเกินกำหนดที่จะพึงมีได้ตามกฎหมายอื่น | พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง | หมวด 3 สิทธิและประโยชน์ | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-INVEST-01-02 | เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดินเลิกกิจการที่ได้รับการส่งเสริมหรือโอนกิจการนั้นให้แก่ผู้อื่น ต้องจำหน่ายที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกหรือโอนกิจการ มิฉะนั้นอธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นตามประมวลกฎหมายที่ดิน ทั้งนี้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 27 มิได้บัญญัติผลของการถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ต่อที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ไว้ ผลในกรณีนั้นต้องพิจารณาจากเงื่อนไขในการอนุญาตและประมวลกฎหมายที่ดิน | พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 27 วรรคสอง | หมวด 3 สิทธิและประโยชน์ | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-INVEST-01-03 | คนต่างด้าวที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน มีสิทธิประกอบธุรกิจตามบัญชีสองหรือบัญชีสามได้ โดยแจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอรับหนังสือรับรอง (FBC) | พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 12 | หมวด 1 การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| C-INVEST-01-04 | คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้เฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด | ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 | หมวด 8 การจำกัดสิทธิในที่ดินของคนต่างด้าว | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| C-INVEST-01-05 | เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมเลิกกิจการ รวมกิจการกับผู้อื่น หรือโอนกิจการให้แก่ผู้อื่น บัตรส่งเสริมใช้ได้ต่อไปอีกไม่เกินสามเดือนนับแต่วันเลิก รวม หรือโอนกิจการ ผู้รับโอนที่ประสงค์จะรับช่วงดำเนินกิจการต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมภายในเวลาดังกล่าว หากคณะกรรมการเห็นสมควรจะออกบัตรส่งเสริมให้ได้รับสิทธิและประโยชน์เพียงเท่าที่ผู้ได้รับการส่งเสริมเดิมยังเหลืออยู่ หากไม่สมควรให้สั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมด | พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 56 | หมวด 6 การเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
Clause-Law-Consequence Map
| เงื่อนไข/ประเด็นทางกฎหมาย | ฐานกฎหมายอ้างอิง | ผลกระทบทางกฎหมายและธุรกิจ (Consequence) |
|---|---|---|
| การถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าว | พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 27 | ถือครองได้เฉพาะเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม หากผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดินเลิกกิจการที่ได้รับการส่งเสริมหรือโอนกิจการนั้นให้แก่ผู้อื่น ต้องจำหน่ายที่ดินภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกหรือโอนกิจการ มิฉะนั้นอธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น |
| การเปลี่ยนสัญชาตินิติบุคคล (ต่างด้าวถือหุ้น 50% ขึ้นไป) | พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 12 | หากธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมเป็นธุรกิจตามบัญชีสองหรือบัญชีสาม ต้องแจ้งอธิบดีเพื่อขอหนังสือรับรอง FBC และควรตรวจเงื่อนไขสัดส่วนผู้ถือหุ้นในบัตรส่งเสริมเดิมตามมาตรา 20 (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 เพื่อขอแก้ไขหากขัดต่อเงื่อนไข |
| การโอนกิจการที่ได้รับการส่งเสริม | พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 56 | บัตรส่งเสริมใช้ได้ต่อไปอีกไม่เกินสามเดือนนับแต่วันเลิก รวม หรือโอนกิจการ ผู้รับโอนที่ประสงค์จะรับช่วงดำเนินกิจการต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมภายในเวลาดังกล่าว และคณะกรรมการอาจออกบัตรส่งเสริมให้ได้รับสิทธิและประโยชน์เพียงเท่าที่ผู้ได้รับการส่งเสริมเดิมยังเหลืออยู่ หรือสั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมด |
| การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการ (Clawback) | พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 54 มาตรา 55 และมาตรา 55/1 | คณะกรรมการมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด และหากเห็นว่ามิได้กระทำโดยจงใจ อาจสั่งให้สำนักงานเตือนเป็นหนังสือให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดก่อนก็ได้ (มาตรา 54) หากเพิกถอนสิทธิเกี่ยวกับภาษีอากรสำหรับของที่นำเข้าหรือส่งออกทั้งหมด ให้ถือว่าไม่เคยได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนมาแต่ต้น และต้องเสียภาษีอากรโดยถือสภาพของของ ราคา และอัตราภาษีอากรที่เป็นอยู่ในวันนำเข้าหรือส่งออกเป็นเกณฑ์ หากเพิกถอนบางส่วนให้เสียตามส่วนที่ถูกเพิกถอน และหากมิได้แจ้งหรือชำระภายในกำหนดต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละหนึ่งต่อเดือน (มาตรา 55) หากเพิกถอนสิทธิเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้ได้รับการส่งเสริมหมดสิทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ถูกเพิกถอน และคณะกรรมการอาจสั่งให้มีผลย้อนหลังไปถึงรอบระยะเวลาบัญชีที่ฝ่าฝืนได้ (มาตรา 55/1) |
ตารางเปรียบเทียบสิทธิถือครองที่ดินของคนต่างด้าว
| มิติการพิจารณา | 1. ถือครองตามสิทธิประโยชน์ BOI (มาตรา 27) | 2. ถือครองในนิคมอุตสาหกรรม (การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) | 3. ถือครองตามประมวลกฎหมายที่ดินทั่วไป |
|---|---|---|---|
| ฐานอำนาจทางกฎหมาย | พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 27 | มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 | ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 และมาตรา 87 |
| ข้อจำกัดพื้นที่ตั้ง | ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม หรือในนิคมอุตสาหกรรมก็ได้ | ต้องตั้งอยู่ ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตประกอบการเสรีเท่านั้น ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 | เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อจำกัดด้านเนื้อที่ที่ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 และมาตรา 87 กำหนด |
| เงื่อนไขเมื่อเลิกกิจการ | ต้องจำหน่ายที่ดินภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกหรือโอนกิจการ (เฉพาะผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน) | เป็นไปตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 | เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 90 |
| การนำไปจำนองเป็นหลักประกัน | ต้องตรวจเงื่อนไขในหนังสืออนุญาตและประกาศหรือแนวปฏิบัติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนว่าต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ล่วงหน้าหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] (การจำนองเครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรอยู่ในมาตรา 41) | เป็นไปตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 [ต้องยืนยันมาตรา] | เป็นไปตามกฎหมายแพ่งทั่วไป |
ที่ดินที่ผู้ได้รับการส่งเสริมได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 อาจมีการระบุการถือกรรมสิทธิ์ตามสิทธิประโยชน์ BOI ไว้ที่โฉนดที่ดิน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] หากบริษัทต้องการนำที่ดินแปลงนี้ไปจดทะเบียนจำนองเป็นหลักประกันเงินกู้กับสถาบันการเงิน ควรตรวจสอบก่อนว่าเงื่อนไขในหนังสืออนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ตามมาตรา 27 หรือประกาศและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนดให้ต้องได้รับหนังสืออนุญาตให้จำนองที่ดินจากสำนักงาน BOI ก่อนหรือไม่ และผลของการไม่มีหนังสือดังกล่าวเป็นอย่างไร [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ มาตรา 27 มิได้บัญญัติเรื่องการจำนองที่ดิน ส่วนอำนาจของคณะกรรมการในการอนุญาตให้จำนองเครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรอยู่ในมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน
ข้อต่อสู้ของสำนักงาน BOI กับผู้ลงทุนรายใหม่ Devil's Advocate
| ข้ออ้างของผู้ซื้อกิจการรายใหม่ | ข้อโต้แย้งของเจ้าพนักงาน BOI | หลักฐานที่ชี้ขาด |
|---|---|---|
| ตนเข้าซื้อหุ้นในบริษัทเดิม สิทธิประโยชน์ BOI ย่อมโอนมาโดยอัตโนมัติ | บัตรส่งเสริมอาจมีเงื่อนไขเรื่องสัญชาติและจำนวนผู้ถือหุ้นตามมาตรา 20 (2) หากการซื้อหุ้นทำให้สัญชาติเปลี่ยน ควรยื่นขอแก้ไขเงื่อนไขต่อ BOI ก่อน เพราะการฝ่าฝืนเงื่อนไขอาจถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 54 | เงื่อนไขเฉพาะตัวในบัตรส่งเสริมการลงทุน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) |
| เครื่องจักรที่นำเข้าโดยยกเว้นอากร ได้ใช้งานมาเกิน 5 ปีแล้ว ย่อมขายต่อได้เสรี | ภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนดในบัตรส่งเสริม ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าห้าปีแต่ไม่เกินสิบห้าปี ผู้ได้รับการส่งเสริมห้ามใช้เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเพื่อการอื่น หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามมาตรา 41 (มาตรา 40) ดังนั้นการขายเครื่องจักรที่ใช้งานเกินห้าปีต้องตรวจก่อนว่าพ้นระยะเวลาที่กำหนดในบัตรส่งเสริมแล้วหรือไม่ ส่วนวิธีการตัดบัญชีเครื่องจักรต่อ BOI ให้เป็นไปตามระเบียบของสำนักงานที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | ประวัติการยื่นตัดบัญชีเครื่องจักรในระบบ e-Tax/M-Matching [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] |
| ยังคงประกอบธุรกิจการผลิตเดิม เพียงแต่เพิ่มการให้บริการโลจิสติกส์ | รายได้จากส่วนบริการโลจิสติกส์อยู่นอกข่ายที่ได้รับส่งเสริม ต้องแยกบัญชีเสียภาษีเงินได้ตามปกติ | งบการเงินแยกตามส่วนงาน (Segment Reporting) และบัตรส่งเสริม |
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
ข้อเท็จจริงสมมติ: กองทุนสิงคโปร์เข้าซื้อหุ้น 80% ใน บริษัท A จำกัด ซึ่งถือโฉนดที่ดินโรงงาน 15 ไร่ตามสิทธิ BOI หลังการซื้อขาย หุ้นต่างชาติกลายเป็น 80% (เดิมไทย 60%)
ขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง: (1) ตรวจสอบบัตรส่งเสริมพบว่ามีเงื่อนไขเรื่องสัญชาติและจำนวนผู้ถือหุ้นตามมาตรา 20 (2) คือ "ต้องมีหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51%" ฝ่ายกฎหมายจึงควรยื่นคำขอต่อคณะกรรมการ BOI เพื่อขอผ่อนผันหรือแก้ไขเงื่อนไขสัดส่วนหุ้นไทยก่อนปิดดีล เพราะการฝ่าฝืนเงื่อนไขอาจถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 54, (2) ตรวจว่าธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจตามบัญชีสองหรือบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากเป็นธุรกิจดังกล่าวและได้รับการส่งเสริมการลงทุน ให้แจ้งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBC) ตามมาตรา 12 แต่หากธุรกิจมิได้อยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว ไม่ต้องขอหนังสือรับรอง, (3) ตรวจสอบว่าที่ดิน 15 ไร่ยังคงใช้เพื่อการผลิตตามโครงการเดิม 100% เพื่อรักษาสิทธิการถือครองที่ดินตามมาตรา 27
ขั้นตอนการทำ Foreign Investment Due Diligence Action Steps
| ขั้นตอน | การดำเนินงาน | ผู้รับผิดชอบ | เอกสารผลลัพธ์ | กำหนดเวลา |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ขอสำเนาบัตรส่งเสริม BOI ทุกฉบับพร้อมบันทึกการแก้ไข | เป้าหมาย (Target) | สำเนาบัตรส่งเสริมการลงทุนฉบับล่าสุด | สัปดาห์ที่ 1 |
| 2 | ตรวจสอบประวัติการปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการ (Project Milestones) | ฝ่ายกฎหมายและบัญชี | รายงานตรวจสอบสิทธิเปิดดำเนินการ (Full Operation Permit) | สัปดาห์ที่ 2 |
| 3 | ตรวจสารบบที่ดินที่ถือกรรมสิทธิ์ตามมาตรา 27 และข้อกำหนดการจำนอง ณ สำนักงานที่ดิน | ทนายความผู้เชี่ยวชาญที่ดิน | รายงานการคัดสารบบโฉนดที่ดิน รวมทั้งรายการที่ระบุการถือกรรมสิทธิ์ตามสิทธิประโยชน์ BOI หากมี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | สัปดาห์ที่ 2-3 |
| 4 | ยกร่างคำขออนุมัติเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่อสำนักงาน BOI | BOI Specialist | หนังสือขออนุมัติการแก้ไขผู้ถือหุ้นและบัตรส่งเสริม | ก่อนปิดดีล 45 วัน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] |
Checklist 10 จุดตรวจสถานะการลงทุน BOI และต่างด้าว
- บัตรส่งเสริมการลงทุนยังไม่หมดอายุ และได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการเรียบร้อยแล้ว
- ไม่มีประวัติการถูกสำนักงาน BOI ออกหนังสือเตือนเรื่องการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน
- ที่ดินที่ถือกรรมสิทธิ์มีหนังสืออนุญาตตามมาตรา 27 และขนาดเนื้อที่ไม่เกินกว่าที่ได้รับอนุมัติ
- ที่ดินแปลงดังกล่าวใช้ประโยชน์เฉพาะในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น (ไม่มีการแบ่งให้เช่าช่วง)
- ตรวจเงื่อนไขในหนังสืออนุญาตและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแล้วว่าการนำที่ดินไปจำนองกับธนาคารต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากสำนักงาน BOI หรือไม่ และหากต้องได้รับ ก็ได้รับความเห็นชอบแล้ว [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ตรวจสอบเงื่อนไขสัดส่วนการถือหุ้นของคนไทยในบัตรส่งเสริม (หากมี ต้องขอปลดล็อกก่อนขายหุ้นให้ต่างด้าว)
- มีการจัดทำบัญชีแยกรายได้ส่วนที่ได้รับการยกเว้นภาษี (BOI) ออกจากรายได้ที่ไม่ได้รับยกเว้น (Non-BOI) ชัดเจน
- เครื่องจักรและวัตถุดิบที่นำเข้าโดยยกเว้นอากร มีระบบควบคุมและตัดบัญชีตรงตามสารบบของ BOI
- ช่างฝีมือและผู้ชำนาญการต่างด้าวได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 25 และได้รับอนุญาตให้ทำงานเฉพาะตำแหน่งหน้าที่ที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบตามมาตรา 26 ถูกต้อง โดยขั้นตอนผ่านระบบ Single Window (BOI) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- มีข้อสัญญา Indemnity ใน SPA คุ้มครองผู้ซื้อจากการถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์หรือเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
สรุปสิ่งที่ควรจำ — Key Takeaways
- ที่ดินมาตรา 27 ผูกติดกับโครงการ: สิทธิในที่ดินไม่ใช่สิทธิขาดถาวร หากผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดินเลิกกิจการที่ได้รับการส่งเสริมหรือโอนกิจการนั้นให้แก่ผู้อื่น ต้องจำหน่ายที่ดินภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกหรือโอนกิจการ
- ขายหุ้นเปลี่ยนสัญชาติบริษัท: ถ้ากลายเป็นคนต่างด้าวและประกอบธุรกิจตามบัญชีสองหรือบัญชีสามโดยได้รับการส่งเสริมการลงทุน ต้องแจ้งอธิบดีเพื่อขอหนังสือรับรอง (FBC) ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่หากธุรกิจมิได้อยู่ในบัญชีท้าย ไม่ต้องขอหนังสือรับรอง
- ระวังภาษี Clawback: อย่ามองข้ามเงื่อนไขการเปิดดำเนินการ เพราะคณะกรรมการอาจสั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา 54 โดยผลทางภาษีเป็นไปตามมาตรา 55 และมาตรา 55/1
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 31 มาตรา 31/1 มาตรา 34 มาตรา 37 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 55/1 และมาตรา 56
- พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 12 มาตรา 17 และมาตรา 36
- ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 และมาตรา 87
- ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 90 และมาตรา 97
- มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)