คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. ใบอนุญาต การอนุญาต และการขอใช้ไฟฟ้าที่ต้องตรวจก่อนลงนาม: ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับเรือต้องตรวจก่อนว่าการให้บริการเข้านิยามกิจการไฟฟ้าตามมาตรา 5 และต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 หรือไม่ หรือได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสาม [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ส่วนการปลูกสร้างท่าเทียบเรือหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ หรือใต้น้ำของแม่น้ำลำคลองอันเป็นทางสัญจรของประชาชน ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าท่าตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 ผู้ประกอบการควรตรวจด้วยว่ากฎหมายและประกาศของกรมเจ้าท่าที่ใช้กับท่าเทียบเรือแห่งนั้นกำหนดให้ขออนุญาตหรือขอความเห็นชอบเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูงใดบ้าง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และผู้ให้บริการต้องมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือข้อตกลงการขอใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าที่รับผิดชอบพื้นที่ตามประเภทและขนาดการใช้ไฟฟ้า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ในทางเทคนิค สัญญาควรกำหนดให้มีระบบตัดไฟรั่วลงดินชนิดพิเศษ (Marine Ground Fault Protection) และระบบแยกวงจรกัลวานิก (Galvanic Isolation) เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของตัวเรือและไฟฟ้ารั่วลงน้ำที่เป็นอันตรายต่อชีวิต
  2. การันตีหน้าต่างเวลาชาร์จและอัตราจ่ายกระแสไฟ (Berth Window & kW Delivery SLA): สำหรับเรือโดยสารสาธารณะที่มีตารางเดินเรือแน่นอน สัญญาต้องระบุกำลังการจ่ายไฟขั้นต่ำ (เช่น ไม่ต่ำกว่า 300-600 kW ต่อหัวชาร์จ) และการันตีความพร้อมของช่องจอดเทียบท่า (Berth Availability) หากสถานีชาร์จขัดข้องจนเรือไม่สามารถออกเดินเรือตามตารางได้ ผู้ให้บริการต้องจ่ายค่าปรับความล่าช้า (Delay Liquidated Damages) ซึ่งมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 จึงควรกำหนดอัตราให้สัมพันธ์กับความเสียหายที่คาดหมายได้ ส่วนตัวเลขกำลังจ่ายไฟข้างต้นเป็นข้อเสนอแนะทางพาณิชย์ที่คู่สัญญาเจรจาได้ ไม่ได้มาจากบทบัญญัติของกฎหมาย
  3. การจัดสรรความรับผิดต่ออัคคีภัยทางน้ำและมลพิษสิ่งแวดล้อม: เนื่องจากแบตเตอรี่เรือมีขนาดใหญ่ระดับเมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) หากเกิดเพลิงไหม้ระหว่างชาร์จ สัญญาต้องระบุจุดตัดความรับผิดระหว่างระบบชาร์จของท่าเรือกับระบบ BMS ของตัวเรือ และบังคับให้ผู้ให้บริการสถานีชาร์จทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและสิ่งแวดล้อมทางน้ำไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะทางพาณิชย์ที่คู่สัญญาเจรจาได้ ไม่ได้มาจากบทบัญญัติของกฎหมาย ทั้งนี้ การแบ่งความรับผิดตามสัญญาผูกพันเฉพาะคู่สัญญา บุคคลภายนอกหรือรัฐที่ได้รับความเสียหายจากมลพิษยังเรียกร้องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษได้ตามมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

รหัสอ้างอิงข้อกฎหมาย / สาระสำคัญฐานทางกฎหมายสถานะการตรวจสอบ
C-CC-44-01การปลูกสร้างท่าเทียบเรือหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ หรือใต้น้ำของแม่น้ำลำคลองอันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือทะเลภายในน่านน้ำไทย ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า และผู้รับอนุญาตต้องเสียค่าตอบแทนเป็นรายปีตามวิธีการและอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง การปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกหรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นโทษทางอาญา มิใช่ค่าปรับทางปกครอง และเจ้าท่ามีอำนาจสั่งให้รื้อถอนหรือแก้ไขได้ ส่วนใบอนุญาตใช้เรือและใบสำคัญรับรองการตรวจเรือเป็นหน้าที่เกี่ยวกับตัวเรือ มิใช่หลักเกณฑ์ความปลอดภัยของสถานีอัดประจุไฟฟ้าพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 บทบัญญัติว่าด้วยการอนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ค่าตอบแทนรายปี โทษ และอำนาจสั่งให้รื้อถอนหรือแก้ไข ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2535 และ (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-44-02ผู้ให้บริการต้องตรวจว่าการให้บริการเข้านิยามกิจการไฟฟ้าตามมาตรา 5 และต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามมาตรา 47 วรรคหนึ่งหรือไม่ หรือได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสาม [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ส่วนการอนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือตั้งโรงงานเพื่อประกอบกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน การควบคุมอาคาร การผังเมือง และการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยต้องขอความเห็นจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายนั้น (มาตรา 48) มาตรา 48 จึงมิใช่ฐานของมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้า มาตรฐานความปลอดภัยเป็นข้อตกลงในสัญญาที่คู่สัญญาเลือกใช้ เว้นแต่มีกฎหมายหรือประกาศที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 5 มาตรา 47 และมาตรา 48แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-44-03เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษซึ่งก่อให้เกิดหรือเป็นแหล่งกำเนิดของการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้อื่นหรือรัฐ ไม่ว่าการรั่วไหลหรือแพร่กระจายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทางราชการต้องรับภาระจ่ายจริงในการขจัดมลพิษ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่ามลพิษเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือการสงคราม การกระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้ได้รับความเสียหายเอง หรือของบุคคลอื่นซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงหรือโดยอ้อมในการรั่วไหลหรือแพร่กระจายนั้น (มาตรา 96) แหล่งกำเนิดมลพิษตามนิยามในมาตรา 4 รวมถึงสิ่งก่อสร้างและยานพาหนะ การแบ่งความรับผิดในสัญญาระหว่างผู้ประกอบการเรือ A กับผู้ให้บริการสถานีชาร์จ B ใช้ได้เฉพาะระหว่าง A และ B ส่วนบุคคลภายนอก C หรือรัฐยังเรียกร้องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษได้ตามมาตรา 96พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 4 และมาตรา 96แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-44-04ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (มาตรา 420) บุคคลผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น และความข้อนี้ใช้บังคับตลอดถึงบุคคลผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้นด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง (มาตรา 437) การจะถือว่าเรือไฟฟ้าเป็นยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ชาร์จเป็นทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ และผู้ใดเป็นผู้ครอบครอง เป็นข้อวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ไม่ควรเขียนเป็นข้อสรุปตายตัวประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 437แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-44-05ค่าปรับความล่าช้าและค่าปรับกรณีเรือลำอื่นจอดกีดขวางช่องชาร์จมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ (มาตรา 379) หากสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ โดยพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 383)ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 และมาตรา 383ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-CC-44-06ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นโมฆะ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373) ข้อตกลงที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยอันเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อนำมาอ้างไม่ได้ และข้อตกลงอื่นที่ไม่เป็นโมฆะมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี (พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8)ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit

Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Marine EV Charging Infrastructure

ตารางเปรียบเทียบ: สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าบนบก (EV Charger) กับสถานีชาร์จเรือไฟฟ้าทางน้ำ Marine Charger

มิติการปฏิบัติการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าบนบก (Land EVSE)สถานีชาร์จเรือไฟฟ้าทางน้ำ (Marine Charging)
กำลังไฟฟ้า (Power Rating)50 kW ถึง 360 kW (DC Fast Charge)300 kW ถึง 1,000+ kW (Megawatt Charging)
สภาพแวดล้อมและความชื้นทนฝนและฝุ่นทั่วไป (IP54 / IP55)ทนไอน้ำเค็ม การกระแทกของคลื่น และไอชื้นสูง (IP67 / IP68)
ความเสี่ยงไฟฟ้ารั่วลงดินผ่านสายดินปกติเสี่ยงรั่วลงแหล่งน้ำกระทบสิ่งมีชีวิตและคนบนเรือ
หน่วยงานกำกับดูแลคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ใบอนุญาตหรือการยกเว้นตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายที่ใช้กับสถานที่ติดตั้งเจ้าท่า (การอนุญาตท่าเทียบเรือและสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ใบอนุญาตหรือการยกเว้นตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550) ส่วนการท่าเรือแห่งประเทศไทยเกี่ยวข้องเฉพาะเมื่อท่านั้นเป็นท่าเรือของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ