คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การรับรองใบอนุญาตคู่ขนาน กพท. และ กสทช. (Dual Regulatory Compliance): มาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน นอกจากได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด ผู้บังคับหรือปล่อยโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษตามมาตรา 78 (1) ผู้บังคับโดรนทุกคนจึงต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา 24 ส่วนการขึ้นทะเบียนโดรนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. / CAAT) เป็นไปตามประกาศกระทรวงคมนาคมที่ออกตามมาตราดังกล่าว (ฉบับ พ.ศ. 2558 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2567) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ในด้านวิทยุคมนาคม ผู้ที่มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับบังคับโดรนต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 เว้นแต่เป็นเครื่องที่กฎกระทรวงยกเว้น และการขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมของโดรนกับสำนักงาน กสทช. เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการ กสทช. (พ.ศ. 2563) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] สัญญาจึงควรกำหนดให้ผู้ให้บริการรับรองว่าการอนุญาต การขึ้นทะเบียน และใบอนุญาตทั้งหมดมีผลตลอดอายุสัญญา และทุกเที่ยวบินควบคุมโดยผู้บังคับที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 24
  2. การควบคุมขอบเขตความปลอดภัยและระบบป้องกันการตก (Safety & Geo-fencing Protocol): สำหรับการบินสำรวจโรงกลั่นน้ำมัน นิคมอุตสาหกรรม หรือแนวเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง สัญญาควรกำหนดให้ระบบโดรนติดตั้งซอฟต์แวร์จำกัดแนวบิน (Geo-fencing) และระบบลงจอดฉุกเฉินอัตโนมัติ (Return-to-Home / Parachute Recovery System) เป็นมาตรการด้านความปลอดภัยตามแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อป้องกันการชนหรือร่วงหล่นใส่อุปกรณ์สำคัญ
  3. สิทธิในข้อมูลภาพถ่ายและโมเดล 3 มิติ (Data Ownership & IP Allocation): ภาพถ่ายทางอากาศ ข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์ ข้อมูลความร้อนจากกล้องอินฟราเรด และแบบจำลอง 3 มิติ (Digital Twin / Point Cloud) ที่ได้จากการบินสำรวจ ควรกำหนดสิทธิของคู่สัญญาไว้ในสัญญาให้ชัดเจน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในภาพถ่าย แบบจำลอง 3 มิติ และรายงานที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามที่คู่สัญญาตกลงกันและตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 แต่หากผู้สร้างสรรค์เป็นลูกจ้างของผู้ให้บริการ ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้างตามมาตรา 9 เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น สัญญาจึงควรจัดให้มีหนังสือโอนสิทธิตามที่อธิบายใน C-UP-27-04 ส่วนข้อมูลดิบที่ไม่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ผู้ว่าจ้างได้รับความคุ้มครองโดยข้อสัญญาเรื่องกรรมสิทธิ์ในสื่อบันทึก การรักษาความลับ และข้อห้ามมิให้ผู้ให้บริการใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ผู้ให้บริการยังคงมีสิทธิในซอฟต์แวร์และวิธีการที่มีอยู่เดิม

โครงสร้างแม่บทสัญญา Commercial Drone Inspection MSA

สัญญาฉบับนี้เป็นสัญญาจ้างทำของผสมสัญญาบริการทางวิศวกรรม (Engineering Services & SLA) ประกอบด้วยข้อกำหนดการบินสำรวจตามรอบระยะเวลา (Scheduled Flight Missions) และการบินฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลหรือเพลิงไหม้ (Emergency On-demand Missions)

สัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 คือสัญญาซึ่งผู้รับจ้างตกลงรับจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น มาตราดังกล่าวเป็นบทนิยามของสัญญาประเภทนี้ มิได้บัญญัติเรื่องการส่งมอบหรือการรับมอบงาน ซึ่งอยู่ในบทบัญญัติอื่น เช่น มาตรา 598 ที่ว่าด้วยการที่ผู้ว่าจ้างยอมรับมอบงานโดยมิได้อิดเอื้อน

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

รหัสอ้างอิงข้อกฎหมาย / สาระสำคัญฐานทางกฎหมายสถานะการตรวจสอบ
C-UP-27-01ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน นอกจากได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด ผู้บังคับหรือปล่อยโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 78 (1)) และผู้ได้รับอนุญาตที่ฝ่าฝืนวิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในการอนุญาตมีโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (มาตรา 67/20)พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 24 มาตรา 78 (1) และมาตรา 67/20 ส่วนเงื่อนไขการบังคับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินกำหนดโดยประกาศกระทรวงคมนาคมที่ออกตามมาตรา 24 (ฉบับ พ.ศ. 2558 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2567) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]แก้ไขแล้ว — LAS Audit ตรวจกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับรวมถึงพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562
C-UP-27-02การทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต (มาตรา 6) และการตั้งสถานีวิทยุคมนาคมต้องได้รับใบอนุญาต (มาตรา 11) เว้นแต่เครื่องหรือสถานีที่กฎกระทรวงยกเว้น ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (มาตรา 23)พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6 และมาตรา 11 ส่วนการที่สำนักงาน กสทช. เป็นผู้ใช้อำนาจออกใบอนุญาตและรับขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมของโดรนในปัจจุบัน เป็นไปตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 [ต้องยืนยันมาตรา] และประกาศของคณะกรรมการ กสทช. [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-UP-27-03ผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายเอง และให้ใช้หลักเดียวกันแก่บุคคลผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้น ส่วนอากาศยานไร้คนขับจะเข้าส่วนใดต้องพิจารณาเป็นรายกรณี สัญญาควรกำหนดให้ผู้ให้บริการ (B) ในฐานะผู้ครอบครองและควบคุมดูแลโดรนเป็นผู้รับผิดต่อบุคคลภายนอกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-UP-27-04ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 งานที่ผู้สร้างสรรค์สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ส่วนงานที่ลูกจ้างของ B สร้างสรรค์ในฐานะลูกจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้างตามมาตรา 9 หากมิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น สัญญาจึงควรให้ B จัดให้ลูกจ้างทำหนังสือโอนสิทธิแก่ B และกำหนดให้ B โอนสิทธิแก่ผู้ว่าจ้าง (A)พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 และมาตรา 9แก้ไขแล้ว — LAS Audit

สัญญาบริการระบบจัดการจราจรอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft System Traffic Management: UTM) ใช้ฐานกฎหมายหลายส่วนร่วมกับสัญญาจ้างบริการตรวจสอบด้วยโดรนในบทความนี้ เช่น การอนุญาตให้บังคับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน เครื่องวิทยุคมนาคม ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และขอบเขตของข้อตกลงจำกัดความรับผิด แต่มีประเด็นเฉพาะเพิ่มขึ้น ได้แก่ การวินิจฉัยว่าบริการ UTM เป็นบริการการเดินอากาศที่ต้องมีใบรับรองหรือไม่ เวลาหน่วงของการแจ้งเตือนความเสี่ยงการชน การระงับการบินตามคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย และการชดใช้และไล่เบี้ยระหว่างผู้ให้บริการ UTM กับผู้ประกอบการโดรน ผู้อ่านที่สนใจโปรดดูบทความเรื่อง พิมพ์เขียวและแม่แบบสัญญาบริการระบบจัดการจราจรทางอากาศยานไร้คนขับและการบินระดับต่ำ (Unmanned Aircraft System Traffic Management: UTM & Low-Altitude Airspace MSA Template)

แม่แบบข้อสัญญาสำคัญ Key Contractual Clauses

ข้อ 6. ใบอนุญาตและการปฏิบัติตามมาตรฐานการบิน (Permits & Regulatory Compliance)

6.1 ผู้ให้บริการรับรองว่า โดรนทุกลำที่นำมาใช้ปฏิบัติงานขึ้นทะเบียนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยตามประกาศกระทรวงคมนาคมที่ออกตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้บังคับโดรน (Remote Pilot in Command) ทุกคนได้รับอนุญาตตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด ผู้ที่มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมของโดรนได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 หรือเครื่องนั้นได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวง และเครื่องดังกล่าวขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน กสทช. ตามประกาศของคณะกรรมการ กสทช. (พ.ศ. 2563) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ การอนุญาต การขึ้นทะเบียน และใบอนุญาตทั้งหมดมีผลใช้ได้ตลอดอายุสัญญา ส่วนการอบรมหรือการประเมินผู้บังคับเพิ่มเติมจากที่กฎหมายกำหนด ให้เป็นไปตามที่คู่สัญญาตกลงกันในภาคผนวก 6.2 ผู้ให้บริการมีหน้าที่จัดทำแผนการบิน (Flight Operations Plan) และดำเนินการขออนุญาตทำการบินในเขตหวงห้ามเฉพาะ หรือเขตใกล้เคียงสนามบินจากหน่วยงานความมั่นคงและศูนย์ควบคุมการบินที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าตามกฎหมาย โดยผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตทั้งปวง

ข้อ 12. ประกันภัยความรับผิดและการชดใช้ความเสียหาย (Aviation Third-Party Liability & Indemnity)

12.1 ผู้ให้บริการต้องจัดทำและคงไว้ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกสำหรับอากาศยานไร้คนขับ (UAV Third-Party Aviation Insurance) วงเงินคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) ต่ออุบัติการณ์ โดยระบุให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้เอาประกันร่วม

ข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อ 12.1

ประกันภัยตามข้อ 12.1 เป็นประกันภัยค้ำจุนตามมาตรา 887 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ต้องเสียหายจึงเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยโดยตรงได้ภายในวงเงินตามกรมธรรม์ จำนวน 5,000,000 บาทเป็นวงเงินที่คู่สัญญาตกลงกัน มิใช่จำนวนที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ดี การขึ้นทะเบียนโดรนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยตามประกาศกระทรวงคมนาคมที่ออกตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 กำหนดให้แสดงกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งวงเงินขั้นต่ำยังมิได้ตรวจกับราชกิจจานุเบกษา [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] คู่สัญญาจึงควรตรวจว่าวงเงินที่ตกลงกันไม่ต่ำกว่าวงเงินขั้นต่ำดังกล่าว และควรกำหนดให้ชัดว่าวงเงินดังกล่าวเป็นวงเงินต่ออุบัติการณ์ ผู้ว่าจ้างมีสถานะใดในกรมธรรม์ และกรมธรรม์ครอบคลุมความรับผิดตามข้อสัญญาชดใช้ในข้อ 12.2 ด้วยหรือไม่

12.2 หากโดรนของผู้ให้บริการตก ขัดข้อง หรือชนกระแทกเข้ากับอาคาร ท่อส่งก๊าซ ถังเก็บสารเคมี หรือเครื่องจักรของผู้ว่าจ้าง หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอก ผู้ให้บริการตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ว่าจ้างตามส่วนความเสียหายที่เกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้ให้บริการหรือของบุคคลที่ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบ เว้นแต่ส่วนที่เกิดจากความจงใจหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ รวมถึงค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ว่าจ้างต้องชดใช้แก่บุคคลภายนอกเพราะความเสียหายดังกล่าวตามส่วนเดียวกัน

ข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อ 12.2

ข้อสัญญาที่ให้ผู้ให้บริการชดใช้เต็มจำนวนและปลดเปลื้องความรับผิดทั้งปวงของผู้ว่าจ้าง โดยไม่แยกส่วนที่เกิดจากความผิดของผู้ว่าจ้างเอง ไม่สอดคล้องกับหลักในมาตรา 223 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเมื่อฝ่ายผู้เสียหายมีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วย ให้พิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามพฤติการณ์และตามส่วนที่แต่ละฝ่ายเป็นผู้ก่อความเสียหาย หากนำแม่แบบนี้ไปใช้เป็นสัญญาสำเร็จรูป ข้อสัญญาที่ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

หากข้อ 12.2 กำหนดให้ชดใช้เต็มจำนวนโดยไม่มีเพดาน ภาระชดใช้ดังกล่าวไม่มีขีดจำกัด แต่กรมธรรม์ตามข้อ 12.1 คุ้มครองเพียง 5,000,000 บาทต่ออุบัติการณ์ ส่วนที่เกินวงเงินจึงไม่มีประกันภัยรองรับ หากคู่สัญญากำหนดเพดานความรับผิดให้สอดคล้องกับวงเงินประกันภัย เพดานนั้นต้องไม่ใช้กับความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงตามมาตรา 373 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และต้องไม่ใช้กับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยที่เกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อตามมาตรา 8 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ส่วนข้อจำกัดความรับผิดในกรณีอื่นมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 8 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน

ข้อมูลส่วนบุคคลในภาพถ่ายและข้อมูลจากการบินสำรวจ (Personal Data in Aerial Imagery)

ข้อสัญญาที่ควรเพิ่ม: หากภาพหรือข้อมูลจากการบินสำรวจทำให้ระบุตัวบุคคลได้ ต้องกำหนดว่าผู้ว่าจ้าง (A) หรือผู้ให้บริการ (B) เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ใดเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และจัดทำข้อตกลงระหว่างกันตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พร้อมมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและหน้าที่แจ้งเหตุละเมิด

ภาพถ่ายทางอากาศและวิดีโออาจทำให้ระบุตัวบุคคล เช่น พนักงานหรือผู้อยู่ใกล้เคียงได้ ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ซึ่งหมายความถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลคือผู้มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลคือผู้ดำเนินการดังกล่าวตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรา 40 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกันกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อควบคุมการดำเนินงานของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ข้อสัญญาห้ามผู้ให้บริการเผยแพร่หรือใช้ประโยชน์ข้อมูลเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่กำหนดสถานะของคู่สัญญาตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ตารางเปรียบเทียบการตรวจสอบวิศวกรรมด้วยคน (Manual Inspection) กับการใช้โดรนอัตโนมัติ Autonomous Drone

มิติการปฏิบัติการการตรวจด้วยคน (Rope Access / Scaffolding)การตรวจด้วยโดรนอัตโนมัติ (Drone Inspection)
ความเสี่ยงต่อชีวิตพนักงานสูง ต้องขึ้นที่สูงหรือเข้าพื้นที่อับอากาศลดความเสี่ยงของบุคลากรที่ต้องทำงานบนที่สูงหรือในพื้นที่อับอากาศ
ความเร็วในการตรวจจับปัญหามักใช้เวลานานกว่า เพราะต้องติดตั้งนั่งร้านหรือระบบเชือก (ตัวอย่างเช่น หลายวัน)มักใช้เวลาสั้นกว่าและส่งภาพได้ระหว่างการบิน (ตัวอย่างเช่น ภายในไม่กี่ชั่วโมง) ระยะเวลาจริงขึ้นกับขนาดพื้นที่ สภาพอากาศ และเงื่อนไขการอนุญาตให้บิน จึงควรกำหนดเป็นตัวชี้วัดที่คู่สัญญาเจรจาตกลงกัน
ข้อกำหนดทางกฎหมายเฉพาะพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (มาตรา 6 และมาตรา 13)พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมทั้งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (มาตรา 6 และมาตรา 13) สำหรับบุคลากรภาคพื้นดิน
ความเสี่ยงจากการตกกระแทกเครื่องมือตกหล่นจากที่สูงโดรนขัดข้องตกกระแทกอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐาน
ข้อสังเกตเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน

การตรวจด้วยโดรนลดจำนวนบุคลากรที่ต้องขึ้นที่สูงหรือเข้าพื้นที่อับอากาศ แต่มิได้ทำให้การปฏิบัติการอยู่นอกกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน เพราะยังมีบุคลากรภาคพื้นดินที่ปฏิบัติงานอยู่ นายจ้างของบุคลากรดังกล่าวมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบกิจการและลูกจ้างให้มีสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งในกรณีตรวจด้วยคนและตรวจด้วยโดรน

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ