คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การแยกเสียงสนทนาทั่วไปออกจากข้อมูลชีวภาพจากเสียง (Voiceprint Biometrics): การบันทึกเสียงสนทนากับลูกค้าที่เป็นคู่สัญญาอาจอาศัยฐานตามมาตรา 24 (3) หรือมาตรา 24 (5) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้จริง แต่เมื่อระบบนำเสียงมาสร้างแม่แบบเพื่อยืนยันตัวตน (Authentication) ข้อมูลนั้นเข้าลักษณะข้อมูลชีวภาพตามมาตรา 26 วรรคสอง จึงต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง และการขอความยินยอมต้องเป็นไปตามมาตรา 19 ทั้งนี้ การบันทึกเสียงสนทนาโดยมิได้นำมาประมวลผลเพื่อยืนยันตัวตนไม่เข้าลักษณะดังกล่าว เว้นแต่เนื้อหามีข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลตามมาตรา 26 อื่น และในทุกกรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูล
  2. การแจ้งการบันทึกเสียงและการแจ้งว่าผู้สนทนาเป็นระบบอัตโนมัติ (Automated Agent Notice): ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งการบันทึกเสียงและรายละเอียดตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูล ส่วนการแจ้งตั้งแต่ต้นสายว่าผู้สนทนาเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ และการเปิดช่องให้ขอโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์ (Human Agent Handover) เป็นแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อความโปร่งใส ยังไม่พบประกาศของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือบทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดเป็นหน้าที่ สัญญาจึงควรกำหนดไว้เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ ส่วนรายละเอียดของข้อความแจ้งการบันทึกเสียงอยู่ในบทความ LAS C&C EP30
  3. ข้อสัญญาห้ามนำเสียงของลูกค้าไปฝึกโมเดล (No-Training Covenant): ผู้ว่าจ้างซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลโดยทั่วไปเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ให้บริการ CCaaS ที่ดำเนินการตามคำสั่งเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) แต่สถานะของแต่ละฝ่ายพิจารณาตามข้อเท็จจริง หากผู้ให้บริการนำไฟล์เสียงหรือข้อความถอดเสียง (Transcripts) ไปฝึกโมเดลของตนเอง หรือเปิดเผยให้บุคคลภายนอกนำไปใช้นอกเหนือคำสั่ง ผู้ให้บริการจะถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการใช้นั้นตามมาตรา 40 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สัญญาจึงควรห้ามการใช้เช่นนั้นไว้อย่างชัดแจ้ง ส่วนรายละเอียดของข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตามมาตรา 40 วรรคสาม การเก็บรักษาและการลบไฟล์เสียงอยู่ในบทความ LAS C&C EP30

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

บทความนี้เน้นเฉพาะประเด็นของระบบเสียงสนทนาปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้งานบนคลาวด์คอลเซ็นเตอร์ ได้แก่ ข้อมูลชีวภาพจากเสียง การห้ามนำเสียงไปฝึกโมเดล การส่งต่อสายให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์ และการโทรออกเพื่อทวงถามหนี้ ส่วนสัญญาจ้างบริการศูนย์บริการลูกค้าโดยทั่วไป ซึ่งรวมถึงข้อความแจ้งการบันทึกเสียงตามมาตรา 23 และข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การปกปิดข้อมูลบัตร การเก็บรักษาและลบไฟล์เสียง และตัวชี้วัดระดับบริการ ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดในบทความเรื่อง Checklist 10 จุดตรวจสัญญาบริการศูนย์บริการลูกค้าและระบบ Contact Center Outsourcing (LAS C&C EP30) บทความนี้จึงสรุปประเด็นเหล่านั้นไว้เท่าที่จำเป็น และยึดหลักเดียวกับบทความดังกล่าว

รหัสอ้างอิงข้อกฎหมาย / สาระสำคัญฐานทางกฎหมายสถานะการตรวจสอบ
C-CC-43-01การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับความยินยอม เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 24 และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดตามมาตรา 23 ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และมาตรา 24แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-43-02ห้ามเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ และข้อมูลอื่นตามที่มาตรา 26 วรรคหนึ่งระบุไว้ โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) ข้อมูลชีวภาพหมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้ยืนยันตัวตนของบุคคลนั้นได้ (มาตรา 26 วรรคสอง) เสียงเข้าลักษณะนี้เมื่อนำมาสร้างแม่แบบเพื่อยืนยันตัวตน และการขอความยินยอมต้องเป็นไปตามมาตรา 19พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19 และมาตรา 26แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-43-03ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและแจ้งเหตุการละเมิดต่อผู้ควบคุม และจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล ผู้ประมวลผลที่ใช้ข้อมูลนอกเหนือคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมสำหรับการใช้นั้น และผู้ควบคุมต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกันเพื่อควบคุมการดำเนินงานของผู้ประมวลผล (รายละเอียดอยู่ในบทความ LAS C&C EP30)พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-43-04การติดต่อทวงถามหนี้ต้องอยู่ในช่วงเวลาตามมาตรา 9 (2) คือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.00 นาฬิกา ถึง 20.00 นาฬิกา และวันหยุดราชการ เวลา 08.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกา และต้องติดต่อตามจำนวนครั้งที่เหมาะสมตามมาตรา 9 (3) ซึ่งคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้อาจประกาศกำหนดจำนวนครั้งได้ ส่วนมาตรา 8 เป็นข้อห้ามติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ มิใช่บทบัญญัติเรื่องเวลาพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 และมาตรา 9แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-43-05ผู้ให้บริการที่โทรทวงถามหนี้แทนเจ้าหนี้เข้าข่ายเป็นผู้ทวงถามหนี้ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ (มาตรา 3) การประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต้องจดทะเบียน (มาตรา 5) และผู้รับมอบอำนาจต้องแจ้งชื่อหน่วยงานของตนและของเจ้าหนี้ รวมทั้งจำนวนหนี้ (มาตรา 9 (4)) การฝ่าฝืนมาตรา 5 มีโทษอาญาตามมาตรา 39พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3 มาตรา 5 มาตรา 9 (4) และมาตรา 39ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-CC-43-06การติดต่อลูกหนี้ได้ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อวัน เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ที่ออกตามมาตรา 9 (3) ตัวพระราชบัญญัติกำหนดเพียงให้ติดต่อตามจำนวนครั้งที่เหมาะสมและให้คณะกรรมการประกาศกำหนดจำนวนครั้งได้พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9 (3) และประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ตรวจตรงตัวบทเฉพาะพระราชบัญญัติ — LAS Audit ส่วนตัวประกาศ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Cloud Contact Center & AI Voicebot

เปรียบเทียบการบันทึกเสียงสนทนาทั่วไปกับการประมวลผลข้อมูลชีวภาพจากเสียงด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์

มิติทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลการบันทึกเสียงทั่วไป (Voice Call Recording)การใช้อัตลักษณ์เสียง AI (Voiceprint Biometrics)
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป (Personal Data) ซึ่งเก็บรวบรวมตามหลักความยินยอมหรือข้อยกเว้นในมาตรา 24 และต้องแจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23ข้อมูลชีวภาพตามมาตรา 26 วรรคสอง เมื่อนำเสียงมาสร้างแม่แบบเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งจัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) ตามมาตรา 26
ฐานการประมวลผลลูกค้าที่เป็นคู่สัญญาอาจอาศัยฐานสัญญาตามมาตรา 24 (3) หรือฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 24 (5) ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้จริง ส่วนบุคคลที่ยังไม่เป็นลูกค้าต้องพิจารณาฐานตามข้อเท็จจริง และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการตลาดแบบตรงตามมาตรา 32 (2)ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง และการขอความยินยอมต้องเป็นไปตามมาตรา 19
ผลกระทบเมื่อเกิดข้อมูลรั่วทราบเนื้อหาการสนทนาและข้อพิพาทข้อมูลอัตลักษณ์ทางกายภาพถูกขโมย ไม่สามารถเปลี่ยนได้
มาตรการความปลอดภัยการจำกัดสิทธิเข้าถึงไฟล์เสียงและการเข้ารหัสการเข้ารหัสขั้นสูงและการแยกเก็บ Template ข้อมูลดิบ

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ