คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. ความรับผิดต่อผู้เสียหาย (Third-Party Liability): ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุของยานยนต์อัตโนมัติระหว่างการทดสอบอาจเรียกร้องได้หลายทาง ได้แก่ (1) จากผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะ ซึ่งต้องรับผิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายเอง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437) (2) จากผู้ขับขี่ที่กระทำละเมิดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ (มาตรา 420) และจากนายจ้างซึ่งต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง (มาตรา 425) และ (3) จากผู้ประกอบการตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึ่งมาตรา 5 ใช้บังคับเมื่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว จึงต้องพิจารณาก่อนว่ารถทดสอบเข้าเงื่อนไขนี้หรือไม่ หากเข้าเงื่อนไข ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิด และการที่ผู้ขับขี่ไม่เข้าควบคุมรถเป็นเพียงข้อต่อสู้ที่ผู้ประกอบการต้องพิสูจน์ให้เข้ามาตรา 7 (3) ส่วนการแบ่งความรับผิดระหว่างผู้ผลิตยานยนต์ ผู้พัฒนาระบบ และผู้ให้บริการทดสอบเป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญาด้วยกันผ่านข้อสัญญาเรื่องการชดใช้และการไล่เบี้ย และไม่ผูกพันผู้เสียหาย
  2. การขออนุญาตทดสอบบนถนนสาธารณะ (Testing Permit & Regulatory Sandbox): การทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ (ADS Level 3 และ Level 4) บนถนนสาธารณะต้องเป็นไปตามหนังสืออนุญาตหรือเงื่อนไขของโครงการทดสอบที่หน่วยงานผู้มีอำนาจกำหนด ส่วนชื่อเต็ม วันที่ประกาศ และหน่วยงานผู้อนุญาตของประกาศหรือโครงการทดสอบที่ใช้บังคับ ต้องตรวจจากแหล่งทางราชการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] สัญญาจึงควรกำหนดการได้รับอนุญาตเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน และกำหนดให้มีผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัย (Safety Driver) ประจำที่นั่งคนขับซึ่งพร้อมเข้าควบคุมรถได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน (Disengagement)
  3. ข้อมูลเซนเซอร์และประกันภัย (Sensor Telemetry Data & Insurance): ภาพจากกล้องที่ติดใบหน้าหรือป้ายทะเบียนซึ่งทำให้ระบุตัวบุคคลได้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีฐานทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19 หรือมาตรา 24 และต้องแจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 การทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymization) ก่อนนำไปฝึกแบบจำลองเป็นมาตรการที่ควรทำอย่างยิ่ง แต่ไม่ใช่ข้อยกเว้นความรับผิด สัญญาควรกำหนดสิทธิใช้ข้อมูลเพื่อฝึกแบบจำลอง (Training Rights) ให้ชัดเจน และคู่สัญญาควรตกลงให้จัดทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกสำหรับการทดสอบ วงเงินไม่ต่ำกว่าที่ระบุในสัญญา (ในแม่แบบนี้ 100,000,000 บาทต่อเหตุการณ์)

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ร่วมมือกับบริษัทพัฒนา AI นำรถบัสไฟฟ้าไร้คนขับ Level 4 ออกทดสอบวิ่งบนถนนสาธารณะ แต่ระบบตรวจจับวัตถุสับสนสภาพอากาศฝนตกหนัก จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนเสาไฟและยานพาหนะอื่น
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ประกอบการมักคิดว่าการใช้สัญญาจ้างทำของหรือสัญญาพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไปก็เพียงพอแล้ว โดยเชื่อว่าความผิดทั้งหมดจะตกเป็นของ Safety Driver หรือผู้เอาประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ตามปกติ
  3. จุดพลิก: หน่วยงานผู้อนุญาตสั่งระงับการทดสอบทั้งโครงการ ผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ครอบครองรถ ผู้ขับขี่ และผู้ประกอบการหลายรายพร้อมกัน ขณะที่บริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ความรับผิดที่ทำเพิ่ม เพราะผู้เอาประกันภัยไม่ได้แจ้งว่ารถทดสอบใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติ (ADS Mode)
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: โครงสร้างข้อสัญญามาตรฐาน ข้อกำหนดการเข้าควบคุมรถ (Disengagement Protocols) กลไกการจัดการข้อมูลเซนเซอร์ตาม PDPA ข้อต่อสู้ทางกฎหมาย และแม่แบบสัญญาการทดสอบและพัฒนาระบบยานยนต์ไร้คนขับฉบับสมบูรณ์

ภาพรวมการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ (SAE Level 0-5) และทิศทางกฎหมายไทย

การจัดระดับเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติอ้างอิงตามมาตรฐาน SAE J3016 ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ระดับ (Level 0 ถึง Level 5) โดยจุดเปลี่ยนสำคัญทางกฎหมายอยู่ที่การข้ามผ่านจาก Level 2 ไปยัง Level 3 และ Level 4

สำหรับกฎหมายไทย การทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ Level 3 และ Level 4 บนถนนสาธารณะต้องเป็นไปตามหนังสืออนุญาตหรือเงื่อนไขของโครงการทดสอบที่หน่วยงานผู้มีอำนาจกำหนด เพื่อควบคุมความปลอดภัยและกำหนดกรอบความรับผิดชอบที่ชัดเจน ทั้งนี้ ชื่อเต็ม วันที่ประกาศ และหน่วยงานผู้อนุญาตต้องตรวจจากประกาศหรือโครงการทดสอบที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

ความล้มเหลวในการจัดทำโครงสร้างสัญญาและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ควบคุม นำมาซึ่งผลกระทบเชิงธุรกิจร้ายแรง 3 ประการ:

  1. การถูกสั่งระงับใบอนุญาต Sandbox ทั้งโครงการ: หากเกิดอุบัติเหตุและพบว่าปฏิบัตินอกเหนือเงื่อนไขหนังสืออนุญาต หน่วยงานผู้อนุญาตอาจระงับหรือเพิกถอนการอนุญาตตามเงื่อนไขของหนังสืออนุญาต [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ส่งผลให้โครงการพัฒนาต้องหยุดชะงัก มูลค่าการลงทุนสูญสิ้น
  2. ภาระความรับผิดแบบเคร่งครัด (Strict Liability) หลายร้อยล้านบาท: พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ใช้กับสินค้าที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขายซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัยและได้ขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว (มาตรา 4 และมาตรา 5) ผู้ประกอบการต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหาย โดยไม่ต้องพิสูจน์ความจงใจหรือความประมาท แต่ยกข้อต่อสู้ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ได้ ข้อตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้ากับผู้บริโภคและประกาศหรือคำแจ้งความเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดอ้างไม่ได้ (มาตรา 9) แต่ผู้ผลิตยานยนต์และผู้พัฒนาระบบจัดสรรภาระระหว่างกันโดยข้อสัญญาเรื่องการชดใช้ได้ ส่วนซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติเป็นสินค้าตามมาตรา 4 หรือไม่ ยังต้องตรวจสอบ [ต้องยืนยันมาตรา]
  3. ข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการถูกปฏิเสธการคุ้มครองจากประกันภัย: หากไม่มีการทำ Autonomous Liability Insurance Rider หรือจัดการสิทธิข้อมูลเซนเซอร์ให้ถูกต้อง บริษัทประกันอาจปฏิเสธจ่ายชดเชย และข้อมูล Training Data ที่ใช้พัฒนาระบบอาจถูกฟ้องละเมิด PDPA หรือข้อตกลงความลับ

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

ตาราง Claim Ledger (C-UP-20-01 ถึง 05)

รหัส Claimฐานกฎหมายอ้างอิงข้อพิจารณาทางกฎหมายหลักผลกระทบต่อโครงสร้างสัญญา
C-UP-20-01พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และประกาศหรือโครงการทดสอบยานยนต์อัตโนมัติของหน่วยงานผู้มีอำนาจ (ชื่อเต็ม วันที่ประกาศ และหน่วยงานผู้อนุญาต) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]การขออนุญาตทดสอบยานยนต์อัตโนมัติบนถนนสาธารณะ (Special Permit / Sandbox)ต้องกำหนดเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (Conditions Precedent) ก่อนเริ่มการทดสอบบนถนนจริง
C-UP-20-02พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 [ต้องยืนยันมาตรา] และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 มาตรา 425 และมาตรา 437ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ในการขับขี่ตามกฎหมายจราจรทางบก ส่วนความรับผิดทางแพ่งต่อผู้เสียหายเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 มาตรา 425 และมาตรา 437กำหนดมาตรฐานการทำงานของ Safety Driver และโครงสร้าง Takeover Request Protocols
C-UP-20-03พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายเมื่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัยได้ขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว โดยยกข้อต่อสู้ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ได้ ส่วนซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติเป็นสินค้าตามมาตรา 4 หรือไม่ ยังต้องตรวจสอบ [ต้องยืนยันมาตรา]ข้อตกลงล่วงหน้ากับผู้บริโภคเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดอ้างไม่ได้ (มาตรา 9) แต่ผู้ผลิตยานยนต์และผู้พัฒนาระบบจัดสรรภาระระหว่างกันโดยข้อสัญญาเรื่องการชดใช้และการไล่เบี้ยได้
C-UP-20-04ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 มาตรา 425 และมาตรา 437ความรับผิดจากการละเมิดและความเสียหายจากทรัพย์อันตรายการกำหนดขอบเขต Teleoperation และการควบคุมความรับผิดของ Safety Operator
C-UP-20-05พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)การเก็บรวบรวมข้อมูลภาพ กล้อง LiDAR GPS บนทางสาธารณะกำหนดสิทธิใน Telemetry Data การสืบสิทธิ และกระบวนการ Anonymization

ด่านตรวจหนังสืออนุญาตทดสอบ (Testing Permit / Sandbox) และข้อกำหนด Safety Driver Intervention Protocols

การทดสอบยานยนต์อัตโนมัติบนถนนสาธารณะต้องเป็นไปตามหนังสืออนุญาตหรือเงื่อนไขของโครงการทดสอบที่หน่วยงานผู้มีอำนาจกำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] เงื่อนไขที่มักพบและควรสะท้อนไว้ในสัญญามีดังนี้:

การแบ่งแยกความรับผิดระหว่างผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ (Hardware OEM) ผู้พัฒนาอัลกอริทึม AI (AI Algorithm Developer) และผู้ควบคุมระยะไกล (Teleoperator)

ความรับผิดต่อผู้เสียหายภายนอกเป็นไปตามกฎหมาย มิใช่ตามสัญญา ผู้เสียหายอาจเรียกร้องจากผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะ ซึ่งต้องรับผิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายเอง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437) จากผู้ขับขี่ที่กระทำละเมิด (มาตรา 420) และนายจ้างของผู้ขับขี่ (มาตรา 425) และจากผู้ประกอบการตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 เมื่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว (มาตรา 5) ผังด้านล่างจึงเป็นการแบ่งความรับผิดระหว่างคู่สัญญาด้วยกันผ่านข้อสัญญาเรื่องการชดใช้และการไล่เบี้ย ซึ่งไม่ผูกพันผู้เสียหาย

โครงสร้างสัญญาจึงควรแบ่งความรับผิดระหว่างคู่สัญญา (Liability Decoupling Framework) ในกรณีเกิดอุบัติเหตุออกเป็นสามส่วน:[อุบัติเหตุเกิดขึ้นขณะทำการทดสอบ]

│

├── เกิดจากความล้มเหลวของฮาร์ดแวร์/ตัวรถ (Hardware/Mechanical Defect)

│ └── OEM รับผิดชอบ (Under Product Liability)

│

├── เกิดจากความบกพร่องของอัลกอริทึม/AI (Software/ADS Logic Failure)

│ └── Software/ADS Developer รับผิดชอบ (Under Defective Algorithm Clauses)

│

└── เกิดจากมนุษย์/การสั่งการทางไกล (Human Error/Operator Delay)

├── Safety Driver ไม่เข้าควบคุมตามสัญญาณ TOR (ระบบ Level 3) -> ผู้ให้บริการทดสอบรับผิดต่อคู่สัญญาอีกฝ่าย และไล่เบี้ยจากผู้ขับขี่ตามกฎหมาย

└── สัญญาณเครือข่าย Teleoperation ล้มเหลว -> Teleoperation Provider รับผิดชอบ

เมื่อยานยนต์อัตโนมัติพ้นขั้นการทดสอบและนำไปให้บริการขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ สัญญาจะมีประเด็นเพิ่มขึ้นจากที่อธิบายไว้ในบทความนี้ ได้แก่ ฐานะผู้ขนส่งและความรับผิดต่อของที่ขนส่งตามลักษณะรับขนแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การควบคุมรถบรรทุกจากศูนย์ควบคุมระยะไกล และข้อมูลส่วนบุคคลจากกล้องของรถ ส่วนหลักความรับผิดต่อผู้เสียหายจากยานพาหนะและจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยยังเป็นไปตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ผู้อ่านที่สนใจโปรดดูบทความเรื่อง พิมพ์เขียวและแม่แบบสัญญาบริการระบบขนส่งสินค้าทางบกด้วยยานยนต์ไร้คนขับและการควบคุมระยะไกล (Autonomous Trucking & Teleoperation Fleet Services Agreement Template)

ธรรมาภิบาลข้อมูลเซนเซอร์ (LiDAR, Radar, Camera Feeds) ภายใต้ PDPA และการปกป้อง IP

การทดสอบ ADS มีการบันทึกข้อมูลผ่านกล้อง, LiDAR, Radar และ GPS สัญญาต้องระบุกรอบการบริหารจัดการข้อมูลตาม PDPA และสิทธิ IP ดังนี้:

LAS Practice Note: แม่แบบสัญญาฉบับสมบูรณ์ Master Autonomous Vehicle Testing & ADS Development Agreement Template

Clause 1: Definitions & Interpretation

Clause 2: Testing Permit Conditions Precedent

Clause 3: Safety Driver Protocols & Disengagement Rules

Clause 4: IP & Telemetry Data Rights under PDPA

Clause 5: Tripartite Liability Allocation & Defective Algorithm

  1. หากความเสียหายเกิดจากข้อบกพร่องของอัลกอริทึมซอฟต์แวร์ (Software Defect) ในขณะที่ระบบทำงานอยู่ใน ODD ผู้พัฒนา ADS ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
  2. หากความเสียหายเกิดจากข้อบกพร่องของระบบกลไกตัวรถ (Mechanical Defect) OEM ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
  3. สำหรับระบบ Level 3: หากความเสียหายเกิดจากการที่ผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัยไม่เข้าควบคุมรถตามสัญญาณ ผู้ให้บริการทดสอบต้องรับผิดต่อคู่สัญญาอีกฝ่าย และต้องชดใช้ความเสียหายที่คู่สัญญาอีกฝ่ายต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก โดยผู้ให้บริการทดสอบมีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ขับขี่ตามกฎหมาย และผู้ให้บริการทดสอบรับรองว่าผู้ขับขี่ผ่านการอบรมและมีหน้าที่ตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลงแยกต่างหาก
  4. สำหรับระบบ Level 4: ระบบต้องนำรถเข้าสู่สภาวะเสี่ยงต่ำสุด (Minimal Risk Condition) ได้เองเมื่อออกนอกขอบเขต ODD หากระบบไม่สามารถทำได้ ให้ถือเป็นข้อบกพร่องของระบบตามข้อ 1 ส่วนการเข้าแทรกแซงของผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัยระหว่างการทดสอบเป็นมาตรการเสริม

Clause 6: Takeover Request Governance

Clause 7: High-Limit Autonomous Liability Insurance Rider

Clause 8: Force Majeure & Weather Limitations

Clause 9: Governing Law & Dispute Resolution

ข้อต่อสู้ของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ADS กับผู้ผลิตรถยนต์ OEM Devil's Advocate

[ข้อต่อสู้ทางกฎหมายเมื่อเกิดคดี]

│

┌────────────────────────────┴────────────────────────────┐

▼ ▼

【ฝั่ง ADS Software Developer】 【ฝั่ง Hardware OEM】

• ระบบทำงานถูกต้องตาม ODD สภาพอากาศ • ระบบฮาร์ดแวร์ทำงานสมบูรณ์ ไม่มีความบกพร่อง

• ส่งสัญญาณ Takeover Request (TOR) แล้ว • ความผิดพลาดเกิดจากระบบ AI อ่านค่าเซนเซอร์

• อุบัติเหตุเกิดจาก Safety Driver ตอบสนองช้า • Safety Driver เป็นบุคลากรของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์

(Driver Reaction Delay) (Human Error/Operational Failure)

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

  1. การตรวจสอบ Black Box Telemetry: ดึงข้อมูล Disengagement Log พบว่าระบบ ADS ได้ส่งสัญญาณ TOR ล่วงหน้า 5 วินาที ซึ่งไม่น้อยกว่าเวลาขั้นต่ำที่กำหนดในภาคผนวกตาม Clause 6 ก่อนตัดการทำงาน
  2. การระบุผู้รับผิด: ในระหว่างคู่สัญญา ความเสียหายไม่ได้เกิดจาก Software Defect หรือ Hardware Defect แต่เกิดจากผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัยไม่เข้าควบคุมรถทันทีตาม Clause 3 ผู้ให้บริการทดสอบจึงต้องรับผิดต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายตาม Clause 5 และไล่เบี้ยจากผู้ขับขี่ได้ ส่วนต่อผู้เสียหายภายนอก ผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถยังต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 และนายจ้างของผู้ขับขี่ต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 425
  3. การเคลมประกันภัย: เรียกร้องค่าเสียหายจากกรมธรรม์ Autonomous Liability Insurance Rider (Clause 7) เพื่อชดใช้ค่าเสียหายแก่ทางหลวง

Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Autonomous Vehicle Development & Testing Agreement

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากเกิดอุบัติเหตุขณะอยู่ใน Autonomous Mode ใครเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายไทย?
ผู้เสียหายอาจเรียกร้องได้หลายทาง ได้แก่ จากผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะ ซึ่งต้องรับผิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายเอง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437) จากผู้ขับขี่ที่กระทำละเมิดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ (มาตรา 420) และนายจ้างซึ่งต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง (มาตรา 425) และจากผู้ประกอบการตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 เมื่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว (มาตรา 5) โดยการที่ผู้ขับขี่ไม่เข้าควบคุมรถเป็นเพียงข้อต่อสู้ที่ผู้ประกอบการต้องพิสูจน์ให้เข้ามาตรา 7 (3) ผู้ขับขี่ยังต้องปฏิบัติตามหน้าที่ในการขับขี่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 [ต้องยืนยันมาตรา] แต่ความรับผิดทางแพ่งต่อผู้เสียหายเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนการแบ่งความรับผิดระหว่างผู้ผลิตยานยนต์ ผู้พัฒนาระบบ และผู้ให้บริการทดสอบเป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญาด้วยกัน และไม่ผูกพันผู้เสียหาย
การถ่ายภาพทางหลวงขณะทดสอบรถไร้คนขับติดใบหน้าคนเดินถนน ผิด PDPA หรือไม่?
การเก็บภาพใบหน้าหรือป้ายทะเบียนที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ถือเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีฐานทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19 หรือมาตรา 24 (เช่น ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหลังชั่งน้ำหนักกับสิทธิของเจ้าของข้อมูล) เก็บเท่าที่จำเป็นตามมาตรา 22 แจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมด้วยวิธีที่เหมาะสมกับสถานที่ เช่น ป้ายแจ้งบนรถทดสอบและเว็บไซต์ และใช้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง (มาตรา 21) การเบลอหรือการทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้เป็นมาตรการที่ควรทำอย่างยิ่ง แต่ไม่ใช่ข้อยกเว้นความรับผิด ส่วนภาพใบหน้าที่ใช้ฝึกแบบจำลองเข้าข้อมูลชีวภาพตามมาตรา 26 หรือไม่ ต้องตรวจตามประกาศของคณะกรรมการ [ต้องยืนยันมาตรา]

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ