คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

สรุป 3 ประเด็นทางกฎหมายสำคัญ (1) การผูกพันตัวชี้วัดประสิทธิภาพระบบอัตโนมัติ: การันตีรอบเวลาการผลิต (Cycle Time) และประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของเครื่องจักร (Overall Equipment Effectiveness: OEE ซึ่งตัวเลขเป้าหมาย เช่น ร้อยละ 85 ถึง 90 เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ มิใช่เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด) ซึ่งต้องผ่านการทดสอบ 2 ด่าน คือ Factory Acceptance Test (FAT) ณ โรงงานผู้ผลิต และ Site Acceptance Test (SAT) เมื่อติดตั้งในสายการผลิตจริง โดยเชื่อมโยงกับค่าปรับส่งมอบล่าช้าและผลผลิตต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ถึงมาตรา 383 ที่ศาลอาจลดได้หากสูงเกินส่วนตามมาตรา 383, (2) การจัดสรรความรับผิดต่ออุบัติเหตุและความเสียหายในโรงงาน: หากหุ่นยนต์ทำงานผิดพลาดชนเครื่องจักรอื่นหรือทำอันตรายต่อคนงาน และหุ่นยนต์นั้นเข้าลักษณะทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไก ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งหุ่นยนต์ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคสอง เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือความผิดของผู้เสียหายเอง และอาจเรียกให้ผู้ติดตั้งระบบ (System Integrator: SI) รับผิดตามสัญญา หรือตามมาตรา 420 หากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจาก Bug ในซอฟต์แวร์ควบคุม (PLC/Robot Script) หรือการติดตั้งเซนเซอร์ความปลอดภัยที่บกพร่องโดยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของ SI ส่วนความรับผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5 ต้องตรวจจากตัวบทของพระราชบัญญัตินั้น, (3) การป้องกันการผูกมัดกับผู้ให้บริการรายเดียวด้านซอฟต์แวร์และอะไหล่ชิ้นส่วน (Vendor Lock-in & Spare Parts Availability): ผู้ว่าจ้างควรเจรจาให้ได้สิทธิเข้าถึง Source Code / PLC Ladder Logic สำหรับการซ่อมบำรุง ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 งานที่ผู้สร้างสรรค์สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น แต่เมื่อ SI เป็นนิติบุคคลและโปรแกรมเขียนโดยพนักงานของ SI ลิขสิทธิ์ระหว่างพนักงานกับ SI เป็นไปตามมาตรา 9 และพระราชบัญญัติมิได้บัญญัติผลต่อผู้ว่าจ้างในกรณีนี้ไว้โดยตรง สัญญาจึงควรกำหนดให้ SI โอนลิขสิทธิ์ในโปรแกรมที่เขียนขึ้นเฉพาะงานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนตามมาตรา 17 หรือกำหนดสิทธิใช้และสิทธิดัดแปลงไว้ให้ชัดแจ้ง และควรเจรจาให้มีข้อสัญญาตรึงราคาหรือจำกัดการขึ้นราคาอะไหล่ (Price Cap) ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน (ระยะเวลา 5 ถึง 7 ปีเป็นเพียงตัวอย่างเชิงพาณิชย์ มิใช่ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด)

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. โรงงานมักประสบปัญหาเมื่อติดตั้งระบบหุ่นยนต์มูลค่าสูงแต่ไม่สามารถทำยอดผลิตได้ตามเป้า (Cycle Time ช้ากว่าที่คุย) หรือหุ่นยนต์เกิด "หลุด Code" เหวี่ยงแขนกลกระแทกแม่พิมพ์เสียหายหรือทำร้ายพนักงาน ความเข้าใจผิดส่วนใหญ่คือคิดว่าการรับประกันครอบคลุมทุกกรณี แต่จุดพลิกมักอยู่ที่ข้อสัญญาที่กำกวมเรื่อง "สภาพแวดล้อมการทำงาน" บทความนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการปิดช่องโหว่การถูก Vendor Lock-in และการปัดความรับผิดของผู้ติดตั้งระบบ

ภูมิทัศน์สัญญาบูรณาการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในประเทศไทย Industry 4.0 & Smart Factory

ในยุค Industry 4.0 โรงงานในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory มากขึ้น สัญญาจ้างติดตั้งระบบ (Integration Agreement) ไม่ใช่เพียงการซื้อขายเครื่องจักร แต่มักเป็นสัญญาผสม (Mixed Contract) ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งอาจมีทั้งส่วนจ้างทำของและส่วนซื้อขายเครื่องจักร ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ควบคุม (PLC) และการปรับจูนระบบให้เข้ากับหน้างานจริง ซึ่งมักเกิดข้อพิพาทเรื่องมาตรฐานการทำงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังเชิงเทคนิค ทั้งนี้ ระยะเวลารับผิดในความชำรุดบกพร่องและผลของการรับมอบงานขึ้นกับการจัดประเภทสัญญา ดังที่อธิบายในหัวข้อการตรวจรับงาน

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

การวิเคราะห์ความรับผิดภายใต้โครงสร้าง C-SHIELD-30:

Codeฐานสิทธิ/ข้อกฎหมายรายละเอียดการเรียกค่าเสียหาย (Claim)
C-SHIELD-30-01ป.พ.พ. มาตรา 215 มาตรา 587 และมาตรา 598 ถึงมาตรา 601 (จ้างทำของ) หรือมาตรา 472 และมาตรา 474 (ซื้อขาย)ความชำรุดบกพร่องหรือการไม่ชำระหนี้ตามที่ระบบไม่เป็นไปตาม Performance Guarantees ทั้งนี้ ระยะเวลารับผิดและผลของการรับมอบขึ้นกับการจัดประเภทสัญญา
C-SHIELD-30-02ป.พ.พ. มาตรา 379 ถึงมาตรา 383การบังคับค่าปรับ (Liquidated Damages) ซึ่งเป็นเบี้ยปรับกรณี Cycle Time ไม่ได้ตามเกณฑ์ ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ตามมาตรา 383
C-SHIELD-30-03ป.พ.พ. มาตรา 420 และมาตรา 437 วรรคสองความรับผิดของผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไก (หุ่นยนต์ หากเข้าลักษณะดังกล่าว) ต่อบุคคลภายนอกหรือคนงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 437 วรรคสอง และความรับผิดในมูลละเมิดตามมาตรา 420 ซึ่งต้องพิสูจน์ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
C-SHIELD-30-04พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4 และมาตรา 5ความรับผิดของผู้ผลิต/ผู้ติดตั้ง (SI) กรณีสินค้ามีดีไซน์หรือซอฟต์แวร์ที่บกพร่อง ทั้งนี้ ต้องตรวจนิยามของผู้ที่ต้องรับผิด สินค้า และความเสียหายที่ได้รับความคุ้มครองจากตัวบทฉบับทางการ ก่อนระบุว่า SI ต้องรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้
C-SHIELD-30-05ป.พ.พ. มาตรา 213 และมาตรา 215การผิดนัดไม่ส่งมอบ Source Code หรือเอกสารทางเทคนิคตามสัญญา

โครงสร้างขั้นตอนการตรวจรับงาน: FAT (Factory Acceptance Test) กับ SAT Site Acceptance Test

การตรวจรับต้องแบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญเพื่อกระจายความเสี่ยง:

ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ: อัตราการยกถ่ายสินค้า การทดสอบสามระดับ และระยะเวลารับผิด

สำหรับระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage and Retrieval System: AS/RS) ตัวชี้วัดหลักคืออัตราการยกถ่ายสินค้า (Throughput) ซึ่งระบุเป็นจำนวนพาเลทต่อชั่วโมงแยกขาเข้ากับขาออก ควบคู่กับความพร้อมใช้งานของระบบ เช่น ขาเข้า 120 พาเลทต่อชั่วโมง ขาออก 180 พาเลทต่อชั่วโมง และความพร้อมใช้งานร้อยละ 99.5 ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อย่อยนี้เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่เจรจาปรับได้ มิใช่เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด การตรวจรับอาจแบ่งเป็นสามระดับ ซึ่งใช้ร่วมกับด่าน FAT และ SAT ได้:

สำหรับระยะเวลารับผิดหลังรับมอบ ระยะเวลาห้าปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600 ใช้เฉพาะเมื่อการที่ทำนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้ เครนยกพาเลท สายพานลำเลียง ระบบควบคุมและซอฟต์แวร์จึงไม่เข้าระยะเวลานี้โดยอัตโนมัติ ส่วนโครงสร้างแร็กที่ยึดติดกับพื้นดินต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และเมื่อผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ ความรับผิดของผู้รับจ้างในการบกพร่องนั้นให้บังคับด้วยบทลักษณะซื้อขาย (มาตรา 595) เครื่องจักรอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหาเองจึงอาจอยู่ในบังคับมาตรา 472 และมาตรา 474 ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น สัญญาจึงควรกำหนดระยะเวลารับประกันแยกตามส่วนของระบบ

การันตี OEE, Cycle Time, และอัตราของเสีย Scrap Rate Target

สัญญาที่ดีต้องระบุสูตรการคำนวณที่ชัดเจน:

ส่วนต่อประสานระบบควบคุมกับระบบบริหารคลังสินค้า เวลาซ่อม และสินค้าที่เน่าเสียง่าย

ระบบควบคุมคลังสินค้า (Warehouse Control System: WCS) ซึ่งสั่งการเครน ต้องสื่อสารกับระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS) เดิมของผู้ว่าจ้างได้ถูกต้อง สัญญาจึงควรให้ผู้รับจ้างจัดทำข้อกำหนดของส่วนต่อประสาน (API Specification) ให้ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ ใช้ผลทดสอบส่วนต่อประสานเป็นเกณฑ์ผ่านการตรวจรับ และแบ่งให้ชัดว่าความผิดพลาดที่มาจากระบบของผู้ว่าจ้างเองเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายใด

สำหรับเหตุขัดข้อง สัญญาควรแยกเวลาเข้าถึงหน้างานออกจากเวลาแก้ไขแล้วเสร็จ โดยเวลาซ่อมเฉลี่ย (Mean Time to Repair: MTTR) เป็นค่าเฉลี่ยตลอดช่วงที่วัด มิใช่เวลาสูงสุดของเหตุแต่ละครั้ง ตัวอย่างเชิงพาณิชย์สำหรับเหตุร้ายแรงที่คลังหยุดชะงักคือเข้าถึงหน้างานภายในสองชั่วโมงและแก้ไขเสร็จภายในสี่ชั่วโมง ส่วนค่าปรับการหยุดทำงานรายชั่วโมงเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ถึงมาตรา 383 ซึ่งศาลลดได้หากสูงเกินส่วนตามมาตรา 383

ในสถานการณ์สินค้าสดเน่าเสีย สมมติว่า A เป็นผู้ว่าจ้างซึ่งเก็บสินค้าสดในคลังอัตโนมัติ และ B เป็นผู้รับจ้าง เมื่อเครนอ่านแท็กผิดพลาด พาเลทติดค้างในช่องจัดเก็บจนสินค้าเน่าเสีย B อาจอ้างข้อสัญญาจำกัดความรับผิดต่อความเสียหายทางอ้อมไว้ร้อยละ 10 ของมูลค่าสัญญา (ตัวอย่างเชิงพาณิชย์) แต่เพดานนั้นไม่ตัดสิทธิเรียกค่าเสียหายของ A เสมอไป เพราะความตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 373) และข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดอื่นที่ไม่เป็นโมฆะมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี (พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคสอง) อีกทั้งค่าสินไหมทดแทนที่ A เรียกได้ตามมาตรา 222 รวมถึงความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ หากคู่กรณีได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์นั้นล่วงหน้า A จึงควรระบุในสัญญาตั้งแต่ต้นว่าระบบจะเก็บสินค้าที่เสียหายง่าย กำหนดแผนกู้พาเลทด้วยมือ และนิยามความเสียหายทางอ้อมให้ชัดเจนว่ารวมหรือไม่รวมมูลค่าสินค้าที่เน่าเสีย

ความปลอดภัยและการจัดสรรความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์

หุ่นยนต์อุตสาหกรรมอาจเป็นทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคสอง ซึ่งต้องพิจารณาจากลักษณะและการทำงานของหุ่นยนต์แต่ละระบบ หากเข้าลักษณะดังกล่าว หลักความรับผิดมีดังนี้:

LAS Practice Note: การออกแบบข้อสัญญา Source Code Escrow สำหรับ PLC Logic และข้อกำหนด Spare Parts Price Freeze

ข้อต่อสู้ของผู้ให้บริการ System Integrator (SI) กับโรงงานผู้ว่าจ้าง Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

โรงงานประกอบชิ้นส่วนยานยนต์จ้างติดตั้งแขนกล 6 ตัว มูลค่า 45 ล้านบาท เมื่อติดตั้งเสร็จพบว่า:

  1. Performance Issue: หุ่นยนต์ทำงานช้ากว่าสเปก 20% ทำให้ยอดผลิตหายไปวันละ 500 ชิ้น
  2. Incident: หุ่นยนต์ตัวที่ 3 เกิดอาการ Error เหวี่ยงแขนชนแม่พิมพ์ (Mold) มูลค่า 2 ล้านบาทพังเสียหาย การบังคับสัญญา: โรงงานใช้สิทธิหักเงินประกันผลงาน (Retention) ตามข้อสัญญา และอาจอาศัยสิทธิยึดหน่วงสินจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 599 เมื่อส่งมอบเนิ่นช้าหรือส่งมอบงานชำรุดบกพร่อง เว้นแต่ SI จะให้ประกันตามสมควร และเรียกค่าเสียหายตาม OEE Guarantee พร้อมใช้หลักฐาน Log File พิสูจน์ว่า SI เขียน Script ผิดพลาดในการตั้งค่า Limit Switch
  3. ฐานของข้อเรียกร้องและการคำนวณ (ข้อเท็จจริงสมมติ): ค่าเสียหายจากแม่พิมพ์มูลค่า 2 ล้านบาทและยอดผลิตที่หายไปวันละ 500 ชิ้น เรียกได้ตามมาตรา 215 โดยมีขอบเขตตามมาตรา 222 คือความเสียหายตามปกติ และความเสียหายจากพฤติการณ์พิเศษที่คู่กรณีคาดเห็นหรือควรจะคาดเห็นล่วงหน้า หรือเรียกในมูลละเมิดตามมาตรา 420 หากพิสูจน์ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของ SI ได้ ส่วน ป.พ.พ. มาตรา 437 มิใช่ฐานข้อเรียกร้องของโรงงานต่อ SI สำหรับแม่พิมพ์ของตนเอง จำนวนค่าเสียหายโดยประมาณจึงเท่ากับ 2,000,000 บาท บวก (500 ชิ้น × กำไรต่อชิ้น × จำนวนวันที่ยอดผลิตหายไป) โดยกำไรต่อชิ้นและจำนวนวันเป็นข้อเท็จจริงสมมติที่ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางบัญชี
  4. ข้อต่อสู้ของ SI และภาระการพิสูจน์: SI อาจอ้างว่าความล้มเหลวเกิดจากวัตถุดิบของโรงงานไม่ได้มาตรฐานหรือทักษะของผู้ปฏิบัติงาน (ดูหัวข้อข้อต่อสู้ของ SI) โรงงานจึงต้องนำสืบด้วย Log File และข้อกำหนดทางเทคนิคว่าความเสียหายเกิดจาก Bug หรือการตั้งค่าที่บกพร่องของ SI ส่วน SI ซึ่งกล่าวอ้างเหตุอื่นต้องนำสืบข้อต่อสู้ของตน

Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Robotics & Factory Automation

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หาก SI ไม่ยอมให้ Source Code จะซ่อมเครื่องเองได้ไหม?
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 งานที่ผู้สร้างสรรค์สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น แต่หาก SI เป็นนิติบุคคลและโปรแกรมเขียนโดยพนักงานของ SI ลิขสิทธิ์ระหว่างพนักงานกับ SI เป็นไปตามมาตรา 9 และพระราชบัญญัติมิได้บัญญัติผลต่อผู้ว่าจ้างในกรณีนี้ไว้โดยตรง โรงงานจึงไม่ควรถือว่าตนเป็นผู้มีลิขสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ส่วนโปรแกรมที่ SI หรือผู้ผลิตมีอยู่ก่อนยังเป็นของผู้นั้น การทำซ้ำหรือดัดแปลงต้องได้รับอนุญาต สัญญาจึงควรกำหนดสิทธิการใช้ สิทธิดัดแปลงเพื่อบำรุงรักษา และการส่งมอบหรือฝาก Source Code ให้ชัดเจน ทั้งนี้ สิทธิที่เรียกกันว่า "Right to Repair" มิใช่สิทธิตามกฎหมายไทย แต่เป็นข้อตกลงที่คู่สัญญากำหนดไว้ในสัญญา และการซ่อมเครื่องจักรทางกายภาพไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ปัญหาเกิดเมื่อมีการทำซ้ำหรือดัดแปลงซอฟต์แวร์

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ