- การคัดแยกสองเกณฑ์บังคับตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 51:
- (ก) กรณีการแจ้งผลการรวมธุรกิจภายหลัง (Post-merger Notification): หากการรวมธุรกิจอาจก่อให้เกิดการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญในตลาดใดตลาดหนึ่งตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ประกาศกำหนด ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งผลการรวมธุรกิจต่อคณะกรรมการภายใน 7 วันนับแต่วันที่รวมธุรกิจ (มาตรา 51 วรรคหนึ่ง) ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวต้องระบุว่ามีส่วนแบ่งตลาด ยอดเงินขาย จำนวนทุน จำนวนหุ้น หรือจำนวนสินทรัพย์ไม่น้อยกว่าจำนวนเท่าใด บทความนี้ใช้เกณฑ์เบื้องต้นว่ามียอดขายรวมกันตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปและไม่ถึงเกณฑ์การผูกขาดหรือการเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งต้องตรวจตัวเลข ชื่อ และปีของประกาศฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- (ข) กรณีการขออนุญาตล่วงหน้าก่อนรวมธุรกิจ (Pre-merger Approval): หากการรวมธุรกิจอาจก่อให้เกิด "การผูกขาด" หรือ "เป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด" ต้องได้รับอนุญาตจาก กขค. ก่อนรวมธุรกิจ (มาตรา 51 วรรคสอง) จึงห้ามปิดดีล M&A ก่อนได้รับคำสั่งอนุญาต
- เกณฑ์ผู้มีอำนาจเหนือตลาด (Market Dominance Thresholds):
- มาตรา 5 นิยามผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดว่า ผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งหรือหลายรายในตลาดใดตลาดหนึ่งซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายเกินกว่าเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยนับรวมส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายของผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ
- เกณฑ์เบื้องต้นที่บทความนี้ใช้ คือ ผู้ประกอบธุรกิจรายเดียวที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไปและมียอดเงินขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท หรือผู้ประกอบธุรกิจ 3 รายแรกที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไปและมียอดเงินขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท เว้นแต่รายที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมาต่ำกว่าร้อยละ 10 หรือมียอดเงินขายในปีที่ผ่านมาต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ตัวเลขทั้งหมดต้องตรวจกับประกาศของคณะกรรมการฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ผลกระทบต่อโครงสร้างดีล M&A และโทษปรับทางปกครอง:
- ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคสอง คือรวมธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือการเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดโดยมิได้รับอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 53 ต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรมในการรวมธุรกิจ (มาตรา 81) นอกจากนี้ เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือจะฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคสอง คณะกรรมการมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ระงับ หยุด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงการกระทำนั้นได้ (มาตรา 60) และผู้ได้รับแจ้งคำสั่งต้องปฏิบัติตาม เว้นแต่ศาลปกครองจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ทุเลาการบังคับหรือเพิกถอนคำสั่ง (มาตรา 62)
- สัญญา SPA จึงต้องกำหนดให้การได้รับคำสั่งอนุญาตจาก กขค. ในกรณีที่ต้องขออนุญาตตามมาตรา 51 วรรคสอง เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent: CP) ที่เด็ดขาด
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: บริษัทขนาดใหญ่ทำธุรกรรมเข้าซื้อหุ้นในคู่แข่งหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมุ่งหวังสร้าง Synergy ทางธุรกิจ แต่มองข้ามข้อกำหนดทางกฎหมายการแข่งขันทางการค้าในขั้นตอนทำ M&A Due Diligence
- ความเข้าใจผิด: เข้าใจว่ากฎหมายการแข่งขันทางการค้าบังคับใช้เฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือคิดว่าการแจ้งหรือขออนุญาตต่อ กขค. สามารถดำเนินการภายหลังการโอนหุ้นและชำระราคาเสร็จสิ้นแล้วได้ทุกกรณี
- จุดพลิก: เมื่อธุรกรรมปิดลง (Closing) แล้วกลับถูก กขค. ตรวจสอบพบว่าเข้าเกณฑ์ต้องขออนุญาตล่วงหน้า ทำให้ต้องเผชิญกับค่าปรับทางปกครองสูงสุดถึงร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรมตามมาตรา 81 และคณะกรรมการอาจสั่งเป็นหนังสือให้ระงับ หยุด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงการรวมธุรกิจนั้นตามมาตรา 60
- สิ่งที่ได้จากบทความ: ทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ Thresholds ทั้ง Post-merger และ Pre-merger, วิธีคำนวณ Market Share และ Turnover, การกำหนดเงื่อนไข CPs ในสัญญา SPA รวมทั้งแนวทางการรับมือคำสั่ง กขค.
ภูมิทัศน์กฎหมายการควบคุมการรวมธุรกิจ (Merger Control) ในประเทศไทย
การกำกับดูแลการรวมธุรกิจในประเทศไทยภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มุ่งเน้นการป้องกันการสร้างอำนาจเหนือตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาวะการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม การเข้าซื้อหุ้น ซื้อสินทรัพย์ หรือการควบรวมกิจการในไทยไม่สามารถพิจารณาเพียงแค่มุมมองทางแพ่งและพาณิชย์ แต่ต้องทำการประเมินภาระหน้าที่ตามกฎหมายแข่งขันทางการค้าตั้งแต่ระยะจัดทำ DD (Due Diligence)
มาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 บัญญัติให้การรวมธุรกิจหมายความรวมถึง การที่ผู้ผลิตรวมกับผู้ผลิต ผู้จำหน่ายรวมกับผู้จำหน่าย ผู้ผลิตรวมกับผู้จำหน่าย หรือผู้บริการรวมกับผู้บริการ อันมีผลให้สถานะของธุรกิจหนึ่งคงอยู่และอีกธุรกิจหนึ่งสิ้นสุดลงหรือเกิดเป็นธุรกิจใหม่ขึ้น การเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนของธุรกิจอื่น และการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของธุรกิจอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อควบคุมนโยบายการบริหารธุรกิจ การอำนวยการ หรือการจัดการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด การซื้อหุ้นหรือสินทรัพย์จึงมิได้เข้าข่ายการรวมธุรกิจทุกกรณี นอกจากนี้ หน้าที่แจ้งผลตามมาตรา 51 วรรคหนึ่งและหน้าที่ขออนุญาตตามมาตรา 51 วรรคสอง มิให้ใช้บังคับกับการรวมธุรกิจเพื่อปรับโครงสร้างภายในของผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
องค์กรกำกับดูแลหลักคือ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ซึ่งมีอำนาจในการตรวจสอบอนุมัติ รวมถึงลงโทษปรับทางปกครองหรือสั่งการให้แก้ไขโครงสร้างการรวมธุรกิจหากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
การละเลยขั้นตอน Antitrust & Merger Control Due Diligence นำมาซึ่งความเสี่ยงที่กระทบต่อมูลค่าและสถานะของดีล M&A ดังนี้:
- ดีล M&A ถูก กขค. สั่งระงับและสั่งปรับหลายสิบล้านบาท: หากเข้าข่ายต้องขออนุญาตล่วงหน้าแต่ไม่ได้ยื่น ยอดปรับทางปกครองสูงสุดถึงร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรม ซึ่งในดีลขนาดใหญ่คิดเป็นมูลค่ามหาศาล
- สัญญาซื้อขายหุ้นปิดดีลไม่ได้เพราะยังไม่ได้รับอนุญาต: หากปิดดีลก่อนได้รับอนุญาต นอกจากค่าปรับทางปกครองตามมาตรา 81 แล้ว เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือจะฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคสอง คณะกรรมการมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ระงับ หยุด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงการกระทำนั้นได้ตามมาตรา 60 และผู้ได้รับคำสั่งต้องปฏิบัติตามมาตรา 62 ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายเชิงโครงสร้างและการดำเนินงาน
- การโต้แย้งคำสั่งของคณะกรรมการต่อศาลปกครอง: ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งได้รับแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการและไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง (มาตรา 52 วรรคท้าย) และผู้ประกอบธุรกิจซึ่งได้รับแจ้งคำสั่งให้ระงับ หยุด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงการกระทำตามมาตรา 60 และไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั้น ก็มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเช่นเดียวกัน (มาตรา 60) ส่วนสิทธิของคู่แข่งหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นในการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาต ต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง [ต้องยืนยันมาตรา] ซึ่งอาจทำให้ดีลตกอยู่ในภาวะไม่แน่นอนเป็นเวลานาน
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
Claim Ledger (C-INVEST-18-01 ถึง 05)
| Claim ID | ฐานกฎหมาย / ข้อบังคับ | สาระสำคัญทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| C-INVEST-18-01 | พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 5 และมาตรา 50 | มาตรา 5 นิยามผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดว่า ผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งหรือหลายรายในตลาดใดตลาดหนึ่งซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายเกินกว่าเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยนับรวมผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ ส่วนมาตรา 50 เป็นบทห้ามผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดกระทำการที่ไม่เป็นธรรมสี่ลักษณะ |
| C-INVEST-18-02 | พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง | กำหนดหน้าที่แจ้งผลการรวมธุรกิจ (Post-merger Notification) ภายใน 7 วัน กรณีลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ |
| C-INVEST-18-03 | พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 51 วรรคสอง | กำหนดหน้าที่ยื่นขออนุญาตล่วงหน้า (Pre-merger Approval) ก่อนรวมธุรกิจ กรณีผูกขาดหรือเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด |
| C-INVEST-18-04 | ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่ออกตามมาตรา 5 และมาตรา 51 ฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | กำหนดเกณฑ์ส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขาย หลักเกณฑ์การแจ้งผลและการขออนุญาตรวมธุรกิจ และหลักเกณฑ์การนับผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ ส่วนยอดขาย 1,000 ล้านบาทเป็นเกณฑ์เบื้องต้นที่บทความนี้ใช้ ซึ่งต้องตรวจตัวเลข ชื่อ และปีของประกาศฉบับที่ใช้บังคับ |
| C-INVEST-18-05 | พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 80 และมาตรา 81 | มาตรา 80 กำหนดให้ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคหนึ่ง (ไม่แจ้งผลการรวมธุรกิจภายใน 7 วัน) ต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกิน 200,000 บาท และปรับอีกไม่เกิน 10,000 บาทต่อวันตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่ ส่วนมาตรา 81 กำหนดให้ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคสอง (รวมธุรกิจโดยมิได้รับอนุญาต) หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 53 ต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรมในการรวมธุรกิจ |
การนิยามตลาดที่เกี่ยวข้อง (Relevant Market Definition: Product Market & Geographic Market) และดัชนี HHI
การประเมินส่วนแบ่งตลาดต้องเริ่มจากการนิยาม "ตลาดที่เกี่ยวข้อง" (Relevant Market) ซึ่งประกอบด้วย 2 มิติสำคัญ:
- ตลาดสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง (Relevant Product Market): พิจารณาจากสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภครู้สึกว่าสามารถใช้ทดแทนกันได้ (Substitutability) โดยพิจารณาจากคุณสมบัติ ราคา และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
- ตลาดท้องที่ที่เกี่ยวข้อง (Relevant Geographic Market): พื้นที่ที่ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินกิจการเสนอขายสินค้าหรือบริการ และผู้ซื้อสามารถเดินทางหรือจัดหามาทดแทนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดัชนี HHI (Herfindahl-Hirschman Index):
ดัชนี HHI เป็นเครื่องมือเชิงเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์ระดับการกระจุกตัวของตลาด โดยคำนวณจากผลรวมของกำลังสองของส่วนแบ่งตลาดของผู้ประกอบธุรกิจทุกรายในตลาด และใช้ค่าที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างก่อนและหลังการรวมธุรกิจ (ΔHHI) ประเมินผลกระทบต่อสภาวะการแข่งขัน ดัชนีนี้มิใช่เกณฑ์ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ซึ่งนิยามคำว่าตลาดไว้ในมาตรา 5 โดยให้พิจารณาด้านคุณลักษณะ ราคา หรือวัตถุประสงค์การใช้งานของสินค้าหรือบริการ และด้านพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ ส่วนการที่สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้านำดัชนีนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาต้องตรวจจากแนวทางที่สำนักงานเผยแพร่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
การคำนวณยอดขายรวม (Turnover Thresholds) และกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน Single Economic Entity
มาตรา 5 ให้นับรวมส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายของบรรดาผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เมื่อพิจารณาการเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด และมาตรา 51 ให้ประกาศของคณะกรรมการระบุส่วนแบ่งตลาด ยอดเงินขาย จำนวนทุน จำนวนหุ้น หรือจำนวนสินทรัพย์ที่เป็นเกณฑ์ของหน้าที่แจ้งผลการรวมธุรกิจ ผู้ซื้อจึงต้องคำนวณยอดขายของ "กลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน" (Single Economic Entity) ตามประกาศฉบับที่ใช้บังคับ ซึ่งบทความนี้ใช้ยอดขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปเป็นเกณฑ์เบื้องต้น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]:
- กลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน: หมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ ส่วนลักษณะของความสัมพันธ์ เช่น การถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด หรือการมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการส่วนใหญ่ เป็นหลักเกณฑ์ตามประกาศของคณะกรรมการซึ่งต้องตรวจจากฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- วิธีการคำนวณยอดขาย: ให้นำยอดขายของผู้ประกอบธุรกิจที่ทำการรวมธุรกิจรวมกับยอดขายของบรรดาผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ ส่วนรอบระยะเวลาและขอบเขตของยอดขายที่นับ เช่น ยอดขายในประเทศไทยในปีบัญชีก่อนหน้า ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
ขั้นตอนการยื่นคำขออนุญาตล่วงหน้าต่อสำนักงาน กขค. (กรอบเวลาพิจารณา 90+15 วัน)
หากธุรกรรมเข้าเกณฑ์ Pre-merger Approval กระบวนการพิจารณาของ กขค. จะมีขั้นตอนดังนี้: [เตรียมเอกสารและคำขอ] ➔ [ยื่นต่อสำนักงาน กขค.] ➔ [พิจารณา 90 วัน] ➔ (ขยายเวลาได้ไม่เกิน 15 วัน) ➔ [คำสั่ง: อนุญาต / อนุญาตโดยกำหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไข / ไม่อนุญาต]
- ระยะเวลาพิจารณาหลัก: คณะกรรมการต้องพิจารณาอนุญาตให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ (มาตรา 52) ส่วนการนับระยะเวลาจากวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วนเป็นหลักเกณฑ์ที่ต้องตรวจจากประกาศของคณะกรรมการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- การขยายเวลา: ในกรณีมีความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา คณะกรรมการขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน 15 วัน โดยบันทึกเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องขยายเวลาไว้ในการพิจารณาวินิจฉัย
- เกณฑ์การพิจารณา: คณะกรรมการต้องพิจารณาอนุญาตโดยคำนึงถึงความจำเป็นตามควรทางธุรกิจ ประโยชน์ต่อการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ การไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง และการไม่กระทบต่อประโยชน์สำคัญอันควรมีควรได้ของผู้บริโภคส่วนรวม
- ผลการพิจารณา: คณะกรรมการอาจมีคำสั่งอนุญาต อนุญาตโดยกำหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติ (เช่น ให้ขายสินทรัพย์บางส่วน หรือกำหนดมาตรการด้านพฤติกรรม) หรือไม่อนุญาต โดยต้องระบุเหตุผลทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต (มาตรา 53)
- สิทธิฟ้องคดี: ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งได้รับแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการและไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
- ค่าธรรมเนียม: อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 กำหนดอัตราสูงสุดของค่าธรรมเนียมการขออนุญาตรวมธุรกิจตามมาตรา 51 วรรคสองไว้ครั้งละ 250,000 บาท ส่วนค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเป็นไปตามกฎกระทรวงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกตามมาตรา 6 ซึ่งกำหนดได้ไม่เกินอัตราดังกล่าว และอาจลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมฉบับที่ใช้บังคับ]
LAS Practice Note: การออกแบบเงื่อนไขบังคับก่อน (CPs), Hell or High Water Covenant และ Reverse Breakup Fee ในสัญญา SPA
ในการทำสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Purchase Agreement: SPA) ทนายความและที่ปรึกษากฎหมายต้องกำหนดข้อกลยุทธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงดังนี้:
- Conditions Precedent (CPs): ในกรณีที่ธุรกรรมต้องขออนุญาตตามมาตรา 51 วรรคสอง ให้กำหนดการได้รับคำสั่งอนุญาตตามมาตรา 52 เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนชำระราคาและโอนหุ้น ส่วนกรณีที่ผู้ซื้อประเมินแล้วว่าธุรกรรมเข้าข่ายเพียงการแจ้งผลภายหลังตามมาตรา 51 วรรคหนึ่ง ให้กำหนดข้อสัญญาให้ผู้ขายให้ความร่วมมือในการแจ้งผลการรวมธุรกิจภายใน 7 วันนับแต่วันที่รวมธุรกิจ ทั้งนี้ คำร้องขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยเป็นการล่วงหน้าตามมาตรา 59 ใช้ได้เฉพาะการกระทำตามมาตรา 50 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 57 และมาตรา 58 จึงไม่ครอบคลุมการรวมธุรกิจตามมาตรา 51 [ต้องยืนยันมาตรา: กลไกการหารือหรือยืนยันล่วงหน้าเรื่องการรวมธุรกิจตามมาตรา 51]
- Hell or High Water Covenant: ข้อกำหนดมุ่งบังคับให้ผู้ซื้อต้องดำเนินการทุกวิถีทางตามที่ กขค. กำหนด (รวมถึงยอมรับเงื่อนไข Structural/Behavioral Remedies) เพื่อให้ได้รับคำสั่งอนุญาต
- Reverse Breakup Fee: กำหนดค่าธรรมเนียมยกเลิกสัญญาที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้แก่ผู้ขาย หากธุรกรรมไม่สามารถลุล่วงได้เนื่องจาก กขค. ไม่อนุญาต หรือผู้ซื้อไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กขค. ได้
ข้อต่อสู้ของผู้ควบรวมธุรกิจกับสำนักงาน กขค. Devil's Advocate
ในการขออนุญาตก่อนรวมธุรกิจ ผู้ยื่นคำขอและสำนักงาน กขค. มักมีมุมมองที่โต้แย้งกันในประเด็นสำคัญ โดยอาศัยเกณฑ์ที่คณะกรรมการต้องคำนึงถึงตามมาตรา 52:
- ฝ่ายผู้ควบรวมธุรกิจ (Applicant):
- อ้างความจำเป็นตามควรทางธุรกิจ ประโยชน์ต่อการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ และการไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง โดยแสดงการลดต้นทุนการผลิต (Efficiencies) และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล
- โต้แย้งนิยามตลาดให้กว้างขึ้น (เช่น รวมตลาดออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน) เพื่อให้ส่วนแบ่งตลาดดูต่ำลง
- ฝ่ายสำนักงาน กขค. (Regulator):
- มุ่งเน้นว่าการรวมธุรกิจกระทบต่อประโยชน์สำคัญอันควรมีควรได้ของผู้บริโภคส่วนรวมหรือไม่ และการสูญเสียสภาวะการแข่งขันในท้องถิ่น (Local Competition)
- นิยามตลาดให้แคบลงเพื่อป้องกันการสร้างอำนาจเหนือตลาด และเสนอให้กำหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในคำสั่งอนุญาต (Remedies) เช่น ให้ขายกิจการบางสาขา (Divestment)
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
บริบท
เครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่ เข้าซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ตคู่แข่ง มูลค่า 15,000 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเกิน 55% และมียอดขายรวมในกลุ่มเกิน 1,000 ล้านบาท
Walkthrough การดำเนินการ
- การตรวจสอบเกณฑ์ (Threshold Checklist):
- ส่วนแบ่งตลาดเกินร้อยละ 55 และยอดขายเกิน 1,000 ล้านบาท ถึงเกณฑ์เบื้องต้นที่บทความนี้ใช้ (ส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ร้อยละ 50 และยอดเงินขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) ➔ อาจเป็น ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ตามนิยามในมาตรา 5 การรวมธุรกิจจึงต้อง ได้รับอนุญาตก่อนรวมธุรกิจ (Pre-merger Approval) ตามมาตรา 51 วรรคสอง
- การจัดทำคำขอและยื่นต่อ กขค.:
- จัดเตรียมข้อมูลโครงสร้างตลาด ดัชนี HHI และแผนประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ยื่นคำขออนุญาตล่วงหน้า
- กระบวนการพิจารณาและเจรจาเงื่อนไข:
- กขค. ใช้เวลาพิจารณา 90 วัน และสั่งกำหนดเงื่อนไขอนุญาตแบบมีเงื่อนไข (Behavioral & Structural Remedies) เช่น ห้ามควบรวมสาขาในบางพื้นที่เป็นเวลา 3 ปี และห้ามเพิ่มเงื่อนไขทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับคู่ค้า
- การปิดดีล (Closing):
- เมื่อปฏิบัติตาม CPs ในสัญญา SPA และรับเงื่อนไข กขค. แล้ว จึงดำเนินการชำระราคาและโอนหุ้นเสร็จสมบูรณ์
Checklist 10 จุดตรวจ Antitrust & Merger Control Due Diligence
- นิยามตลาดสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง (Product Market) ชัดเจนแล้วหรือยัง?
- นิยามตลาดท้องที่ที่เกี่ยวข้อง (Geographic Market) ถูกต้องตามสภาวะการแข่งขันจริงหรือไม่?
- คำนวณส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ของผู้ประกอบธุรกิจทุกรายในกลุ่มครบถ้วนหรือไม่?
- ส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายถึงเกณฑ์การเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดตามประกาศของคณะกรรมการหรือไม่ (เกณฑ์เบื้องต้นที่บทความนี้ใช้ คือ รายเดียวตั้งแต่ร้อยละ 50 หรือ 3 รายแรกรวมกันตั้งแต่ร้อยละ 75 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])?
- คำนวณยอดขายรวมของผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ (Single Economic Entity) ถึงเกณฑ์ตามประกาศของคณะกรรมการหรือไม่ (เกณฑ์เบื้องต้นที่บทความนี้ใช้ คือ ตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])?
- ธุรกรรมเข้าลักษณะเป็นการผูกขาด หรือก่อให้เกิดผู้มีอำนาจเหนือตลาดหรือไม่?
- แยกแยะภาระหน้าที่ชัดเจนระหว่าง Post-merger Notification (7 วัน) หรือ Pre-merger Approval หรือไม่?
- สัญญา SPA มีการกำหนดเงื่อนไขบังคับก่อน (CPs) เกี่ยวกับอนุมัติจาก กขค. แล้วหรือยัง?
- จัดทำแผนจัดเตรียมเอกสารและประเมินกรอบเวลาพิจารณา 90+15 วัน ของ กขค. หรือไม่?
- มีข้อกำหนด Reverse Breakup Fee และการรับความเสี่ยงกรณี กขค. กำหนดเงื่อนไขไว้ในสัญญาหรือไม่?
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 52 มาตรา 53 มาตรา 59 มาตรา 60 มาตรา 62 มาตรา 80 และมาตรา 81 และอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ
- ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแจ้งผลและการขออนุญาตรวมธุรกิจตามมาตรา 51 ฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าว่าด้วยเกณฑ์การเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดตามมาตรา 5 ฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)