คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. สถานะข้อมูลพันธุกรรมตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562: ข้อมูลพันธุกรรม รวมทั้งข้อมูลลำดับพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 ซึ่งต้องได้รับการคุ้มครองเข้มงวดเช่นเดียวกับข้อมูลสุขภาพและข้อมูลชีวภาพ มาตรา 26 ห้ามเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 26 (1) ถึง (5) ซึ่งข้อยกเว้นตาม (5) ใช้ได้เฉพาะเมื่อเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่บัญญัติไว้ เช่น การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์และการรักษาทางการแพทย์ตาม (5) (ก) หรือการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตาม (5) (ง) ซึ่งต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลต้องเป็นไปตามมาตรา 27 และอยู่ภายในวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา 21 ในทางปฏิบัติ โครงการจีโนมิกส์ควรขอความยินยอมโดยชัดแจ้งแยกตามวัตถุประสงค์ของการรักษาและของการวิจัยทุติยภูมิ และเนื่องจากข้อมูลพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงไม่ได้และเกี่ยวโยงกับญาติ สัญญาจึงควรกำหนดมาตรการที่เข้มงวดเป็นพิเศษ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37 (1) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 40 (2) และคู่สัญญาอาจตกลงใช้มาตรฐานที่สูงกว่า เช่น มาตรฐานสากลอย่าง HIPAA หรือ ISO 27799 เป็นข้อกำหนดทางสัญญา
  2. การส่งข้อมูลจีโนมิกส์ไปต่างประเทศและข้อตกลงให้เก็บข้อมูลไว้ในประเทศ: มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มิได้ห้ามการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ แต่กำหนดให้ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 28 (1) ถึง (6) การที่คู่สัญญาตกลงให้เก็บข้อมูลพันธุกรรม รวมทั้งไฟล์ข้อมูลดิบ (BAM / FASTQ Files) ไว้ในคลังข้อมูลจีโนมิกส์ (Genomic Vault) ภายในประเทศไทยเท่านั้น เป็นข้อตกลงทางสัญญาที่ผู้ควบคุมข้อมูลเลือกกำหนดเพื่อลดความเสี่ยง มิใช่ข้อห้ามตามมาตรา 28 และอาจเป็นข้อกำหนดของผู้ให้ทุนหรือหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะราย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  3. สถานะของคู่สัญญาและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (Derivative IP): โรงพยาบาลหรือสถาบันวิจัยเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลพันธุกรรม ผู้ให้บริการคลาวด์เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการตามคำสั่งเท่านั้น และการใช้ข้อมูลของผู้ควบคุมยังอยู่ภายใต้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 30 และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ส่วนสิทธิในผลการวิเคราะห์ที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลให้กำหนดเป็นข้อตกลงทางสัญญา สัญญาควรห้ามผู้ให้บริการนำข้อมูลไปฝึกแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ของตนเอง และกำหนดให้ผู้ให้บริการโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรในการประดิษฐ์ที่เกิดจากการประมวลผลข้อมูลแก่ผู้ว่าจ้างโดยทำเป็นหนังสือตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างเองต้องใช้ข้อมูลพันธุกรรมเพื่อการค้นพบทุติยภูมิ (Secondary Discovery) ภายในวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งใหม่ หรือเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน

โครงสร้างแม่บทสัญญา Genomic Cloud Infrastructure MSA

สัญญาฉบับนี้เป็นข้อตกลงทางกฎหมายขั้นสูงที่ผสานระหว่าง (1) Cloud Hosting & High-Performance Computing (HPC) Agreement, (2) Sensitive Health Data Processing Addendum (DPA), และ (3) Bioethics & Secondary Research IP Protocol

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

รหัสอ้างอิงข้อกฎหมาย / สาระสำคัญฐานทางกฎหมายสถานะการตรวจสอบ
C-UP-28-01ห้ามเก็บรวบรวมข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ และข้อมูลสุขภาพโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 26 (1) ถึง (5) ซึ่งข้อยกเว้นตาม (5) ใช้ได้เฉพาะเมื่อเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่บัญญัติไว้ เช่น การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์และการรักษาทางการแพทย์ตาม (5) (ก) หรือการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตาม (5) (ง) ซึ่งต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลต้องเป็นไปตามมาตรา 27 และอยู่ภายในวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา 21พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 21 มาตรา 26 และมาตรา 27แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-UP-28-02ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37 (1) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 40 (2) สำหรับข้อมูลพันธุกรรม คู่สัญญาอาจตกลงใช้มาตรฐานที่สูงกว่า เช่น มาตรฐานสากล เป็นข้อกำหนดทางสัญญา มาตรา 40 วรรคหนึ่ง กำหนดหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 วรรคสอง ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม (1) เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น และมาตรา 40 วรรคสาม กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน (ข้อตกลงประมวลผลข้อมูล หรือ DPA) เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (1) และมาตรา 40 ส่วนมาตรฐานขั้นต่ำกำหนดโดยประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-UP-28-03มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ให้นิยามความลับทางการค้าและข้อมูลการค้า ซึ่งรวมถึงสูตรและกรรมวิธี การละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าอยู่ในมาตรา 6 การใช้สิทธิทางแพ่งอยู่ในมาตรา 8 และมาตรา 33 กำหนดโทษทางอาญากรณีเปิดเผยความลับทางการค้าของผู้อื่นโดยเจตนากลั่นแกล้ง ทั้งนี้ ข้อมูลพันธุกรรมของผู้ป่วยเป็นข้อมูลส่วนบุคคล มิใช่ความลับทางการค้าของผู้ให้บริการพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 มาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 33แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-UP-28-04ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 กำหนดให้การตีความสัญญาเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณี มาตรา 373 บัญญัติว่าข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเป็นโมฆะ ซึ่งมีผลจำกัดข้อสัญญาจำกัดความรับผิดของผู้ให้บริการคลาวด์ และมาตรา 587 เป็นบทนิยามของสัญญาจ้างทำของ ใช้ประกอบการพิจารณาลักษณะของสัญญาบริการเท่านั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 มาตรา 373 และมาตรา 587แก้ไขแล้ว — LAS Audit

กฎหมายอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบ: หากผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานที่คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติประกาศกำหนดเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศด้านสาธารณสุขตามมาตรา 49 (7) แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ผู้ว่าจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งย่อมกระทบการคัดเลือกผู้ให้บริการคลาวด์และข้อกำหนดในสัญญา ทั้งนี้ ต้องตรวจประกาศของคณะกรรมการที่กำหนดลักษณะหน่วยงานด้านสาธารณสุขจากแหล่งทางราชการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] นอกจากนี้ หากผู้ว่าจ้างเป็นสถานพยาบาลที่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีและรายงานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ป่วยและเอกสารอื่นที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยเก็บรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพที่ตรวจสอบได้ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่จัดทำตามมาตรา 35 (3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว สัญญาจึงควรกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาและการส่งคืนข้อมูลให้ผู้ว่าจ้างปฏิบัติตามหน้าที่นี้ได้ และยังต้องพิจารณาพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่าข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรงหรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 49 และความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอันยอมความได้

แม่แบบข้อสัญญาสำคัญ Key Contractual Clauses

ข้อสัญญาในหัวข้อนี้เป็นข้อสัญญาที่คัดมาบางข้อ (ข้อ 9 และข้อ 15 พร้อมข้อสัญญาที่ควรเพิ่ม) มิใช่แม่แบบสัญญาที่ครบถ้วน คู่สัญญาต้องจัดทำข้อสัญญาส่วนอื่นให้ครบตามลักษณะของงานและตามข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 9. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลพันธุกรรม (Genomic Data Security & Encryption)

9.1 ผู้ให้บริการรับประกันว่า ข้อมูลพันธุกรรมทั้งหมด (รวมถึงไฟล์ FASTQ, BAM, VCF) จะได้รับการเข้ารหัสขั้นสูง (End-to-End Encryption) โดยใช้มาตรฐาน AES-256 ทั้งในขณะจัดเก็บ (At Rest) และขณะส่งผ่านเครือข่าย (In Transit) โดยกุญแจถอดรหัส (Encryption Keys) จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ว่าจ้างแต่เพียงผู้เดียวผ่านระบบ Customer-Managed Keys (CMK) 9.2 ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิเข้าถึง ถอดรหัส หรือล่วงรู้เนื้อหาของข้อมูลพันธุกรรม เว้นแต่ได้รับคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างเพื่อการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคเฉพาะจุด และต้องจัดให้มีระบบบันทึกประวัติการเข้าถึง (Audit Trail) ที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ (Immutable Logs)

ข้อสัญญาที่ควรเพิ่มในข้อ 9: 9.3 ผู้ให้บริการต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ว่าจ้างโดยไม่ชักช้า เพื่อให้ผู้ว่าจ้างแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะกระทำได้ 9.4 ผู้ให้บริการต้องจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล 9.5 เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ผู้ให้บริการต้องลบหรือทำลายข้อมูลพันธุกรรมและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นของผู้ว่าจ้างตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง 9.6 คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนด

ข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อ 9: ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบตามมาตรา 40 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งเหตุการละเมิดแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ตามมาตรา 37 (4) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลตามมาตรา 40 (3) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือเกินความจำเป็นตามมาตรา 37 (3) และเมื่อกิจกรรมหลักของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 (3)

ข้อ 15. ข้อห้ามการใช้ข้อมูลและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (No-Training Covenant & Derivative IP)

15.1 ผู้ให้บริการตกลงและรับรองว่าจะไม่นำข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลประวัติการรักษา หรือผลการวิเคราะห์ของผู้ว่าจ้าง ไปใช้ในการฝึกฝน (Train), ปรับปรุง (Fine-tune), หรือพัฒนาแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ (AI Models) หรือขั้นตอนวิธี (Algorithms) ใด ๆ ของผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด 15.2 ผู้ให้บริการตกลงโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในการประดิษฐ์ที่เกิดจากการประมวลผลข้อมูลบนระบบคลาวด์ รวมถึงการประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) ให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และรับรองว่าสิทธิขอรับสิทธิบัตรในการประดิษฐ์ที่ลูกจ้างของตนประดิษฐ์ขึ้นโดยการทำงานตามสัญญาจ้างได้ตกแก่ตนตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน หรือได้รับโอนจากผู้ประดิษฐ์เป็นหนังสือแล้ว ทั้งตกลงลงนามในเอกสารโอนสิทธิเมื่อผู้ว่าจ้างร้องขอ โดยผู้ให้บริการไม่มีสิทธิเรียกร้องผลประโยชน์หรือค่าสิทธิ (Royalty-free) ใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ คู่สัญญาทราบว่ากฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ และวิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ ไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน 15.3 ผู้ว่าจ้างรับรองว่าการใช้ข้อมูลพันธุกรรมเพื่อการค้นพบทุติยภูมิ (Secondary Discovery) อยู่ภายในวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งใหม่ หรือเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน

ตารางเปรียบเทียบบริการคลาวด์ทั่วไป (General Cloud) กับคลาวด์ข้อมูลพันธุกรรมมนุษย์ Genomic Cloud

มิติการกำกับดูแลคลาวด์สำหรับธุรกิจทั่วไป (General Enterprise Cloud)คลาวด์ข้อมูลพันธุกรรมมนุษย์ (Genomic Precision Cloud)
ระดับความอ่อนไหวของข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป (เก็บรวบรวมโดยอาศัยความยินยอมตามมาตรา 19 หรือฐานตามมาตรา 24)ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลชีวภาพตามมาตรา 26 (Sensitive Data) ซึ่งต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 26
สิทธิการถือครองกุญแจเข้ารหัสผู้ให้บริการเป็นผู้บริหารจัดการกุญแจ (Cloud-Managed)ผู้ว่าจ้างถือครองกุญแจแต่เพียงผู้เดียว (Bring Your Own Key: BYOK)
ข้อกำหนดถิ่นที่อยู่ของข้อมูลจัดเก็บกระจายได้หลายภูมิภาคตามความเหมาะสมการเก็บข้อมูลพันธุกรรมไว้ในประเทศไทยเท่านั้นเป็นมาตรการทางสัญญาที่ผู้ควบคุมข้อมูลเลือกกำหนดเพื่อลดความเสี่ยง และอาจเป็นข้อกำหนดของผู้ให้ทุนหรือหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะราย (Sovereign Health Cloud) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
การใช้ข้อมูลฝึกโมเดล AIมักมีข้อยกเว้นให้นำข้อมูลสถิติไปปรับปรุงระบบได้ห้ามเด็ดขาด (Strict No-Training Covenant)

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ