คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. อำนาจอนุมัติการโอนกิจการ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่มีบทบัญญัติที่บังคับโดยตรงให้การขายหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนของบริษัทจำกัดต้องใช้มติพิเศษ มาตรา 1194 กำหนดเพียงว่า การใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำโดยมติพิเศษ ที่ประชุมใหญ่ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน กรรมการต้องจัดการตามข้อบังคับของบริษัทและอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นตามมาตรา 1144 จึงต้องตรวจหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น และขอบเขตอำนาจกรรมการของบริษัทผู้โอนเป็นรายกรณี มติพิเศษจำเป็นเมื่อบริษัทผู้โอนจะเลิกบริษัทภายหลังโอนกิจการทั้งหมด (มาตรา 1236 (4)) เมื่อเป็นการควบรวมบริษัท (มาตรา 1238) หรือเมื่อต้องแก้ไขข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิ (มาตรา 1145) ส่วนบริษัทมหาชนจำกัด การขายหรือโอนกิจการของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่นต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 107 (2) (ก)
  2. ผลต่อสิทธิเรียกร้อง หนี้ และลูกจ้าง (Assignment, Novation and Employees): การโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ทำให้สัญญา หนี้ และลูกจ้างไปยังบริษัทผู้รับโอนโดยอัตโนมัติ การโอนสิทธิเรียกร้องต้องทำเป็นหนังสือจึงสมบูรณ์ และจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้ต่อเมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้หรือลูกหนี้ยินยอม โดยคำบอกกล่าวหรือความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือ แต่ลูกหนี้ที่ทำให้พอแก่ใจผู้โอนด้วยการใช้เงินหรือด้วยประการอื่นก่อนได้รับบอกกล่าวหรือก่อนได้ตกลงให้โอนย่อมหลุดพ้นจากหนี้ ผู้รับโอนจึงควรบอกกล่าวลูกหนี้โดยเร็ว (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306) การโอนหนี้ต้องใช้การแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ ซึ่งทำเป็นสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ได้ แต่จะทำโดยขืนใจลูกหนี้เดิมไม่ได้ (มาตรา 350) และการไปเป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับโอนต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแต่ละคน (พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) มาตรา 13 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577) ในการควบรวมบริษัท บริษัทที่ควบรวมย่อมได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบริษัทเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1243 แต่การไปเป็นลูกจ้างของบริษัทที่ควบรวมยังต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแต่ละคนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 และผลต่อใบอนุญาตต้องตรวจกฎหมายเฉพาะของใบอนุญาตแต่ละประเภท [ต้องยืนยันมาตรา]
  3. เงื่อนไขทางภาษีตามประมวลรัษฎากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 74 (1) (ค) กำหนดวิธีตีราคาทรัพย์สินในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อบริษัทผู้โอนต้องจดทะเบียนเลิกและมีการชำระบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการ บทบัญญัตินี้มิใช่บทยกเว้นภาษี และการเลิกบริษัทผู้โอนต้องใช้มติพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236 (4) ส่วนการโอนกิจการบางส่วน บริษัทผู้โอนยังคงดำเนินกิจการส่วนที่เหลือต่อไปได้ ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 (1) ให้ตราพระราชกฤษฎีกาลดอัตราหรือยกเว้นรัษฎากรได้ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์สำหรับการโอนกิจการทั้งหมดและการโอนกิจการบางส่วน รวมทั้งเงื่อนไขและขั้นตอนต่อกรมสรรพากร จึงเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร ซึ่งต้องตรวจเป็นรายกรณีก่อนอ้างสิทธิ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

อำนาจอนุมัติการโอนกิจการของบริษัทจำกัด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1194 บัญญัติว่า การใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำโดยมติพิเศษ ที่ประชุมใหญ่ต้องลงมติในเรื่องนั้นโดยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน บทบัญญัตินี้จึงเป็นบทกำหนดจำนวนคะแนนเสียงในเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องใช้มติพิเศษ มิใช่บทบังคับว่าการขายหรือโอนกิจการต้องใช้มติพิเศษ และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่มีบทบัญญัติที่บังคับโดยตรงเช่นนั้นสำหรับบริษัทจำกัด หลักที่ใช้แทนคือมาตรา 1144 ซึ่งบัญญัติให้กรรมการจัดการตามข้อบังคับของบริษัทและอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นทั้งปวง กรรมการจึงอาจโอนกิจการได้เมื่ออยู่ภายในวัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ (มาตรา 1098 (3)) และภายในข้อบังคับ เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่จะมีมติเป็นอย่างอื่น (ข้อสรุปนี้เป็นผลจากการตีความ) ทั้งนี้ ข้อบังคับหรือสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นอาจสงวนการตัดสินใจเรื่องนี้ไว้ให้ที่ประชุมใหญ่ ผู้วางแผนจึงต้องตรวจหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น และขอบเขตอำนาจกรรมการของบริษัทผู้โอนเป็นรายกรณี

มติพิเศษเป็นเงื่อนไขในกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ ซึ่งมักเกิดขึ้นพร้อมกับการโอนกิจการ ประการแรก บริษัทผู้โอนจะเลิกบริษัทภายหลังโอนกิจการทั้งหมด ซึ่งบริษัทจำกัดย่อมเลิกกันเมื่อมีมติพิเศษให้เลิก (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236 (4)) ประการที่สอง การควบรวมบริษัท ซึ่งต้องใช้มติพิเศษตามมาตรา 1238 ประการที่สาม การตั้งข้อบังคับใหม่ หรือเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิ เช่น การเปลี่ยนวัตถุที่ประสงค์ให้รองรับโครงสร้างใหม่ (มาตรา 1145) ในกรณีเหล่านี้ คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ต้องส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน และหากบริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ ต้องโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งครั้งหรือในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงด้วย โดยคำบอกกล่าวต้องระบุสถานที่ วัน เวลา สภาพแห่งกิจการที่จะประชุมปรึกษากัน และข้อความที่จะนำเสนอให้ลงมติ (มาตรา 1175)

หากกรรมการโอนกิจการเกินอำนาจที่ข้อบังคับหรือมติของที่ประชุมใหญ่กำหนด ความเกี่ยวพันระหว่างกรรมการ บริษัท และบุคคลภายนอกให้บังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167) นิติกรรมจึงไม่ตกเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ การที่ตัวแทนทำนอกทำเหนือขอบอำนาจย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น (มาตรา 823) และหากทางปฏิบัติของตัวการทำให้บุคคลภายนอกมีมูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่าการนั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของตัวแทน ต้องพิจารณาตามมาตรา 822 ด้วย ส่วนกรรมการที่ทำให้บริษัทเสียหายอาจต้องรับผิดต่อบริษัท (มาตรา 1168 และมาตรา 1169)

สำหรับบริษัทมหาชนจำกัด พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 107 (2) (ก) กำหนดให้การขายหรือโอนกิจการของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และมาตรา 107 (2) (ข) ใช้คะแนนเสียงเดียวกันกับการซื้อหรือรับโอนกิจการของบริษัทอื่นหรือบริษัทเอกชนมาเป็นของบริษัท ซึ่งต้องตรวจเมื่อบริษัทผู้รับโอนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บทบัญญัตินี้ใช้กับบริษัทมหาชนจำกัดเท่านั้น ส่วนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังต้องตรวจหลักเกณฑ์ของผู้กำกับดูแลตลาดทุนว่าด้วยการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินและรายการที่เกี่ยวโยงกัน รวมทั้งกรณีที่ต้องแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

การโอนสิทธิเรียกร้อง การแปลงหนี้ใหม่ และการโอนลูกจ้าง

การโอนกิจการไม่ใช่การสืบสิทธิโดยผลของกฎหมาย ทรัพย์สิน สัญญา หนี้ และลูกจ้างแต่ละรายการจึงต้องโอนตามแบบและเงื่อนไขของกฎหมายที่ใช้กับรายการนั้น การโอนสิทธิเรียกร้องต้องทำเป็นหนังสือจึงสมบูรณ์ และจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้ต่อเมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้หรือลูกหนี้ยินยอม โดยคำบอกกล่าวหรือความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306) บทบัญญัตินี้ใช้กับการโอนสิทธิเรียกร้องที่ต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง และลูกหนี้ที่ทำให้พอแก่ใจผู้โอนด้วยการใช้เงินหรือด้วยประการอื่นก่อนได้รับบอกกล่าวหรือก่อนได้ตกลงให้โอนย่อมหลุดพ้นจากหนี้ ผู้รับโอนจึงควรบอกกล่าวลูกหนี้โดยเร็ว ส่วนการโอนหนี้ต้องใช้การแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ ซึ่งทำเป็นสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ได้ แต่จะทำโดยขืนใจลูกหนี้เดิมไม่ได้ (มาตรา 350) ในทางปฏิบัติ สัญญาทางการค้าที่มีทั้งสิทธิและหน้าที่จึงมักโอนด้วยสัญญาสามฝ่ายระหว่างบริษัทผู้โอน บริษัทผู้รับโอน และคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ส่วนใบอนุญาตประกอบกิจการต้องตรวจกฎหมายเฉพาะของใบอนุญาตแต่ละประเภทว่าโอนได้หรือต้องขอใหม่ [ต้องยืนยันมาตรา]

การไปเป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับโอนต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแต่ละคน และสิทธิที่ลูกจ้างมีอยู่ต่อนายจ้างเดิมคงมีต่อไป โดยนายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับลูกจ้างนั้นทุกประการ (พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) มาตรา 13) และนายจ้างจะโอนสิทธิของตนให้แก่บุคคลภายนอกได้เมื่อลูกจ้างยินยอมพร้อมใจด้วย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577) ตัวบทมิได้บังคับให้ความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือ แต่ควรทำเป็นหนังสือเพื่อเป็นหลักฐานในทางปฏิบัติ ลูกจ้างที่ไม่ยินยอมย่อมไม่ไปเป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับโอน หากบริษัทผู้โอนเลิกจ้างลูกจ้างดังกล่าว ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่มีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 นอกจากนี้ บริษัทผู้รับโอนซึ่งเป็นนายจ้างใหม่ที่มีลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 33 มีหน้าที่ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ส่วนแบบรายการและกำหนดเวลาสำหรับลูกจ้างที่โอนมาจากนายจ้างเดิมต้องตรวจตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

ภาระภาษีตามประมวลรัษฎากร

ประมวลรัษฎากร มาตรา 74 (1) (ค) กำหนดว่า ในกรณีที่มีการโอนกิจการระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลด้วยกัน โดยที่ผู้โอนกิจการต้องจดทะเบียนเลิกและมีการชำระบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการนั้น ให้ตีราคาทรัพย์สินตามราคาตลาดในวันที่จดทะเบียนเลิก และให้นำความในมาตรา 74 (1) (ข) มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งมีผลว่าไม่ให้ถือว่าราคาดังกล่าวเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของผู้โอน และให้ผู้รับโอนถือราคาทรัพย์สินตามราคาที่ปรากฏในบัญชีของผู้โอน ทั้งนี้ มาตรา 74 (1) (ข) ยังจำกัดการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาไว้เพียงเท่าที่ระยะเวลาและมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นเหลืออยู่ และห้ามนำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิมมาถือเป็นรายจ่าย ส่วนมาตรา 74 (2) กำหนดให้นำเงินสำรองหรือเงินกำไรยกมาจากรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ เฉพาะส่วนที่ยังมิได้เสียภาษีเงินได้ มารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย (ข้อสรุปนี้เป็นผลจากการตีความ) อย่างไรก็ดี มาตรา 74 (1) (ค) เป็นบทกำหนดวิธีตีราคาทรัพย์สินในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อภาษีเงินได้นิติบุคคลของผู้โอนและผู้รับโอน มิใช่บทยกเว้นภาษี และมิได้กล่าวถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ นอกจากนี้ ตัวบทใช้ถ้อยคำว่าผู้โอนกิจการต้องจดทะเบียนเลิกและมีการชำระบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการนั้น มิได้ใช้ถ้อยคำว่าชำระบัญชีให้เสร็จ ปัญหาว่าการชำระบัญชีต้องเสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันหรือไม่ จึงต้องตรวจแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ส่วนการเลิกบริษัทผู้โอนต้องใช้มติพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236 (4)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 (1) ให้ตราพระราชกฤษฎีกาลดอัตราหรือยกเว้นรัษฎากรได้ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์สำหรับการโอนกิจการทั้งหมดและการโอนกิจการบางส่วน รวมทั้งเงื่อนไขของแต่ละกรณีและขั้นตอนการแจ้งหรือยื่นเอกสารต่อกรมสรรพากร เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร ซึ่งต้องตรวจฉบับที่ใช้บังคับในขณะโอนเป็นรายกรณีก่อนอ้างสิทธิ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] หากไม่เข้าเงื่อนไข การโอนทรัพย์สินอาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่ใช้บังคับในขณะนั้น (มาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดอัตราร้อยละ 10 และอนุญาตให้ลดอัตราด้วยพระราชกฤษฎีกา) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ ในด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8) (ฉ) ให้ถือว่าการมีสินค้าคงเหลือหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการเป็นการขาย แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน โดยผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บทบัญญัตินี้กล่าวถึงการโอนกิจการทั้งหมดเท่านั้น มิได้กล่าวถึงการโอนกิจการบางส่วน และมีผลเฉพาะต่อการขายที่ถือว่าเกิดขึ้นจากการมีสินค้าคงเหลือหรือทรัพย์สิน ณ วันเลิกประกอบกิจการ ส่วนการโอนสินค้าหรือทรัพย์สินให้แก่ผู้รับโอนเข้าบทนิยามคำว่า "ขาย" ในมาตรา 77/1 (8) ซึ่งหมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ ผลทางภาษีมูลค่าเพิ่มของการโอนดังกล่าวจึงยังต้องพิจารณาตามพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรที่กล่าวข้างต้น

การคุ้มครองผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

การประเมินมูลค่ายุติธรรมโดยผู้ประเมินอิสระก่อนโอนกิจการเป็นแนวปฏิบัติที่ควรทำ เพื่อเป็นหลักฐานว่ากรรมการได้ใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวังตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 แต่มิใช่ข้อบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากการโอนในราคาต่ำกว่าที่ควรทำให้บริษัทเสียหาย บริษัทฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ และในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่ากล่าวแทนบริษัทก็ได้ (มาตรา 1169) ส่วนเมื่อมีการประชุมใหญ่ หากการนัดเรียกประชุม การประชุม หรือการลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขอให้ศาลเพิกถอนมตินั้นได้ แต่ต้องร้องขอภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติ (มาตรา 1195)

Claim Ledger

รหัสอ้างอิงข้อกฎหมาย / สาระสำคัญฐานทางกฎหมายสถานะการตรวจสอบ
C-SH-33-01ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่มีบทบัญญัติที่บังคับโดยตรงให้การขายหรือโอนกิจการของบริษัทจำกัดต้องใช้มติพิเศษ มาตรา 1194 กำหนดเพียงคะแนนเสียงของมติพิเศษในเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องใช้มติพิเศษ ส่วนกรรมการต้องจัดการตามข้อบังคับของบริษัทและอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1144 และมาตรา 1194แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SH-33-02การโอนสิทธิเรียกร้องต้องทำเป็นหนังสือจึงสมบูรณ์ และจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้ต่อเมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้หรือลูกหนี้ยินยอม โดยคำบอกกล่าวหรือความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือ แต่ลูกหนี้ที่ทำให้พอแก่ใจผู้โอนด้วยการใช้เงินหรือด้วยประการอื่นก่อนได้รับบอกกล่าวหรือก่อนได้ตกลงให้โอนย่อมหลุดพ้นจากหนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SH-33-03การโอนหนี้ต้องใช้การแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ ซึ่งทำเป็นสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ได้ แต่จะทำโดยขืนใจลูกหนี้เดิมไม่ได้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 350แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SH-33-04ในการโอนกิจการทั้งหมดที่ผู้โอนต้องจดทะเบียนเลิกและมีการชำระบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการ ให้ตีราคาทรัพย์สินตามราคาตลาดในวันที่จดทะเบียนเลิกเพื่อคำนวณกำไรสุทธิสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์เป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรประมวลรัษฎากร มาตรา 3 (1) และมาตรา 74 (1) (ค) พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการโอนกิจการทั้งหมดและการโอนกิจการบางส่วน) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]แก้ไขแล้ว — LAS Audit (พระราชกฤษฎีกา [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])
C-SH-33-05การยกเว้นภาษีสำหรับการโอนกิจการบางส่วน ซึ่งบริษัทผู้โอนยังคงดำเนินกิจการส่วนที่เหลือต่อไป เป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการโอนกิจการทั้งหมดและการโอนกิจการบางส่วน) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]แก้ไขแล้ว — LAS Audit (พระราชกฤษฎีกา [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])
C-SH-33-06มติพิเศษจำเป็นเมื่อบริษัทผู้โอนจะเลิกบริษัท เมื่อเป็นการควบรวมบริษัท หรือเมื่อต้องแก้ไขข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิ และคำบอกกล่าวเรียกประชุมเพื่อลงมติพิเศษต้องส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน และหากบริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ ต้องโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่หรือในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามกฎกระทรวงด้วย พร้อมระบุข้อความที่จะนำเสนอให้ลงมติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1145 มาตรา 1175 มาตรา 1236 (4) และมาตรา 1238แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SH-33-07บริษัทมหาชนจำกัดต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน สำหรับการขายหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญ และสำหรับการซื้อหรือรับโอนกิจการของบริษัทอื่นหรือบริษัทเอกชนพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 107 (2) (ก) และ (ข)ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-SH-33-08การไปเป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับโอนต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแต่ละคน และนายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับลูกจ้างนั้นทุกประการพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) มาตรา 13 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SH-33-09กรรมการที่กระทำเกินอำนาจ ผลผูกพันต่อบริษัทพิจารณาตามหลักตัวแทน กรรมการที่ทำให้บริษัทเสียหายต้องรับผิด และผู้ถือหุ้นฟ้องแทนบริษัทได้เมื่อบริษัทไม่ยอมฟ้อง ส่วนมติที่ประชุมใหญ่ที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับ ผู้ถือหุ้นร้องขอให้ศาลเพิกถอนได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 มาตรา 1168 มาตรา 1169 และมาตรา 1195แก้ไขแล้ว — LAS Audit

4 ขั้นตอนสำคัญในการดำเนินกระบวนการ EBT / PBT

  1. ตรวจอำนาจอนุมัติ จัดทำแผนโอนกิจการ และประเมินมูลค่ายุติธรรม (Fair Market Valuation): ตรวจหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น และขอบเขตอำนาจกรรมการของบริษัทผู้โอน ว่าการโอนกิจการอยู่ในอำนาจของกรรมการหรือต้องนำเข้าที่ประชุมใหญ่ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1144) และควรจัดให้มีการประเมินมูลค่ายุติธรรมโดยผู้ประเมินอิสระเพื่อเป็นหลักฐานว่ากรรมการได้ใช้ความระมัดระวังตามมาตรา 1168 (เป็นแนวปฏิบัติ มิใช่ข้อบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) และหากการโอนทำให้บริษัทเสียหาย ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดเรียกให้กรรมการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแทนบริษัทได้เมื่อบริษัทไม่ยอมฟ้องตามมาตรา 1169 ส่วนการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเป็นเรื่องที่ต้องตรวจตามหลักเกณฑ์ของผู้กำกับดูแลตลาดทุนสำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  2. การขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในกรณีที่ต้องลงมติ (Shareholder Approval): ในกรณีที่ต้องลงมติพิเศษ เช่น การลงมติเลิกบริษัทผู้โอนตามมาตรา 1236 (4) หรือการแก้ไขข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิตามมาตรา 1145 ต้องส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน และหากบริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ ต้องโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งครั้งหรือในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงด้วย โดยคำบอกกล่าวต้องระบุสถานที่ วัน เวลา สภาพแห่งกิจการที่จะประชุม และข้อความที่จะนำเสนอให้ลงมติ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1175) และมติต้องได้คะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (มาตรา 1194) ส่วนการอนุมัติโอนกิจการนั้นเอง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทและมติของที่ประชุมใหญ่ตามมาตรา 1144 หากผู้โอนหรือผู้รับโอนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ต้องได้คะแนนเสียงตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 107 (2) (ก) หรือ (ข) แล้วแต่กรณี
  3. การจัดการภาระทางภาษีต่อกรมสรรพากร: กรณีการโอนกิจการทั้งหมดที่บริษัทผู้โอนต้องจดทะเบียนเลิกและมีการชำระบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการ ให้ตีราคาทรัพย์สินตามราคาตลาดในวันที่จดทะเบียนเลิกเพื่อคำนวณกำไรสุทธิสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล (ประมวลรัษฎากร มาตรา 74 (1) (ค)) และการเลิกบริษัทต้องใช้มติพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236 (4) เมื่อเลิกบริษัทแล้ว ภายในสิบสี่วันนับแต่วันเลิก ผู้ชำระบัญชีต้องประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวว่าบริษัทได้เลิกกันแล้วและให้เจ้าหนี้ยื่นคำทวงหนี้ และส่งคำบอกกล่าวอย่างเดียวกันเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ไปยังเจ้าหนี้ทุกคนที่มีชื่อปรากฏในสมุดบัญชีหรือเอกสารของบริษัท (มาตรา 1253) ส่วนเงื่อนไขการยกเว้นภาษีของการโอนกิจการทั้งหมดและบางส่วน รวมทั้งขั้นตอนการแจ้งหรือยื่นเอกสารต่อกรมสรรพากร ต้องตรวจพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรเป็นรายกรณี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  4. การโอนสิทธิ การแปลงหนี้ใหม่ และการโอนลูกจ้าง: ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเป็นหนังสือและบอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้โดยเร็ว เพราะลูกหนี้ที่ทำให้พอแก่ใจผู้โอนด้วยการใช้เงินหรือด้วยประการอื่นก่อนได้รับบอกกล่าวหรือก่อนได้ตกลงให้โอนย่อมหลุดพ้นจากหนี้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306) ทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่ (Novation Agreement) กับเจ้าหนี้และคู่ค้าหลักสำหรับหนี้และภาระที่ต้องการให้บริษัทผู้รับโอนรับไป (มาตรา 350) และขอความยินยอมจากลูกจ้างแต่ละคน เพราะการไปเป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับโอนต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแต่ละคน (พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) มาตรา 13 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577) และสิทธิที่ลูกจ้างมีอยู่ต่อนายจ้างเดิมคงมีต่อไป โดยนายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับลูกจ้างนั้นทุกประการ ควรทำความยินยอมเป็นหนังสือเพื่อเป็นหลักฐานในทางปฏิบัติ ซึ่งมิใช่เงื่อนไขตามตัวบท จากนั้นบริษัทผู้รับโอนที่มีลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 โดยตรวจแบบรายการและกำหนดเวลาสำหรับลูกจ้างที่รับโอนตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และตรวจกฎหมายเฉพาะของใบอนุญาตแต่ละประเภทที่ต้องใช้ในส่วนของกิจการที่โอน [ต้องยืนยันมาตรา]

ตารางเปรียบเทียบ: การโอนกิจการทั้งหมด (EBT) กับการโอนกิจการบางส่วน (PBT) Entire and Partial Business Transfer

การควบรวมบริษัทเป็นกระบวนการที่แตกต่างจากการโอนกิจการ และได้อธิบายไว้โดยละเอียดแล้วในบทความ การควบรวมกิจการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใหม่ (LAS Share EP08) ทั้งลักษณะของการควบรวมสองแบบ สิทธิของผู้ถือหุ้นที่คัดค้าน การคุ้มครองเจ้าหนี้ การประชุมร่วมของผู้ถือหุ้น และผลทางภาษี ตารางด้านล่างจึงเปรียบเทียบเฉพาะการโอนกิจการทั้งหมดกับการโอนกิจการบางส่วน และสรุปความแตกต่างจากการควบรวมบริษัทไว้ท้ายตาราง

มิติทางกฎหมายและภาษีการโอนกิจการทั้งหมด (EBT)การโอนกิจการบางส่วน (PBT)
อำนาจอนุมัติของบริษัทจำกัดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่บังคับให้การโอนกิจการเองต้องใช้มติพิเศษ กรรมการจัดการตามข้อบังคับและอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1144) แต่หากบริษัทผู้โอนจะเลิกบริษัทภายหลังโอน การเลิกบริษัทต้องใช้มติพิเศษ (มาตรา 1236 (4))กรรมการจัดการตามข้อบังคับและอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1144) มติพิเศษจำเป็นเมื่อต้องแก้ไขข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิ (มาตรา 1145) หรือเมื่อข้อบังคับกำหนดไว้
บริษัทมหาชนจำกัดต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 107 (2) (ก))ใช้คะแนนเสียงเดียวกันเมื่อส่วนที่โอนเป็นกิจการบางส่วนที่สำคัญ (พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 107 (2) (ก))
สถานะของบริษัทผู้โอนหากบริษัทผู้โอนต้องจดทะเบียนเลิกและมีการชำระบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการ ให้ตีราคาทรัพย์สินตามราคาตลาดในวันที่จดทะเบียนเลิกเพื่อคำนวณกำไรสุทธิสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล (ประมวลรัษฎากร มาตรา 74 (1) (ค)) และการเลิกบริษัทต้องใช้มติพิเศษ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236 (4))คงอยู่และดำเนินกิจการส่วนที่เหลือต่อไปได้
การโอนสัญญา หนี้ ลูกจ้าง และใบอนุญาตโอนแยกเป็นรายการ: สิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 หนี้ด้วยการแปลงหนี้ใหม่ตามมาตรา 350 ลูกจ้างด้วยความยินยอมของลูกจ้างแต่ละคนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 และใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะ [ต้องยืนยันมาตรา]เช่นเดียวกับการโอนกิจการทั้งหมด แต่จำกัดเฉพาะรายการที่อยู่ในส่วนของกิจการที่โอน
สิทธิประโยชน์ทางภาษีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์เป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และการตีราคาทรัพย์สินเพื่อคำนวณกำไรสุทธิสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นไปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 74 (1) (ค) ส่วนสินค้าคงเหลือและทรัพย์สิน ณ วันเลิกประกอบกิจการของผู้โอนกิจการทั้งหมดไม่ถือเป็นการขายเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อผู้รับโอนกิจการอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8) (ฉ))การยกเว้นเป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการโอนกิจการทั้งหมดและการโอนกิจการบางส่วน) และแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
การคุ้มครองเจ้าหนี้หนี้ที่ไม่ได้แปลงหนี้ใหม่ยังคงเป็นหนี้ของบริษัทผู้โอน และเมื่อเลิกบริษัท ผู้ชำระบัญชีต้องบอกกล่าวการเลิกบริษัทแก่เจ้าหนี้ภายในสิบสี่วันนับแต่วันเลิก (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1253)การโอนหนี้ต้องทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่ซึ่งเจ้าหนี้เป็นคู่สัญญา (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 350) และหนี้ที่ไม่ได้โอนยังคงเป็นหนี้ของบริษัทผู้โอน
สรุปความแตกต่างจากการควบรวมบริษัท (รายละเอียดใน LAS Share EP08)

การควบรวมบริษัทจำกัดต้องใช้มติพิเศษ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1238) และบริษัทที่ควบรวมกันอาจเกิดเป็นบริษัทใหม่และบริษัทเดิมทุกบริษัทหมดสภาพการเป็นนิติบุคคล หรือบริษัทหนึ่งยังคงมีสภาพเป็นนิติบุคคลและบริษัทอื่นหมดสภาพ (มาตรา 1238 (1) และ (2)) เมื่อมีผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมคัดค้านการควบรวม บริษัทต้องจัดให้มีผู้ซื้อหุ้นของผู้ถือหุ้นนั้น (มาตรา 1239/1) บริษัทต้องมีหนังสือบอกกล่าวมติถึงเจ้าหนี้และโฆษณามติทางหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายภายในสิบสี่วันนับแต่วันลงมติ เจ้าหนี้ส่งคำคัดค้านได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว และหากมีการคัดค้าน บริษัทจะควบรวมมิได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้น (มาตรา 1240) บริษัทที่ควบรวมย่อมได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบริษัทเดิมตามมาตรา 1243 แต่การไปเป็นลูกจ้างของบริษัทที่ควบรวมยังต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแต่ละคนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 และผลต่อใบอนุญาตต้องตรวจกฎหมายเฉพาะของใบอนุญาตแต่ละประเภท [ต้องยืนยันมาตรา]

ในด้านภาษี ประมวลรัษฎากร มาตรา 73 ให้ถือว่าแต่ละบริษัทที่ควบเข้ากันเลิกกันเพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษี และมาตรา 74 (1) (ข) ให้ตีราคาทรัพย์สินตามราคาตลาดในวันที่ควบเข้ากันโดยไม่ถือว่าราคาดังกล่าวเป็นรายได้หรือรายจ่าย นอกจากนี้ ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8) (ฉ) ไม่ถือว่าสินค้าคงเหลือและทรัพย์สิน ณ วันเลิกประกอบกิจการของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากันเป็นการขายเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ต้องตรวจพระราชกฤษฎีกาและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรเป็นรายกรณี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ มาตรา 73 มาตรา 74 (1) (ข) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) ใช้ถ้อยคำว่า "ใหม่อันได้ควบเข้ากัน" ซึ่งตรงกับการควบรวมโดยเป็นบริษัทขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1238 (1) ส่วนการควบรวมที่บริษัทหนึ่งยังคงมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 1238 (2) ตัวบทมิได้กล่าวถึงโดยตรง จึงต้องตรวจแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ