คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. ราคาและการพยากรณ์ยอดสั่งซื้อ: เมื่อข้อสัญญาว่าด้วยราคาแบบเปิดเผยต้นทุน (Open-Book Costing) หรือการพยากรณ์ยอดสั่งซื้อมีถ้อยคำไม่ชัดเจน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 ให้ตีความสัญญาไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย สัญญาจึงควรกำหนดสูตรราคา รอบการทบทวนราคาชิ้นส่วน (Bill of Materials: BOM) แหล่งอ้างอิงราคาที่ตรวจสอบได้ และนิยาม “Forecast ที่ได้รับอนุมัติ” ให้ชัดเจน เพราะนิยามนี้เป็นเส้นแบ่งว่าชิ้นส่วนค้างสต็อก (Excess and Obsolete: E&O) ส่วนใดผู้ว่าจ้างตกลงรับซื้อคืนตามข้อสัญญา และส่วนใดเป็นภาระของผู้รับจ้าง ระยะพยากรณ์ 26 สัปดาห์และระยะผูกพัน 12 สัปดาห์ในแม่แบบเป็นตัวเลขเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกัน มิใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย
  2. ตัวชี้วัดคุณภาพ: สัญญาควรกำหนด SLA อัตราผลผลิตรอบแรก (First Pass Yield: FPY) และอัตราของเสีย (Defective Parts Per Million: DPPM) ตามตัวเลขที่คู่สัญญาตกลงกันตามลักษณะผลิตภัณฑ์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] พร้อมโปรแกรมและเกณฑ์ผ่านของการทดสอบ In-Circuit Testing (ICT) และ Functional Testing (FCT) และผลของการไม่ผ่านเกณฑ์ เมื่อผู้รับจ้างไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ ผู้ว่าจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215 ประกอบข้อสัญญาดังกล่าว
  3. ความลับทางการค้าและคำรับประกันด้านสาร: ไฟล์แบบแปลนแผงวงจรและซอร์สโค้ดเฟิร์มแวร์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปหรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ ย่อมเป็นความลับทางการค้าตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ส่วนการทำวิศวกรรมย้อนกลับจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปซึ่งผู้ทำได้ผลิตภัณฑ์นั้นมาโดยวิธีที่สุจริต ไม่เป็นการละเมิดตามมาตรา 7 (4) เว้นแต่ผู้ทำได้ทำสัญญากับเจ้าของความลับทางการค้าหรือผู้ขายผลิตภัณฑ์ไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง สัญญาจึงควรมีข้อห้ามวิศวกรรมย้อนกลับ ข้อตกลงรักษาความลับที่ผูกพันผู้รับจ้างช่วง และคำรับประกันตามข้อจำกัดการใช้สารอันตรายของสหภาพยุโรป (RoHS) และระบบ REACH ในตลาดที่คู่สัญญาระบุ พร้อมใบรับรองในการส่งมอบทุกครั้ง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

บทความนี้เป็นภาคต่อของ พิมพ์เขียวและแม่แบบสัญญาจ้างผลิตและประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง (LAS UP Deep Research EP07) ซึ่งอธิบายการเลือกโมเดล Turnkey กับ Consignment ความรับผิดในความชำรุดบกพร่องตามโมเดล ความเสี่ยงภัยก่อนส่งมอบ และความรับผิดต่อผู้เสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไว้แล้ว บทความนี้จึงไม่อธิบายเรื่องเหล่านั้นซ้ำ

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: เจ้าของแบรนด์อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ IoT ว่าจ้างโรงงาน EMS ผลิตแผงวงจรและประกอบสินค้า เมื่อเกิดวิกฤตชิปขาดแคลน โรงงานสั่งซื้อชิ้นส่วนราคาสูงเก็บไว้ล่วงหน้าเกินกว่าที่ผู้ว่าจ้างคาดหมาย แล้วส่งใบแจ้งหนี้ค่าชิ้นส่วนค้างสต็อก (E&O Inventory) ให้ผู้ว่าจ้างชำระ หรือสินค้าที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพหลุดไปถึงตลาดต่างประเทศจนต้องเรียกคืนสินค้า (Recall) และพบว่าแบบแผงวงจรถูกนำไปผลิตสินค้าเลียนแบบ
  2. ความเข้าใจผิด: เชื่อว่าสัญญาจ้างทำของทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพียงพอแล้ว โดยเข้าใจว่ากฎหมายกำหนดให้ผู้ว่าจ้างต้องรับซื้อชิ้นส่วนค้างสต็อกเสมอ แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มิได้กำหนดหน้าที่รับซื้อคืนไว้เป็นการทั่วไป หน้าที่ดังกล่าวเกิดจากข้อสัญญา (แม่แบบข้อ 4.3) และหากไม่มีข้อตกลงรับซื้อคืน ผู้ว่าจ้างที่บอกเลิกสัญญาก่อนงานแล้วเสร็จต้องเสียค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605 ความเข้าใจผิดอีกประการหนึ่งคือการคิดว่าไฟล์ Gerber และเฟิร์มแวร์ที่ส่งให้โรงงานได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ข้อมูลจะเป็นความลับทางการค้าได้ต่อเมื่อครบองค์ประกอบตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ซึ่งรวมถึงการที่ผู้ควบคุมความลับได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ และสัญญาควรมีข้อรักษาความลับและข้อห้ามวิศวกรรมย้อนกลับที่รัดกุม
  3. จุดพลิก: เมื่อเกิดข้อพิพาท ศาลหรืออนุญาโตตุลาการจะพิจารณาจากข้อตกลงในสัญญาเป็นหลัก หากสัญญาไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเรื่องชิ้นส่วนที่มีระยะเวลาจัดส่งนาน FPY SLA หรือราคาแบบ Open-Book ไว้ ผู้ว่าจ้างยังเรียกค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายทั่วไปได้ แต่ต้องพิสูจน์การผิดสัญญาและความเสียหาย และการแบ่งภาระชิ้นส่วนค้างสต็อกจะไม่ชัดเจน จึงก่อให้เกิดข้อพิพาทได้ง่าย
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: ข้อสัญญาแม่แบบด้านราคา การพยากรณ์ยอดสั่งซื้อ คุณภาพ ความลับทางการค้า และคำรับประกันด้านสาร สำหรับใช้ประกอบกับโครงสร้างสัญญาและข้อสัญญาความรับผิดในบทความ EP07

ขอบเขตของบทความและความสัมพันธ์กับพิมพ์เขียวสัญญา EMS (EP07)

บทความนี้เป็นภาคต่อของ พิมพ์เขียวและแม่แบบสัญญาจ้างผลิตและประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง (LAS UP Deep Research EP07) ซึ่งอธิบายโครงสร้างหลักของสัญญาจ้างผลิตและประกอบผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Manufacturing Services: EMS) ไว้แล้ว ได้แก่ การเลือกโมเดล Turnkey กับ Consignment ความรับผิดในความชำรุดบกพร่องและความเสี่ยงภัยก่อนส่งมอบตามโมเดล การรับซื้อคืนชิ้นส่วนค้างสต็อกเมื่อมีการแก้แบบทางวิศวกรรม และการจัดสรรความรับผิดต่อผู้เสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ผู้อ่านจึงควรอ่านบทความดังกล่าวก่อน

บทความนี้กล่าวเฉพาะข้อสัญญาที่บทความ EP07 ยังไม่ได้ลงรายละเอียด ได้แก่ กลไกราคาแบบเปิดเผยต้นทุนและการทบทวนราคา BOM รายไตรมาส การพยากรณ์ยอดสั่งซื้อแบบต่อเนื่องและระยะผูกพัน การจัดซื้อชิ้นส่วนที่มีระยะเวลาจัดส่งนาน ตัวชี้วัดคุณภาพ FPY DPPM ICT และ FCT การคุ้มครอง Gerber Files และเฟิร์มแวร์ด้วยกฎหมายความลับทางการค้า และคำรับประกัน RoHS และ REACH พร้อมแม่แบบข้อสัญญา 9 ข้อสำหรับใช้ประกอบกับสัญญาหลัก

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

สัญญาที่ไม่กำหนดกลไกด้านราคา การพยากรณ์ และคุณภาพไว้ให้ชัดเจน อาจก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจดังต่อไปนี้

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

ข้อสัญญาด้านราคา การพยากรณ์ และคุณภาพในสัญญา EMS อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายไทยดังต่อไปนี้

Claim IDเหตุแห่งการเรียกร้อง (Cause of Action)ฐานกฎหมายอ้างอิงภาระการพิสูจน์ (Burden of Proof)ศาล/องค์กรที่มีเขตอำนาจ
C-UP-22-01สินค้าชำรุดบกพร่องหรือไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพ (ผิดเกณฑ์ FPY หรือ DPPM)ข้อสัญญา SLA ข้อ 3 ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215 และความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องตามโมเดลการผลิตพิสูจน์ว่าอัตราของเสียเกินเกณฑ์ในข้อ 3 หรือสินค้าไม่ผ่านการทดสอบ ICT หรือ FCT ตามโปรแกรมและเกณฑ์ที่ตกลงกันอนุญาโตตุลาการตามข้อ 9.2 หรือศาลที่มีเขตอำนาจ
C-UP-22-02การปฏิเสธชำระค่าชิ้นส่วนค้างสต็อก (E&O)ข้อสัญญารับซื้อคืนชิ้นส่วนค้างสต็อก (ตีความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368) ประกอบมาตรา 605 กรณีผู้ว่าจ้างบอกเลิกก่อนงานแล้วเสร็จพิสูจน์ว่าการสั่งซื้ออยู่หรือไม่อยู่ในขอบเขต Forecast ที่ได้รับอนุมัติตามนิยามในข้อ 4.2อนุญาโตตุลาการตามข้อ 9.2 หรือศาลที่มีเขตอำนาจ
C-UP-22-03การละเมิดความลับทางการค้า (Gerber Files และเฟิร์มแวร์)พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 และมาตรา 6 ประกอบข้อสัญญาข้อ 6พิสูจน์ว่าข้อมูลครบองค์ประกอบของความลับทางการค้าตามมาตรา 3 และมีการเปิดเผย เอาไป หรือใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน (รวมถึงการผิดสัญญา) โดยผู้กระทำรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำนั้นขัดต่อแนวทางปฏิบัติดังกล่าวตามมาตรา 6อนุญาโตตุลาการตามข้อ 9.2 หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
C-UP-22-04การปรับราคา BOM โดยไม่เป็นไปตามข้อสัญญาข้อสัญญาปรับราคาแบบ Open-Book (ตีความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368) ประกอบมาตรา 215 กรณีผู้รับจ้างผิดข้อสัญญาปรับราคาจนผู้ว่าจ้างเสียหาย และมาตรา 406 กรณีผู้ว่าจ้างชำระเงินเกินส่วนที่ต้องชำระไปแล้วโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ เว้นแต่ผู้ว่าจ้างได้ชำระตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ซึ่งมาตรา 407 ไม่ให้เรียกคืนพิสูจน์ว่าไม่มีหลักฐานต้นทุนตามข้อ 5 หรือการเปลี่ยนแปลงราคาไม่ถึงเกณฑ์ที่ตกลงกันอนุญาโตตุลาการตามข้อ 9.2 หรือศาลที่มีเขตอำนาจ
C-UP-22-05การส่งมอบสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด RoHS หรือ REACHข้อรับประกัน RoHS และ REACH ตามสัญญาข้อ 7 ประกอบความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องตามโมเดลการผลิตพิสูจน์ผลการตรวจวิเคราะห์สารจากห้องปฏิบัติการ และฝ่ายที่จัดหาชิ้นส่วนที่มีสารนั้นอนุญาโตตุลาการตามข้อ 9.2 หรือศาลที่มีเขตอำนาจ

ช่องฐานกฎหมายเป็นการสรุปความจากตัวบทและข้อสัญญาในแม่แบบ มิใช่การคัดตัวบทคำต่อคำ

โมเดล Turnkey กับ Consignment: สรุปและเชื่อมโยงไปยังบทความ EP07

การเลือกระหว่างโมเดล Turnkey ซึ่งผู้รับจ้างจัดหาชิ้นส่วนเอง กับโมเดล Consignment ซึ่งผู้ว่าจ้างส่งชิ้นส่วนให้ประกอบ เป็นตัวกำหนดว่าความรับผิดในความชำรุดบกพร่องบังคับตามลักษณะซื้อขาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 595 ประกอบมาตรา 472 ถึงมาตรา 474) หรือตามบทว่าด้วยจ้างทำของ (มาตรา 598 มาตรา 600 และมาตรา 601) และความวินาศก่อนส่งมอบตกเป็นพับแก่ฝ่ายใด (มาตรา 603 และมาตรา 604) รายละเอียดและผลต่างของกำหนดเวลาอยู่ในบทความ พิมพ์เขียวและแม่แบบสัญญาจ้างผลิตและประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง (LAS UP Deep Research EP07) บทความนี้กล่าวถึงโมเดลทั้งสองเฉพาะเท่าที่กระทบคำรับประกันด้านสาร (แม่แบบข้อ 7) และการจัดสรรภาระชิ้นส่วนค้างสต็อก (แม่แบบข้อ 4)

ตัวชี้วัดคุณภาพ: FPY DPPM ICT และ FCT และผลของการไม่ผ่านเกณฑ์

สัญญาควรกำหนด SLA อัตราผลผลิตรอบแรกและอัตราของเสียตามตัวเลขที่คู่สัญญาตกลงกันตามลักษณะผลิตภัณฑ์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ตัวเลขในแม่แบบของบทความนี้ เช่น FPY ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 98.5 และอัตราของเสียไม่เกิน 150 DPPM เป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้ มิใช่มาตรฐานบังคับตามกฎหมาย ตัวชี้วัดแต่ละตัวทำหน้าที่ต่างกันดังนี้

ราคาแบบ Open-Book การพยากรณ์ยอดสั่งซื้อ และการจัดสรรภาระชิ้นส่วนค้างสต็อก

LAS Practice Note: แม่แบบข้อสัญญาฉบับตัวอย่าง Model Pricing, Forecast and Quality Clauses

แม่แบบนี้เป็นฉบับตัวอย่างของข้อสัญญาด้านราคา การพยากรณ์ คุณภาพ ความลับทางการค้า และคำรับประกันด้านสาร สำหรับใช้ประกอบกับสัญญาหลักที่มีข้อสัญญาเรื่องโมเดลการผลิต ความเสี่ยงภัย และการชดใช้ค่าเสียหายตามประเภทความบกพร่อง (ดูบทความ EP07) ข้อความในวงเล็บเหลี่ยมเป็นตัวอย่างหรือช่องที่คู่สัญญาต้องตกลงกันเอง มิใช่ค่าที่กฎหมายกำหนด

ELECTRONICS MANUFACTURING SERVICES AGREEMENT — PRICING, FORECAST AND QUALITY TERMS

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ [วันที่ทำสัญญา] โดยและระหว่าง (1) บริษัท A จำกัด (“ผู้ว่าจ้าง”) และ (2) บริษัท B จำกัด (“ผู้รับจ้าง”)

Clause 1: Definitions & Interpretation

1.1 "BOM" (Bill of Materials) หมายถึง รายการส่วนประกอบ ชิ้นส่วน และวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดทางเทคนิค 1.2 "FPY" (First Pass Yield) หมายถึง ร้อยละของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบคุณภาพในการทดสอบครั้งแรกโดยไม่ต้องผ่านการแก้ไขซ่อมแซม 1.3 "E&O Inventory" (Excess and Obsolete Inventory) หมายถึง วัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่เหลือค้างในสต็อกเกินกว่าความต้องการ หรือไม่สามารถนำมาใช้ผลิตได้อีกต่อไป 1.4 "Gerber Files" หมายถึง ไฟล์ข้อมูลดิจิทัลที่แสดงแบบแปลนของแผงวงจรพิมพ์ (PCB Layout)

Clause 2: Manufacturing Scope, Materials & Factory Compliance

2.1 ผู้รับจ้างตกลงให้บริการผลิต ประกอบ และทดสอบผลิตภัณฑ์ตามรูปแบบ Turnkey Model หรือ Consignment Model ตามที่ระบุไว้ในแต่ละคำสั่งซื้อ (Purchase Order) 2.2 ในกรณี Consignment Model ผู้ว่าจ้างจะจัดส่งส่วนประกอบให้แก่ผู้รับจ้างตามกำหนดเวลา ผู้รับจ้างมีหน้าที่ตรวจรับ จัดเก็บส่วนประกอบดังกล่าวให้อยู่ในสภาพปลอดภัย ใช้ส่วนประกอบด้วยความระมัดระวังและประหยัด และคืนส่วนที่เหลือแก่ผู้ว่าจ้างเมื่อเสร็จงาน โดยผู้รับจ้างรับความเสี่ยงต่อความสูญหายหรือบุบสลายของส่วนประกอบระหว่างอยู่ในความครอบครองของตน [ตามขอบเขตที่ตกลงกัน] 2.3 ผู้รับจ้างรับรองว่าได้รับใบอนุญาตหรือได้แจ้งการประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ตามจำพวกของโรงงานของตน และจะปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานตลอดอายุสัญญา รวมทั้งการกำจัดของเสียจากชิ้นส่วนค้างสต็อกหรือสินค้าที่ต้องทำลายตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง [ต้องยืนยันมาตรา]

Clause 3: Quality SLAs, Testing, Acceptance & Warranty

3.1 ผู้รับจ้างรับประกันอัตรา First Pass Yield (FPY) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ [98.5] สำหรับทุกล็อตการผลิต 3.2 ผู้รับจ้างต้องทดสอบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นด้วย In-Circuit Testing (ICT) และ Functional Testing (FCT) ตามโปรแกรม ฟิกซ์เจอร์ และเกณฑ์ผ่านที่คู่สัญญาอนุมัติร่วมกันในภาคผนวกด้านการทดสอบ และงานประกอบต้องเป็นไปตามเกณฑ์การยอมรับของมาตรฐาน IPC-A-610 ตามระดับ (Class) ที่ระบุไว้สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละรายการในภาคผนวกผลิตภัณฑ์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] 3.3 ในกรณีที่อัตราของเสียของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบสูงเกิน [150] DPPM ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซม เปลี่ยนทดแทน หรือชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ภายใต้ข้อจำกัดความรับผิดตามข้อ 8.1 3.4 หากอัตรา FPY ของล็อตใดต่ำกว่าเกณฑ์ในข้อ 3.1 ผู้รับจ้างต้องวิเคราะห์สาเหตุและส่งแผนแก้ไข (CAPA) ภายใน [จำนวนวันที่ตกลงกัน] และรับภาระชิ้นส่วนที่เสียหายส่วนที่เกินเกณฑ์ตามราคา [ฐานราคาที่ตกลงกัน] ส่วนที่ไม่ผ่านรอบแรกภายในเกณฑ์ถือเป็นต้นทุนปกติที่รวมอยู่ในราคาตามข้อ 5.1 แล้ว 3.5 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิตรวจรับผลิตภัณฑ์ภายใน [จำนวนวัน] นับแต่วันส่งมอบ และแจ้งความชำรุดบกพร่องที่พบเป็นหนังสือ การรับมอบไม่ตัดสิทธิของผู้ว่าจ้างในความชำรุดบกพร่องที่ไม่อาจพบได้ในขณะตรวจรับ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิตรวจสถานที่ผลิตและบันทึกผลการทดสอบเมื่อแจ้งล่วงหน้า [จำนวนวัน] และหากผู้รับจ้างส่งมอบไม่ทันกำหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิตาม [ข้อกำหนดค่าปรับหรือการลดราคาที่ตกลงกัน] 3.6 ผู้รับจ้างรับประกันความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏขึ้นภายใน [ระยะเวลาที่ตกลงกัน] นับแต่วันส่งมอบ และความไม่เป็นไปตามข้อจำกัดด้านสารตามข้อ 7 ที่ปรากฏขึ้นภายใน [ระยะเวลาที่ตกลงกัน] นับแต่วันส่งมอบ

Clause 4: Forecasting, Long-Lead Components, E&O Inventory & Termination

4.1 ผู้ว่าจ้างจะจัดส่งประมาณการการสั่งซื้อล่วงหน้า (Rolling Forecast) ครอบคลุม [26] สัปดาห์ และปรับปรุงทุก [ระยะเวลาที่ตกลงกัน] โดยประมาณการใน [12] สัปดาห์แรกเป็นระยะผูกพัน (Firm Order) ซึ่งผู้ว่าจ้างต้องออกคำสั่งซื้อตามนั้น 4.2 “Forecast ที่ได้รับอนุมัติ” หมายถึง (ก) ประมาณการในระยะผูกพันตามข้อ 4.1 และ (ข) ชิ้นส่วนที่มีระยะเวลาจัดส่งนาน (Long-Lead Components) ตามรายการในภาคผนวก ซึ่งผู้ว่าจ้างยืนยันเป็นหนังสือให้จัดซื้อล่วงหน้าสำหรับประมาณการนอกระยะผูกพัน ผู้รับจ้างจัดซื้อชิ้นส่วนล่วงหน้าได้เฉพาะภายในขอบเขต Forecast ที่ได้รับอนุมัติ 4.3 ชิ้นส่วนที่จัดซื้อภายในขอบเขต Forecast ที่ได้รับอนุมัติและค้างสต็อกเพราะผู้ว่าจ้างปรับลดประมาณการหรือคำสั่งซื้อ ผู้ว่าจ้างตกลงรับซื้อคืนตามราคาต้นทุนจริงที่มีหลักฐาน ภายใน [ระยะเวลาที่ตกลงกัน] ส่วนชิ้นส่วนที่จัดซื้อเกินขอบเขต Forecast ที่ได้รับอนุมัติเป็นภาระของผู้รับจ้างแต่เพียงผู้เดียว 4.4 เมื่อผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนแจ้งการจัดสรรชิ้นส่วน (Allocation) หรือการเลิกผลิต ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเป็นหนังสือภายใน [จำนวนวัน] พร้อมทางเลือก ได้แก่ ชิ้นส่วนทดแทนที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติ การจัดซื้อจากแหล่งอื่นในราคาที่ผู้ว่าจ้างยืนยัน หรือการเลื่อนกำหนดส่งมอบ และการขาดแคลนชิ้นส่วนจะเป็นเหตุยกเว้นความรับผิดเพียงเท่าที่ระบุไว้ในข้อนี้ 4.5 หากผู้ว่าจ้างยกเลิกคำสั่งซื้อหรือบอกเลิกสัญญาก่อนงานแล้วเสร็จ ผู้ว่าจ้างต้องชำระค่างานที่ทำแล้วและรับซื้อคืนชิ้นส่วนตามข้อ 4.3 และคู่สัญญาอาจตกลงค่าสินไหมทดแทนอื่นเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การเลิกสัญญาไว้ใน [ภาคผนวก]

Clause 5: Pricing Mechanics & Open-Book BOM Costing

5.1 สัญญาฉบับนี้ใช้โครงสร้างราคาแบบ Open-Book Costing โดยราคาผลิตภัณฑ์คำนวณจากต้นทุน BOM ค่าแรงและค่าดำเนินการประกอบ (MVA) และกำไรตามอัตราที่ตกลงกัน 5.2 คู่สัญญาจะทบทวนราคา BOM ทุกไตรมาส และปรับราคาเมื่อต้นทุนชิ้นส่วนเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ [5] โดยอ้างอิงแหล่งอ้างอิงราคาที่ตรวจสอบได้และเผยแพร่ต่อสาธารณะ หรือใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้จากผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต ตามที่ระบุไว้ในภาคผนวกราคา และหากแหล่งอ้างอิงเดิมเลิกเผยแพร่ ให้ใช้แหล่งอ้างอิงสำรองที่ระบุไว้ในภาคผนวกเดียวกัน 5.3 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิตรวจสอบเอกสารการจัดซื้อชิ้นส่วนที่ใช้คำนวณราคาตามข้อ 5.1 และข้อ 5.2 เมื่อแจ้งล่วงหน้า [จำนวนวัน]

Clause 6: Intellectual Property, Confidentiality & Firmware Security

6.1 ข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างส่งมอบตามสัญญานี้ ได้แก่ Gerber Files แบบแผนผังวงจร และเฟิร์มแวร์ เป็นของผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างต้องรักษาความลับตามข้อ 6.2 ทั้งนี้ไม่กระทบสิทธิของผู้รับจ้างหรือบุคคลภายนอกในข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ก่อนหรือพัฒนาขึ้นโดยอิสระ 6.2 ผู้รับจ้างตกลงว่าจะไม่ทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) ต่อผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วน หรือข้อมูลของผู้ว่าจ้าง จะไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนหรือบุคคลภายนอก จะไม่ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ใช้หรืออ้างอิงข้อมูลลับของผู้ว่าจ้างให้แก่บุคคลอื่น และจะจัดแยกสายการผลิตและการเข้าถึงข้อมูลตามที่ตกลงกัน โดยมีผลตลอดอายุสัญญาและอีก [ระยะเวลาที่ตกลงกัน] นับแต่สัญญาสิ้นสุด 6.3 โปรแกรมทดสอบ ICT และ FCT ฟิกซ์เจอร์ และงานอื่นที่ผู้รับจ้างสร้างขึ้นเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ของผู้ว่าจ้าง ให้ตกเป็นของ [ฝ่ายที่ตกลงกัน] และให้ระบุสิทธิใช้งานของอีกฝ่ายภายหลังสัญญาสิ้นสุดไว้ใน [ภาคผนวก] 6.4 ผู้รับจ้างจะเปิดเผย Gerber Files หรือข้อมูลลับอื่นแก่ผู้รับจ้างช่วงได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างช่วงได้ลงนามข้อตกลงรักษาความลับที่มีระดับการคุ้มครองไม่ต่ำกว่าสัญญานี้ โดยผู้รับจ้างยังคงรับผิดต่อผู้ว่าจ้างในการกระทำของผู้รับจ้างช่วง

Clause 7: Environmental Compliance (RoHS & REACH Warranty)

7.1 ผู้รับจ้างรับประกันว่าวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผู้รับจ้างจัดหาเอง (Turnkey) และกระบวนการผลิต เป็นไปตามข้อจำกัดการใช้สารตามคำสั่ง (Directive) ของสหภาพยุโรปว่าด้วยการจำกัดการใช้สารอันตรายบางชนิดในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (RoHS) และตามหน้าที่ภายใต้ข้อบังคับ (Regulation) ของสหภาพยุโรปว่าด้วยการจดทะเบียน การประเมิน การอนุญาต และการจำกัดการใช้สารเคมี (REACH) ในส่วนที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น ในตลาดที่คู่สัญญาระบุไว้ในภาคผนวก [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] 7.2 สำหรับชิ้นส่วนที่ผู้ว่าจ้างส่งมอบ (Consignment) ผู้ว่าจ้างรับรองสถานะของชิ้นส่วนตามข้อจำกัดด้านสารในข้อ 7.1 และผู้รับจ้างมีหน้าที่ตรวจรับและบอกกล่าวตักเตือนผู้ว่าจ้างเป็นหนังสือเมื่อรู้ว่าชิ้นส่วนนั้นไม่เหมาะ 7.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเอกสารรับรอง Certificate of Compliance สำหรับ RoHS และ REACH ให้แก่ผู้ว่าจ้างในการส่งมอบทุกครั้ง

Clause 8: Limitation of Liability, Recall & Insurance

8.1 ความรับผิดรวมของผู้รับจ้างตามสัญญานี้จำกัดไม่เกิน [จำนวนที่ตกลงกัน] เว้นแต่กรณีกลฉ้อฉล ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย การละเมิดหน้าที่รักษาความลับและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาตามข้อ 6 และค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนสินค้าอันเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง 8.2 คู่สัญญาจะตัดสินใจเรียกคืนสินค้า (Recall) ร่วมกัน และค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนตกแก่ฝ่ายที่ความบกพร่องเกิดจากความรับผิดชอบของตน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องจัดให้มีประกันภัยความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) ในวงเงิน [จำนวนที่ตกลงกัน] ตลอดอายุสัญญา 8.3 การแบ่งความรับผิดระหว่างคู่สัญญาตามประเภทความบกพร่อง (ความบกพร่องจากการประกอบ ความบกพร่องจากการออกแบบ และชิ้นส่วนที่ผู้ว่าจ้างกำหนด) ให้เป็นไปตามข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายในสัญญาหลัก ข้อตกลงตามข้อนี้ผูกพันเฉพาะคู่สัญญา และไม่ผูกพันผู้เสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย

Clause 9: Governing Law & Dispute Resolution

9.1 สัญญานี้อยู่ภายใต้และตีความตามกฎหมายไทย 9.2 ข้อพิพาทที่เกิดจากหรือเกี่ยวกับสัญญานี้ ให้ระงับโดยอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับของ [ชื่อทางการของสถาบันและฉบับของข้อบังคับ] โดยมีอนุญาโตตุลาการ [จำนวน] คน สถานที่นั่งพิจารณา [เมือง] และใช้ภาษา [ภาษา]

ลงชื่อ ................................ ผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท A จำกัด (ผู้ว่าจ้าง) ลงชื่อ ................................ ผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท B จำกัด (ผู้รับจ้าง)

ข้อสังเกตประกอบแม่แบบ

ข้อต่อสู้ของโรงงานผู้รับจ้างผลิตกับแบรนด์เจ้าของเทคโนโลยี: ข้อพิพาทเรื่อง DFM Sign-off Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริง (สมมติ): บริษัท A เจ้าของแบรนด์อุปกรณ์ IoT ว่าจ้างบริษัท B ผลิตกล่องควบคุมอัจฉริยะแบบ Turnkey จำนวน 50,000 ชิ้น โดยใช้แม่แบบในหัวข้อ 7 ซึ่งข้อ 4.2 นิยาม Forecast ที่ได้รับอนุมัติว่าหมายถึงประมาณการในระยะผูกพัน 12 สัปดาห์ และชิ้นส่วนที่มีระยะเวลาจัดส่งนานตามรายการในภาคผนวกซึ่งบริษัท A ยืนยันเป็นหนังสือ ชิปไมโครคอนโทรลเลอร์อยู่ในรายการดังกล่าว ระหว่างวิกฤตชิปขาดตลาด บริษัท B จัดซื้อชิปรวมมูลค่า 4,000,000 บาท ในจำนวนนี้ 2,400,000 บาทเป็นชิปสำหรับระยะผูกพันและสำหรับประมาณการถึงสัปดาห์ที่ 20 ซึ่งบริษัท A ยืนยันเป็นหนังสือแล้ว อีก 1,600,000 บาทเป็นชิปสำหรับประมาณการสัปดาห์ที่ 21 ถึงสัปดาห์ที่ 24 ซึ่งบริษัท A ไม่ได้ยืนยัน ต่อมาบริษัท A ปรับลดคำสั่งซื้อลงร้อยละ 30 และพบว่าล็อตแรกจำนวน 10,000 ชิ้นมี FPY ร้อยละ 92 ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 98.5 ในข้อ 3.1

การบังคับใช้สัญญาตามแม่แบบ:

  1. การตรวจสอบเอกสารตามข้อ 5.3: บริษัท A ตรวจเอกสารการจัดซื้อชิปและแยกออกเป็นสองส่วนตามนิยามในข้อ 4.2 คือ ส่วนที่อยู่ในขอบเขต Forecast ที่ได้รับอนุมัติ 2,400,000 บาท และส่วนที่เกินขอบเขต 1,600,000 บาท
  2. ส่วนที่ 1 ชิปภายในขอบเขตที่อนุมัติ: สมมติว่าชิปในส่วนนี้ค้างสต็อกตามสัดส่วนคำสั่งซื้อที่ลดลง คือร้อยละ 30 คิดเป็น 720,000 บาท (2,400,000 บาท × 30 ÷ 100) บริษัท A ต้องรับซื้อคืนตามราคาต้นทุนจริงตามข้อ 4.3 ส่วนชิปที่เหลือ 1,680,000 บาทใช้ผลิตตามคำสั่งซื้อที่ยังคงอยู่
  3. ส่วนที่ 2 ชิปที่เกินขอบเขตที่อนุมัติ: ชิปมูลค่า 1,600,000 บาทเป็นภาระของบริษัท B ตามข้อ 4.3 บริษัท B อาจใช้ชิปนี้สำหรับคำสั่งซื้อในอนาคตเมื่อบริษัท A ยืนยัน แต่ไม่อาจเรียกให้บริษัท A รับซื้อคืน
  4. การบังคับใช้ FPY ตามข้อ 3.4: ล็อตแรกมีชิ้นงานไม่ผ่านรอบแรก 800 ชิ้น (ร้อยละ 8) ซึ่งบริษัท B ต้องแก้ไขให้ผ่านเกณฑ์ก่อนส่งมอบ ส่วนที่อยู่ภายในเกณฑ์ คือร้อยละ 1.5 หรือ 150 ชิ้น ถือเป็นต้นทุนปกติที่รวมอยู่ในราคาตามข้อ 5.1 ส่วนที่เกินเกณฑ์ คือร้อยละ 6.5 หรือ 650 ชิ้น บริษัท B ต้องรับภาระชิ้นส่วนที่เสียหายของส่วนที่เกินเกณฑ์นั้นตามฐานราคาที่ตกลงกัน และต้องส่งแผนแก้ไข (CAPA) ภายในจำนวนวันที่ตกลงกัน

ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อการเรียนรู้ มิใช่ผลที่จะเกิดขึ้นเสมอไป ผลจริงขึ้นกับถ้อยคำของสัญญาและพยานหลักฐาน

Checklist 10 จุดตรวจข้อสัญญาด้านราคา การพยากรณ์ และคุณภาพในสัญญา EMS

รายการด้านล่างใช้ตรวจข้อสัญญาเฉพาะของบทความนี้ ส่วนรายการเรื่องโมเดลการผลิต ความเสี่ยงภัย การชดใช้ค่าเสียหายตามประเภทความบกพร่อง การซื้อคืนชิ้นส่วนเมื่อแก้แบบทางวิศวกรรม และข้อจำกัดความรับผิด ให้ใช้ Checklist ในบทความ EP07 ประกอบกัน

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากโรงงาน EMS นำ Gerber Files ไปให้ผู้รับจ้างช่วงผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) สามารถทำได้หรือไม่?
ตามกฎหมายทั่วไป ผู้รับจ้างอาจให้ผู้รับจ้างช่วงทำงานบางส่วนได้ เว้นแต่สาระสำคัญของสัญญาอยู่ที่ความรู้ความสามารถของผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างยังคงรับผิดต่อผู้ว่าจ้างในการกระทำของผู้รับจ้างช่วง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 607) แต่สัญญาควรห้ามการเปิดเผย Gerber Files แก่ผู้รับจ้างช่วงเว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างช่วงต้องลงนามข้อตกลงรักษาความลับที่มีระดับการคุ้มครองไม่ต่ำกว่าสัญญาหลัก ดังที่แม่แบบข้อ 6.4 กำหนดไว้
กรณีสินค้าถูกปฏิเสธในสหภาพยุโรปเพราะพบสารที่ถูกจำกัดตาม RoHS ฝ่ายใดต้องรับผิดชอบ?
ขึ้นกับว่าชิ้นส่วนที่มีสารนั้นจัดหาโดยฝ่ายใด หากเป็นชิ้นส่วนที่ผู้รับจ้างจัดหาเอง (Turnkey) ผู้รับจ้างรับผิดตามคำรับประกันในข้อ 7.1 และระยะเวลารับประกันในข้อ 3.6 ภายใต้เพดานความรับผิดในข้อ 8.1 ซึ่งไม่ใช้กับค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนสินค้าอันเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง หากเป็นชิ้นส่วนที่ผู้ว่าจ้างส่งให้ (Consignment) ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะและมิได้บอกกล่าวตักเตือน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591) ซึ่งสอดคล้องกับข้อ 7.2 ของแม่แบบ ส่วนผลทางกฎหมายในตลาดปลายทางเป็นไปตามกฎหมายของสหภาพยุโรป [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
สูตรปรับราคา BOM ควรอ้างอิงแหล่งข้อมูลใด?
คู่สัญญาควรกำหนดแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้และเผยแพร่ต่อสาธารณะ หรือใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้จากผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต พร้อมสิทธิตรวจสอบและวิธีเลือกดัชนีสำรองเมื่อดัชนีเดิมเลิกเผยแพร่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ดังที่แม่แบบข้อ 5.2 และข้อ 5.3 กำหนดไว้
“Forecast ที่ได้รับอนุมัติ” ควรนิยามอย่างไร และเหตุใดจึงสำคัญ?
นิยามนี้เป็นเส้นแบ่งภาระชิ้นส่วนค้างสต็อก ชิ้นส่วนที่จัดซื้อภายในขอบเขตที่อนุมัติแล้วค้างสต็อกเพราะผู้ว่าจ้างปรับลดประมาณการ ผู้ว่าจ้างตกลงรับซื้อคืนตามแม่แบบข้อ 4.3 ส่วนชิ้นส่วนที่จัดซื้อเกินขอบเขตเป็นภาระของผู้รับจ้าง หน้าที่รับซื้อคืนเกิดจากข้อสัญญา เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มิได้กำหนดหน้าที่ดังกล่าวไว้เป็นการทั่วไป และหากไม่มีข้อตกลงรับซื้อคืน ผู้ว่าจ้างที่บอกเลิกสัญญาก่อนงานแล้วเสร็จต้องเสียค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605 สัญญาจึงควรนิยามให้ชัดว่าขอบเขตที่อนุมัติรวมเฉพาะระยะผูกพัน หรือรวมชิ้นส่วนที่มีระยะเวลาจัดส่งนานรายการที่ผู้ว่าจ้างยืนยันเป็นหนังสือด้วย ดังแม่แบบข้อ 4.2 หากถ้อยคำไม่ชัดเจน สัญญาจะตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368) ซึ่งทำให้ผลของข้อพิพาทคาดหมายได้ยาก
เหตุใดสัญญาจ้างผลิตจึงควรห้ามวิศวกรรมย้อนกลับไว้โดยชัดแจ้ง?
เพราะพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 7 (4) บัญญัติว่าการทำวิศวกรรมย้อนกลับจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปซึ่งได้มาโดยสุจริตไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า และข้อยกเว้นนี้ยกขึ้นกล่าวอ้างไม่ได้ ถ้าผู้ทำได้ทำสัญญากับเจ้าของความลับทางการค้าหรือผู้ขายผลิตภัณฑ์ไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง ข้อห้ามวิศวกรรมย้อนกลับจึงเป็นข้อที่ควรมีเพื่อมิให้ผู้รับจ้างยกข้อยกเว้นดังกล่าวขึ้นอ้างได้ มิใช่ข้อที่กฎหมายบังคับให้ต้องมี ส่วนข้อมูลลับที่ผู้ว่าจ้างมอบให้ผู้รับจ้างตามสัญญา หากผู้รับจ้างเปิดเผยหรือใช้โดยผิดสัญญา ก็อาจเป็นการละเมิดตามมาตรา 6 ซึ่งรวมการผิดสัญญาไว้ในการกระทำที่ขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ