Contract Law & Document Review
LAS

การอ่านและตรวจสอบเอกสารสัญญาทางกฎหมาย
Legal Contract Document Review — Practitioner's Guide ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 · นำฉบับที่ตรวจแล้วขึ้นเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

โดย ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. (Thundthornthep Yamoutai, Ph.D.)  ·  Legal Advance Solution Co., Ltd.  ·  อัปเดต 20 มิถุนายน 2569

1. Commercial Terms กับ Legal Terms Understanding the Two Layers of Every Contract

สัญญาทุกฉบับ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า หรือสัญญาร่วมทุน ล้วนประกอบด้วย 2 ชั้นที่ทับซ้อนกัน ชั้นแรกคือ Commercial Terms ซึ่งเป็นข้อตกลงทางธุรกิจที่คู่สัญญาเจรจากัน และชั้นที่สองคือ Legal Terms ซึ่งเป็นโครงสร้างกฎหมายที่ควบคุมสิทธิหน้าที่ของแต่ละฝ่าย นักปฏิบัติต้องสามารถแยกและวิเคราะห์ทั้งสองชั้นได้พร้อมกัน

ตารางเปรียบเทียบ: Commercial กับ Legal Terms
ด้านที่ตรวจ Commercial Terms Legal Terms
เนื้อหาหลัก ราคา, ปริมาณ, คุณภาพ, กำหนดส่ง, เงื่อนไขชำระเงิน สิทธิ, หน้าที่, ข้อจำกัดความรับผิด, เบี้ยปรับ, การระงับข้อพิพาท
ผู้รับผิดชอบหลัก ฝ่ายธุรกิจ / การตลาด / จัดซื้อ ฝ่ายกฎหมาย / ทนายความ
ตัวอย่างข้อความ "ส่งมอบ 1,000 หน่วย ภายใน 30 วัน ราคา 500 บาท/หน่วย" "ผู้ขายรับประกันคุณภาพ 12 เดือน หากชำรุดภายในกำหนดต้องเปลี่ยนใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย"
ความเสี่ยงหลักเมื่อไม่สอดคล้องกัน ราคาในส่วนธุรกิจผิดกับที่ระบุในตารางราคาท้ายสัญญา เบี้ยปรับล่าช้าคำนวณจากราคาฉบับ Draft ไม่ใช่ราคาที่ตกลงจริง
จุดตรวจสอบ (Checkpoint) ตัวเลข, วัน, ข้อกำหนดคุณภาพ ตรงกันในทุกส่วนของสัญญาหรือไม่ ข้อกฎหมายสอดคล้องกับข้อตกลงธุรกิจ และไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. หรือกฎหมายเฉพาะ
หลักปฏิบัติสำคัญ
เมื่อตรวจสัญญา ให้ตรวจว่า Commercial Terms และ Legal Terms สอดคล้องกันทุกจุด — ราคาในส่วนธุรกิจต้องตรงกับตารางอ้างอิงในส่วนกฎหมาย กำหนดส่งมอบต้องตรงกับฐานคำนวณเบี้ยปรับ ความไม่สอดคล้องกันเป็นต้นเหตุหลักของข้อพิพาทที่ป้องกันได้

2. หลักพื้นฐานสัญญา — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ Contract Fundamentals Under the Civil and Commercial Code

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) วางรากฐานของนิติกรรมและสัญญาทุกประเภท นักปฏิบัติต้องเข้าใจหลักกฎหมายพื้นฐานเหล่านี้ก่อนเริ่มตรวจสัญญาใดก็ตาม

2.1 นิยามนิติกรรมและสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๙
นิติกรรม หมายความว่า การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร
มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง
โอน สงวน หรือ ระงับซึ่งสิทธิ
2.2 องค์ประกอบสัญญาที่สมบูรณ์
องค์ประกอบ ความหมาย ความเชื่อมโยง ป.พ.พ. จุดตรวจสอบในสัญญา
คำเสนอ (Offer) ฝ่ายหนึ่งเสนอเงื่อนไขชัดเจนและครบถ้วน ป.พ.พ. มาตรา ๓๕๔ ถึงมาตรา ๓๕๗ (คำเสนอ) Recitals / ข้อ 1 วัตถุประสงค์ — ระบุชัดเจนพอที่จะบังคับได้
คำสนอง (Acceptance) อีกฝ่ายตอบรับโดยไม่มีเงื่อนไขใหม่ (คำสนองที่มีข้อแก้ไขถือเป็นคำบอกปัดและเป็นคำเสนอใหม่) ป.พ.พ. มาตรา ๓๕๙ และมาตรา ๓๖๑ (คำสนอง) ประกอบมาตรา ๓๖๖ วันลงนาม / ลายมือชื่อทุกฝ่าย ครบถ้วนหรือไม่
วัตถุประสงค์ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ต้องห้ามโดยกฎหมาย ไม่พ้นวิสัย ไม่ขัดความสงบเรียบร้อย ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๐ ขอบเขตงาน / สินค้า ไม่ขัดกฎหมายเฉพาะ (ใบอนุญาต เป็นต้น)
ความสามารถของคู่สัญญา (Capacity) ผู้ลงนามมีอำนาจตามกฎหมายและตามเอกสารองค์กร ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๓ หนังสือรับรองบริษัท / บันทึกมติคณะกรรมการ / POA
แบบ (Form) สัญญาบางประเภทต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๒ สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (มาตรา ๔๕๖ วรรคหนึ่ง) / สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 ปี หากไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน จะฟ้องบังคับได้เพียง 3 ปี (มาตรา ๕๓๘)
2.3 โมฆะกับโมฆียะ — ความแตกต่างที่ปฏิบัติต้องรู้
ประเด็น โมฆะ (Void) โมฆียะ (Voidable)
ผลทางกฎหมาย เสียเปล่าตั้งแต่ต้น บังคับไม่ได้เลย มีผลจนกว่าจะถูกบอกล้าง
เหตุ (ตัวอย่าง) วัตถุประสงค์ต้องห้าม (มาตรา ๑๕๐) · ไม่ทำตามแบบ (มาตรา ๑๕๒) · แสดงเจตนาลวง (มาตรา ๑๕๕) · สำคัญผิดในสาระสำคัญ (มาตรา ๑๕๖) ผู้ไร้ความสามารถทำ (มาตรา ๑๕๓) · สำคัญผิดในคุณสมบัติ (มาตรา ๑๕๗) · ถูกกลฉ้อฉล (มาตรา ๑๕๙)
ใครอ้างได้ ผู้มีส่วนได้เสียคนใดก็อ้างได้ และให้สัตยาบันแก่กันไม่ได้ (มาตรา ๑๗๒) ศาลหยิบยกเองได้ เฉพาะผู้มีสิทธิบอกล้างตามมาตรา ๑๗๕ เท่านั้น
กำหนดบอกล้าง ไม่มีอายุความ — โมฆะตลอดไป ต้องบอกล้างภายใน 1 ปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันทำนิติกรรม (มาตรา ๑๘๑)
ผลกระทบต่อการตรวจสัญญา พบ = สูง ต้องแก้ก่อนลงนาม พบ = กลาง ต้องประเมินความเสี่ยงและจัดการสิทธิ
2.4 หลักการตีความสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๘
สัญญานั้นท่านให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต
โดยพิเคราะห์ถึงปรกติประเพณีด้วย
หลักปฏิบัติ — การตีความ
เมื่อข้อสัญญาคลุมเครือหรือตีความได้หลายแบบ ศาลจะใช้หลักสุจริต (good faith) และประเพณีทางการค้า เป็นกรอบหลัก ดังนั้นนักปฏิบัติควรร่างข้อสัญญาให้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้ต้อง "ตีความ" — ทุกข้อที่คลุมเครือเป็นความเสี่ยง

3. ประเภทเอกสารทางกฎหมายที่ธุรกิจต้องรู้ 10 Essential Legal Document Types for Business

A. สัญญาธุรกิจหลัก (Key Business Contracts)
ประเภทสัญญา วัตถุประสงค์ จุดตรวจสอบสำคัญ ระดับความเสี่ยงหากละเลย
สัญญาเช่า
(Lease Agreement)
เช่าพื้นที่สำนักงาน ร้านค้า โรงงาน ระยะเวลา · ค่าเช่า · เงินประกัน · เงื่อนไขต่ออายุ · การปรับค่าเช่า · เงื่อนไขบอกเลิก สูง
MOU / JV Agreement ร่วมทุน ร่วมมือทางธุรกิจ ขอบเขตร่วมมือ · สัดส่วนทุน · การแบ่งกำไร/ขาดทุน · การออกจากกิจการ · ข้อ Non-compete สูง
S&P Agreement ซื้อขายสินค้า ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ ราคา · วิธีชำระ · การส่งมอบ · การรับประกัน · เงื่อนไขกรรมสิทธิ์โอน สูง
Employment Agreement จ้างงาน ตำแหน่ง · เงินเดือน · สวัสดิการ · ข้อ Confidentiality/IP · เงื่อนไขเลิกจ้าง กลาง
B. เอกสารองค์กร (Corporate Documents)
เอกสาร บทบาท จุดตรวจสอบ
ข้อบังคับบริษัท
(Articles of Association)
กฎเกณฑ์การบริหารบริษัท — ควบคุมอำนาจกรรมการ ผู้ถือหุ้น และมติที่ประชุม อำนาจกรรมการลงนาม · โควรัม (ผู้ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของทุนบริษัท — ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๘) · ประเภทมติ (ธรรมดา/พิเศษ — มติพิเศษต้องได้เสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง ตามมาตรา ๑๑๙๔)
หนังสือเชิญประชุม
(AGM/EGM Invitation)
แจ้งผู้ถือหุ้นเข้าประชุม ต้องส่งตามระยะเวลาที่กำหนด ระยะเวลาแจ้ง (ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๕: ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือไม่น้อยกว่า 14 วันสำหรับมติพิเศษ) · วาระที่ระบุ · เอกสารประกอบครบถ้วน
หนังสือมอบฉันทะ
(Proxy)
มอบอำนาจให้ผู้อื่นออกเสียงแทนในที่ประชุม ผู้รับมอบฉันทะ · ขอบเขตอำนาจ · ลายมือชื่อผู้ถือหุ้น
หนังสือโอนหุ้น
(Share Transfer Instrument)
โอนกรรมสิทธิ์หุ้นระหว่างผู้ถือหุ้น จำนวนและหมายเลขหุ้น · ราคา · ลายมือชื่อผู้โอน-ผู้รับโอน พร้อมพยานอย่างน้อย 1 คนลงชื่อรับรอง (มิฉะนั้นเป็นโมฆะ — ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๒๙) · การจดแจ้งการโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น
Note for Practitioners
ก่อนตรวจสัญญาธุรกิจใดก็ตาม ให้ขอ หนังสือรับรองบริษัท (Company Affidavit) และ บันทึกมติคณะกรรมการอนุมัติการทำสัญญา ไว้เสมอ หากกรรมการผู้ลงนามไม่มีอำนาจตามข้อบังคับ สัญญาอาจไม่ผูกพันบริษัท

4. Checklist ตรวจสัญญา — 10 จุดที่ต้องไม่ข้าม 10-Point Contract Review Checklist

จุดตรวจ สิ่งที่ตรวจ ความเสี่ยงหากพลาด Redline Priority
1. คู่สัญญา ชื่อ ที่อยู่ เลขทะเบียน ผู้มีอำนาจลงนามถูกต้อง ครบถ้วน สัญญาไม่ผูกพันนิติบุคคลที่ถูกต้อง MUST CHANGE
2. วัตถุประสงค์ ระบุชัดเจน ไม่คลุมเครือ ไม่ขัดกฎหมาย ตีความขัดแย้ง หรือเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๐ MUST CHANGE
3. ราคาและการชำระ จำนวน สกุลเงิน กำหนดชำระ ตรงกันทั้งสัญญา ฐานคำนวณเบี้ยปรับผิด ข้อพิพาทมูลค่า MUST CHANGE
4. ระยะเวลา วันเริ่ม วันสิ้นสุด เงื่อนไขต่ออายุ ชัดเจน ข้อพิพาทว่าสัญญายังมีผลอยู่หรือไม่ SHOULD CHANGE
5. การส่งมอบ สิ่งที่ส่งมอบ เกณฑ์ตรวจรับ กำหนดการ ตรงกับ Commercial Terms เบี้ยปรับล่าช้าคำนวณผิดเป้า SHOULD CHANGE
6. การรับประกัน ระยะเวลา ขอบเขต วิธีเรียกร้อง ระยะเวลาแก้ไข ไม่ชัดว่าใครรับผิดเมื่อของเสียหาย SHOULD CHANGE
7. ข้อจำกัดความรับผิด มีวงเงินจำกัดหรือไม่ เป็นธรรมกับฝ่ายเราหรือไม่ ต้องรับผิดไม่จำกัดจำนวน หรือวงเงินต่ำเกินจนไม่คุ้มครองได้จริง MUST CHANGE
8. เบี้ยปรับ ฐานคำนวณ อัตรา เพดาน สอดคล้องกับมูลค่าสัญญา เบี้ยปรับสูงเกินส่วน หรือต่ำจนไม่จูงใจให้ปฏิบัติตาม MUST CHANGE
9. การยกเลิก / เลิกสัญญา เงื่อนไข ระยะเวลาแจ้ง ค่าปรับ ผลหลังเลิก ถูกเลิกสัญญาโดยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย MUST CHANGE
10. การระงับข้อพิพาท ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ หรือศาล — กฎหมายที่ใช้บังคับ ต้องสู้คดีในศาลต่างประเทศหรือภายใต้กฎหมายที่ไม่คุ้นเคย SHOULD CHANGE

5. เบี้ยปรับ (Liquidated Damages / Penalty Clause) Penalty Clauses — Legal Framework and Practitioner's Analysis

เบี้ยปรับเป็นหนึ่งในข้อสัญญาที่พบบ่อยที่สุดในสัญญาธุรกิจ และเป็นจุดที่ก่อให้เกิดข้อพิพาทมากที่สุดเช่นกัน นักปฏิบัติต้องเข้าใจทั้งตัวบทกฎหมายและแนวปฏิบัติในการเจรจา

5.1 ตัวบทกฎหมายเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๙
ถ้าลูกหนี้สัญญาแก่เจ้าหนี้ว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ก็ดี
หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรก็ดี เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ก็ให้ริบเบี้ยปรับ
ถ้าการชำระหนี้อันจะพึงทำนั้นได้แก่งดเว้นการอันใดอันหนึ่ง
หากทำการอันนั้นฝ่าฝืนมูลหนี้เมื่อใด ก็ให้ริบเบี้ยปรับเมื่อนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้
ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้
ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน
เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
5.2 ประเภทเบี้ยปรับและผลทางกฎหมาย
ประเภท เงื่อนไขการริบ สิทธิเรียกร้องเพิ่มเติม มาตรา ป.พ.พ.
เบี้ยปรับแทนการชำระหนี้
(กรณีไม่ชำระหนี้เลย)
เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ เลือกได้ระหว่างเบี้ยปรับ กับ การชำระหนี้จริง — ไม่ได้ทั้งสองพร้อมกัน มาตรา ๓๘๐
เบี้ยปรับสำหรับการชำระหนี้ไม่ถูกต้อง
(เช่น ส่งช้า ส่งไม่ครบ)
เมื่อชำระหนี้ไม่ถูกต้องตามสัญญา เช่น ส่งของไม่ตรงเวลา เรียกทั้งการชำระหนี้จริง และเบี้ยปรับ ได้พร้อมกัน — แต่ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้แล้ว ต้องบอกสงวนสิทธิเรียกเบี้ยปรับไว้ในเวลารับชำระหนี้ (มาตรา ๓๘๑ วรรคสาม) มิฉะนั้นเรียกเบี้ยปรับภายหลังไม่ได้ มาตรา ๓๘๑
เบี้ยปรับจาก Non-Compete / Confidentiality เมื่อฝ่าฝืนข้อห้ามหรือข้อรักษาความลับ ดูขอบเขต — ต้องไม่กว้างเกินสมเหตุสมผล มาตรา ๓๗๙ (หนี้งดเว้นกระทำการ) · ขอบเขตข้อห้ามแข่งขัน: พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
5.3 Checklist ตรวจข้อเบี้ยปรับ — Redline Priority
ประเด็นที่ตรวจ ความเสี่ยง Priority แนวทางแก้ไข
ฐานคำนวณเบี้ยปรับ (ราคาสัญญา / มูลค่างวด / ราคาสินค้า) ฐานผิด = จำนวนเบี้ยปรับพุ่งสูงหรือต่ำผิดความตั้งใจ MUST CHANGE ระบุฐานคำนวณให้ชัดเจน พร้อม cap สูงสุด
อัตรา (% ต่อวัน / ต่อสัปดาห์ / เป็นก้อน) อัตรา % ต่อวันสะสมเร็ว ศาลอาจลดตามมาตรา ๓๘๓ SHOULD CHANGE กำหนด cap สูงสุด (เช่น ไม่เกิน 10% ของมูลค่าสัญญา)
เพดานสูงสุด (Cap) ไม่มี cap = เบี้ยปรับสะสมไม่จำกัด MUST CHANGE เพิ่ม "เบี้ยปรับรวมสูงสุดไม่เกิน X% ของมูลค่าสัญญา"
ประเภทเบี้ยปรับ (แทนหนี้ หรือ เพิ่มเติมจากหนี้) ไม่ระบุชัด = ข้อพิพาทว่าเรียกทั้งสองได้หรือไม่ SHOULD CHANGE ระบุให้ชัดว่าเป็นประเภทใดตามมาตรา ๓๘๐ หรือมาตรา ๓๘๑
เหตุยกเว้นเบี้ยปรับ (Force Majeure / เหตุจาก ฝ่ายเจ้าหนี้) ไม่มีข้อยกเว้น = ต้องรับผิดแม้เกิดจาก เหตุสุดวิสัยหรือความผิดฝ่ายเจ้าหนี้ MUST CHANGE เพิ่มข้อ Force Majeure และ Contributory Fault
คำเตือนสำคัญ — มาตรา ๓๘๓
แม้ ป.พ.พ. มาตรา ๓๘๓ ให้ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ แต่ สิทธินี้ขาดทันทีหลังจ่ายเบี้ยปรับไปแล้ว ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ เจรจาให้เบี้ยปรับสมเหตุสมผลตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอให้ถึงขั้นชำระแล้วค่อยขอลด

6. เลิกสัญญา — เงื่อนไขและผลทางกฎหมาย Contract Termination — Conditions and Legal Consequences

6.1 วิธีเลิกสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมาย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๖
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง
แสดงเจตนาดังกล่าวมาในวรรคก่อนนั้น ท่านว่าหาอาจจะถอนได้ไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๗
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร
แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้
ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้
อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่ง
ได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้ จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
ส่วนเงินอันจะต้องใช้คืนในกรณีดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น ท่านให้บวกดอกเบี้ยเข้าด้วย
6.2 Checklist ตรวจข้อเลิกสัญญา — Redline Priority
ประเด็นที่ตรวจ ความเสี่ยง Priority แนวทางแก้ไข
เงื่อนไขที่อนุญาตให้บอกเลิก (Termination for Cause) คู่สัญญาอีกฝ่ายบอกเลิกด้วยเหตุที่เราไม่คาดคิด MUST CHANGE กำหนดเหตุบอกเลิกให้ชัดเจน จำกัด Termination for Convenience
ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า (Notice Period) ถูกบอกเลิกโดยไม่มีเวลาเตรียมตัว MUST CHANGE กำหนด notice period ที่เพียงพอ (อย่างน้อย 30-90 วัน ตามลักษณะสัญญา)
ระยะเวลาแก้ไขก่อนบอกเลิก (Cure Period) ถูกบอกเลิกทันทีโดยไม่มีโอกาสแก้ไข SHOULD CHANGE เพิ่ม cure period 14-30 วัน ก่อนสิทธิบอกเลิกจะเกิดขึ้น
ผลหลังเลิกสัญญา (Consequences of Termination) ไม่ระบุ = ต้องตีความตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๙๑ ซึ่งอาจต้องคืนทรัพย์สิน+ดอกเบี้ย MUST CHANGE ระบุชัด: งานที่ทำแล้วจ่ายอย่างไร, ทรัพย์สินส่งคืนอย่างไร, ความลับยังคงอยู่หรือไม่
สิทธิเรียกค่าเสียหายหลังเลิกสัญญา ไม่ระบุ = ข้อพิพาทว่าเรียกได้หรือไม่ เรียกได้แค่ไหน SHOULD CHANGE ระบุให้ชัดว่า "การเลิกสัญญาไม่ตัดสิทธิเรียกค่าเสียหายที่เกิดก่อนวันเลิก" (สอดคล้องกับมาตรา ๓๙๑ วรรคท้าย ที่ว่าการใช้สิทธิเลิกสัญญาไม่กระทบถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย)
Survival Clauses (ข้อที่ยังมีผลหลังเลิก) ข้อ Confidentiality / IP / Indemnity หมดผลเมื่อสัญญาเลิก SHOULD CHANGE ระบุข้อที่ยังมีผลต่อไปหลังเลิกสัญญา เช่น ม.X "ยังมีผลต่อไปเป็นเวลา 3 ปีหลังวันเลิก"
หลักกฎหมายสำคัญ — มาตรา ๓๘๗
การเลิกสัญญาโดยอ้างว่าอีกฝ่ายไม่ชำระหนี้นั้น ต้อง กำหนดเวลาพอสมควรและบอกกล่าวให้ชำระก่อน ตามมาตรา ๓๘๗ — ไม่สามารถบอกเลิกได้ทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๓๘๘ (วัตถุประสงค์ของสัญญาจะสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนด) กรณีตามมาตรา ๓๘๙ (การชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอันจะโทษลูกหนี้ได้) หรือกรณีที่ข้อสัญญากำหนดสิทธิเลิกสัญญาไว้เป็นอย่างอื่น

7. Redline Priority — ลำดับการแก้ไขสัญญา Redline Priority Tiers for Contract Markup

เมื่อต้องทำ Redline (Mark-up) สัญญา ให้จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขตามระดับความเสี่ยง โดยใช้ 4 ระดับ ดังต่อไปนี้

ระดับ ความหมาย ประเภทข้อสัญญา แนวทาง
MUST CHANGE ความเสี่ยงสูง — หากไม่แก้ก่อนลงนาม ลูกความอาจได้รับความเสียหายร้ายแรง
  • คู่สัญญาไม่ถูกต้อง / ผู้ลงนามไม่มีอำนาจ
  • วัตถุประสงค์คลุมเครือหรือขัดกฎหมาย
  • ข้อจำกัดความรับผิดต่ำเกินจริง หรือไม่มีเลย
  • เบี้ยปรับไม่มี cap สูงสุด
  • Termination for Convenience ฝ่ายเดียวโดยไม่มีค่าชดเชย
ต้องเจรจาแก้ไขก่อนลงนาม ไม่มีข้อยกเว้น
SHOULD CHANGE ความเสี่ยงกลาง — ควรแก้ แต่อาจยอมรับได้หากคู่สัญญาไม่ยอม และเราเข้าใจความเสี่ยง
  • ไม่มี Cure Period ก่อนบอกเลิก
  • ระยะเวลา Notice Period สั้นเกิน
  • อัตราเบี้ยปรับสูงกว่าตลาด แต่ยังมี cap
  • ข้อ Dispute Resolution ไม่ชัดเจน
เจรจาแก้ไข หากรับไม่ได้ต้องแจ้งลูกความเพื่อตัดสินใจ
NICE TO HAVE ความเสี่ยงต่ำ — ควรปรับปรุงเพื่อความชัดเจน แต่ไม่ใช่จุดที่ต้องเจรจาแข็งกร้าว
  • ถ้อยคำคลุมเครือในส่วนที่ไม่ส่งผลต่อสิทธิหลัก
  • ข้อบริหารสัญญาที่ไม่มีผลกระทบต่อการบังคับ
  • หมายเลขข้ออ้างอิงผิด แต่เนื้อหาตรงกัน
แก้ในร่างถ้าทำได้ แต่ไม่ต้องยืนกรานในการเจรจา
ACCEPTABLE ยอมรับได้ตามมาตรฐานตลาด ไม่จำเป็นต้องแก้ไข
  • ข้อ Entire Agreement มาตรฐาน
  • ข้อ Governing Law ที่กำหนดกฎหมายไทย
  • ข้อ Waiver มาตรฐาน
รับได้ — บันทึกไว้ในรายงานเพื่อความครบถ้วน

8. หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) Power of Attorney — Types, Scope, and Practical Notes

หนังสือมอบอำนาจ (POA) เป็นเอกสารที่ใช้บ่อยในธุรกิจไทย โดยเฉพาะในการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ การดำเนินคดี และการทำสัญญาแทน ต้องร่างให้ถูกต้องและชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทด้านอำนาจ

8.1 ประเภทหนังสือมอบอำนาจ
ประเภท วัตถุประสงค์ ข้อควรระวัง
มอบอำนาจทั่วไป
(General POA)
ดำเนินการแทนในเรื่องต่าง ๆ โดยทั่วไป ขอบเขตกว้างมาก — ต้องระบุข้อยกเว้นชัดเจน ไม่ควรให้อำนาจกว้างโดยไม่จำเป็น
มอบอำนาจเฉพาะการ
(Special POA)
เช่น ลงนามสัญญาฉบับใดฉบับหนึ่ง รับเอกสาร ตรวจทรัพย์สิน ต้องระบุการกระทำที่มอบอำนาจให้ชัดเจน ระบุวันหมดอายุหากมี
มอบอำนาจอสังหาริมทรัพย์
(Real Estate POA)
จดทะเบียนโอน จดจำนอง จดภาระจำยอม เป็นต้น ต้องระบุแปลงที่ดิน โฉนดเลขที่ การกระทำเฉพาะ และต้องปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง
8.2 Checklist หนังสือมอบอำนาจ
จุดตรวจ ความเสี่ยงหากพลาด Priority
ชื่อ-ที่อยู่ผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจ ถูกต้องครบถ้วน เอกสารใช้งานไม่ได้ / ธนาคารหรือกรมที่ดินปฏิเสธ MUST CHECK
ขอบเขตอำนาจระบุชัดเจน ไม่กว้างหรือแคบเกิน ผู้รับมอบอำนาจทำเกินขอบเขต — นิติกรรมไม่ผูกพัน MUST CHECK
อากรแสตมป์ 10–30 บาท ตามลักษณะ 7 (ใบมอบอำนาจ) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ประมวลรัษฎากร ตราสารที่ปิดแสตมป์ไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) SHOULD CHECK
วันหมดอายุ (ถ้ากำหนด) ใช้ POA หมดอายุแล้ว — นิติกรรมอาจไม่ผูกพัน SHOULD CHECK
กรณีเอกสารใช้ต่างประเทศ — Notarization และการรับรองนิติกรณ์ (Legalization) โดยกรมการกงสุลและสถานทูตของประเทศปลายทาง (ประเทศไทยได้ภาคยานุวัติอนุสัญญา Apostille แล้วเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 โดยจะมีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 — ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้การรับรองนิติกรณ์ตามเดิม) ต่างประเทศไม่รับเอกสาร MUST CHECK

9. คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

Commercial Terms กับ Legal Terms ในสัญญาแตกต่างกันอย่างไร?

Commercial Terms คือข้อตกลงทางธุรกิจที่คู่สัญญาเจรจากัน เช่น ราคา ปริมาณ คุณภาพ กำหนดส่ง และเงื่อนไขชำระเงิน ส่วน Legal Terms คือโครงสร้างกฎหมายที่ควบคุมสิทธิหน้าที่ เช่น ข้อจำกัดความรับผิด เบี้ยปรับ เงื่อนไขเลิกสัญญา และการระงับข้อพิพาท

จุดสำคัญคือ ทั้งสองส่วนต้องสอดคล้องกัน — ราคาในส่วนธุรกิจต้องตรงกับฐานคำนวณเบี้ยปรับในส่วนกฎหมาย กำหนดส่งต้องตรงกับนิยาม "ผิดนัด" ความไม่สอดคล้องกันเป็นต้นเหตุหลักของข้อพิพาท

เบี้ยปรับในสัญญาสูงเกินไป ทำอะไรได้บ้าง?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ ศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนให้เหมาะสม โดยพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งทางทรัพย์สินและอื่น ๆ

ข้อควรระวัง: สิทธิขอลดเบี้ยปรับขาดทันทีเมื่อชำระเบี้ยปรับไปแล้ว ดังนั้นควรเจรจาตั้งแต่ก่อนชำระ ไม่ใช่รอจ่ายแล้วค่อยขอลด

เลิกสัญญาต้องทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย?

ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๘๖ การเลิกสัญญาต้องแสดงเจตนาต่ออีกฝ่ายหนึ่ง และเมื่อแสดงแล้วถอนคืนไม่ได้ หากเหตุเลิกสัญญาคืออีกฝ่ายไม่ชำระหนี้ ต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรและบอกกล่าวก่อนตามมาตรา ๓๘๗

หลังเลิกสัญญาแล้ว ทั้งสองฝ่ายต้องคืนทรัพย์สินให้กลับสู่ฐานะเดิม และเงินที่ต้องคืนต้องบวกดอกเบี้ยด้วย ตามมาตรา ๓๙๑

เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายก่อนลงนามสัญญา?
  • สัญญามูลค่าเกิน 1 ล้านบาท
  • สัญญาระยะยาวเกิน 1 ปี
  • สัญญาที่มีข้อ Non-compete / IP Assignment / Indemnity
  • คู่สัญญาเป็นบริษัทต่างประเทศ หรือสัญญาใช้กฎหมายต่างประเทศ
  • พบข้อสัญญาที่ไม่เข้าใจ หรือดูเหมือนเอาเปรียบ
  • สัญญาที่มีข้อ Arbitration ในต่างประเทศ
สัญญาโมฆะต่างจากสัญญาโมฆียะอย่างไร?

โมฆะ (Void): เสียเปล่าตั้งแต่ต้น บังคับไม่ได้เลย ผู้มีส่วนได้เสียคนใดก็อ้างได้ (มาตรา ๑๗๒) ศาลหยิบยกเองได้ ตัวอย่างเหตุ: วัตถุประสงค์ต้องห้าม (มาตรา ๑๕๐) ไม่ทำตามแบบ (มาตรา ๑๕๒) แสดงเจตนาลวง (มาตรา ๑๕๕) สำคัญผิดในสาระสำคัญ (มาตรา ๑๕๖)

โมฆียะ (Voidable): มีผลจนกว่าจะถูกบอกล้าง เฉพาะผู้มีสิทธิตามมาตรา ๑๗๕ เท่านั้นที่บอกล้างได้ และต้องบอกล้างภายใน 1 ปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันทำนิติกรรม (มาตรา ๑๘๑) ตัวอย่างเหตุ: ผู้ไร้ความสามารถทำ (มาตรา ๑๕๓) สำคัญผิดในคุณสมบัติ (มาตรา ๑๕๗) ถูกกลฉ้อฉล (มาตรา ๑๕๙)

อ้างอิงกฎหมาย Legal References

§
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — บรรพ 1 (นิติกรรม มาตรา ๑๔๙ ถึงมาตรา ๑๙๓)
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — ค้นหากฎหมาย
§
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — บรรพ 2 (สัญญา มาตรา ๓๖๘, เบี้ยปรับ มาตรา ๓๗๙ ถึงมาตรา ๓๘๕, เลิกสัญญา มาตรา ๓๘๖ ถึงมาตรา ๓๙๔)
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — ค้นหากฎหมาย
§
ประมวลรัษฎากร — อากรแสตมป์ (หนังสือมอบอำนาจ)
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — ค้นหากฎหมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง Related Articles

Disclaimer — ข้อสงวนสิทธิ

บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ข้อมูลกฎหมายที่นำเสนออ้างอิงจากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งผู้อ่านควรตรวจสอบฉบับที่มีผลบังคับใช้ล่าสุดจากแหล่งทางการ ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ

Legal Advance Solution Co., Ltd. — AI-assisted legal knowledge output · ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. (Thundthornthep Yamoutai, Ph.D.)