✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 · นำฉบับที่ตรวจแล้วขึ้นเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
กฎหมายไทยรับรองรูปแบบองค์กรธุรกิจหลัก 4 ประเภท ซึ่งแตกต่างกันในด้านความรับผิด ภาษี การลงทะเบียน และความเหมาะสมกับขนาดธุรกิจ ตารางด้านล่างเปรียบแบบ side-by-side เพื่อช่วยตัดสินใจเลือกโครงสร้างที่เหมาะสม
| ประเด็น | บุคคลธรรมดา Sole Proprietorship | ห้างหุ้นส่วนสามัญ Ordinary Partnership | ห้างหุ้นส่วนจำกัด Limited Partnership | บริษัทจำกัด Limited Company |
|---|---|---|---|---|
| จดทะเบียน | ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ | ไม่บังคับ (จดได้) | บังคับจดทะเบียน | บังคับจดทะเบียน |
| ความรับผิด | ไม่จำกัด — รับผิดด้วยทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด | ไม่จำกัด — หุ้นส่วนทุกคนร่วมรับผิด | หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัด: ไม่จำกัด หุ้นส่วนประเภทจำกัด: จำกัดตามที่ลงทุน | จำกัด — รับผิดเพียงมูลค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบ (ป.พ.พ. มาตรา 1096) |
| ภาษีเงินได้ | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า 5–35%) | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) | ภาษีเงินได้นิติบุคคล (20%) | ภาษีเงินได้นิติบุคคล (20%) |
| น่าเชื่อถือทางธุรกิจ | ต่ำ | ต่ำ | ปานกลาง | สูง — สถาบันการเงินและคู่ค้าให้ความไว้วางใจมากกว่า |
| เปิดบัญชีธนาคาร / กู้เงิน | ได้ — ในนามบุคคล | ได้ — ขึ้นกับธนาคาร | ได้ — ในนามห้าง | ได้ — ในนามบริษัท ง่ายกว่า |
| ใบอนุญาตประกอบธุรกิจบางประเภท | ไม่ได้รับ (ต้องเป็นนิติบุคคล) | ขึ้นกับประเภทใบอนุญาต | ได้บางประเภท | ได้ครบ — รวมใบอนุญาตที่ต้องการสถานะนิติบุคคล |
| จำนวนผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ | 1 คน | 2 คนขึ้นไป | 2 คนขึ้นไป (ต้องมีหุ้นส่วนทั้ง 2 ประเภท) | 2 คนขึ้นไป (ป.พ.พ. มาตรา 1097) |
| แนะนำสำหรับ | ธุรกิจขนาดเล็ก ค้าขายรายย่อย | ร่วมทุนขนาดเล็ก กิจการชั่วคราว | ธุรกิจขนาดกลาง ต้องการแยกประเภทหุ้นส่วน | แนะนำ — ทุกขนาด โดยเฉพาะเมื่อต้องการจำกัดความรับผิดและน่าเชื่อถือ |
บริษัทจำกัดเป็นตัวเลือกหลักเพราะ (1) จำกัดความรับผิดส่วนตัวของผู้ถือหุ้น (2) อัตราภาษีนิติบุคคล 20% มักต่ำกว่าภาษีบุคคลธรรมดาขั้นบนสุด 35% (3) สถาบันการเงินและคู่ค้าให้ความไว้วางใจสูงกว่า (4) รองรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ซับซ้อน — จึงเหมาะทั้งกับ SME ที่ต้องการขยายและกิจการที่วางแผนรับเงินลงทุนจากภายนอก
ก่อนตัดสินใจเลือกรูปแบบองค์กร ควรวิเคราะห์ครบ 4 ปัจจัย เพราะแต่ละปัจจัยมีผลต่อสิทธิ หน้าที่ และความเสี่ยงทางกฎหมายที่แตกต่างกัน
| ปัจจัย | ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณา | รูปแบบที่ตอบโจทย์ | ระดับความสำคัญ |
|---|---|---|---|
| 1. ความรับผิด (Liability) | ต้องการจำกัดความเสี่ยงส่วนตัว? หากธุรกิจมีหนี้สินหรือถูกฟ้อง ทรัพย์สินส่วนตัวจะได้รับผลกระทบหรือไม่? | บริษัทจำกัด (ป.พ.พ. มาตรา 1096) | สูงมาก |
| 2. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ | ธุรกิจบางประเภท เช่น ค้าปลีก/ส่ง บริการทางการเงิน การสร้าง กำหนดให้ต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้น | บริษัทจำกัด หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด | สูง |
| 3. อำนาจต่อรองและความน่าเชื่อถือ | คู่ค้า ธนาคาร หรือนักลงทุนต่างชาติมักต้องการทำธุรกิจกับนิติบุคคลเท่านั้น โดยเฉพาะบริษัทจำกัด | บริษัทจำกัด | ปานกลาง–สูง |
| 4. แหล่งเงินทุน | เงินส่วนตัว / ร่วมทุน / กู้ธนาคาร / รับเงินลงทุน (VC/PE)? โครงสร้างผู้ถือหุ้นซับซ้อนต้องการนิติบุคคล | ร่วมทุนง่าย: ห้างหุ้นส่วน รับ VC/ขยายใหญ่: บริษัทจำกัด | ปานกลาง |
หากปัจจัยที่ 1 (ความรับผิด) หรือ 2 (ใบอนุญาต) มีความสำคัญสูง — ควรเลือกบริษัทจำกัดตั้งแต่ต้น การเปลี่ยนรูปแบบจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทภายหลังมีต้นทุนทางกฎหมายและภาษีสูง
เมื่อมีผู้ลงทุนหลายราย จำเป็นต้องเลือกโครงสร้างการร่วมทุนให้เหมาะสม เพราะมีผลต่อความรับผิด ภาษี และการบริหารจัดการที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
| ประเด็น | กิจการร่วมค้า (Joint Venture) | กิจการค้าร่วม (Consortium) | Venture Capital / Angel Investment |
|---|---|---|---|
| โครงสร้างนิติบุคคล | ตั้งบริษัทใหม่ร่วมกัน หรือใช้นิติบุคคลที่มีอยู่ | ไม่ตั้งนิติบุคคลใหม่ — แต่ละฝ่ายใช้บริษัทตนเอง | ตั้งบริษัทใหม่ หรือปรับโครงสร้างที่มีอยู่เพื่อรับนักลงทุน |
| บัญชีและรายได้ | รวมทรัพย์สินและแบ่งกำไรร่วมกัน — ยื่นภาษีนิติบุคคลร่วมกัน | แยกบัญชีรายรับรายจ่ายของแต่ละฝ่าย — ยื่นภาษีแยกกัน | นักลงทุนรับหุ้นแลกเงินทุน — กำไรแบ่งตามสัดส่วนหุ้น |
| ความรับผิดร่วมกัน | สูง — ทุกฝ่ายร่วมรับผิดในกิจการ JV | ต่ำ — แต่ละฝ่ายรับผิดตามขอบเขตสัญญาของตน | จำกัดตามสัดส่วนหุ้น — กำหนดใน SHA |
| เอกสารหลัก | JV Agreement + Shareholders Agreement (SHA) | Consortium Agreement — กำหนดสัดส่วนหน้าที่ชัดเจน | SHA + Term Sheet + Conditional Share Purchase Agreement |
| เหมาะสำหรับ | โครงการระยะยาว ต้องการทรัพยากรร่วมกัน | ประมูลงาน/โครงการที่กำหนดเวลา แต่ละฝ่ายอยากรักษาอิสรภาพ | Startup ที่ต้องการเงินทุนและ know-how จากนักลงทุน |
กิจการร่วมค้าที่ไม่มี Shareholders Agreement (SHA) ที่ครบถ้วน มีความเสี่ยงสูงในประเด็น Deadlock (การลงคะแนนเสียงตัน), Exit Mechanism, Tag-Along/Drag-Along Rights และการแบ่งทรัพย์สินเมื่อเลิกกิจการ — ควรร่าง SHA ก่อนจดทะเบียนเสมอ
การจดทะเบียนบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีขั้นตอนที่กำหนดลำดับแน่นอน ตารางด้านล่างแสดงขั้นตอน เอกสาร ระยะเวลา และฐานกฎหมายของแต่ละขั้น
| ขั้นตอน | รายละเอียด | เอกสาร/สิ่งที่ต้องเตรียม | ฐานกฎหมาย | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| ขั้น 1 จองชื่อบริษัท | จองผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Registration) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชื่อต้องมีคำว่า "จำกัด" ต่อท้าย ตรวจสอบว่าไม่ซ้ำกับบริษัทที่จดแล้ว | ชื่อบริษัทที่ต้องการ (สำรองไว้ 3 ชื่อ) | ป.พ.พ. มาตรา 1098 (1) และมาตรา 1115 | 1–3 วันทำการ |
| ขั้น 2 จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ (MOA) | ระบุชื่อบริษัท, วัตถุประสงค์, ทุนจดทะเบียน (แบ่งเป็นหุ้น), ที่ตั้งสำนักงานใหญ่, รายชื่อผู้เริ่มก่อการ | หนังสือบริคณห์สนธิ ลงนามโดยผู้เริ่มก่อการทุกคน + พยาน (ป.พ.พ. มาตรา 1099) | ป.พ.พ. มาตรา 1097 มาตรา 1098 และมาตรา 1099 | 1 วัน (เตรียมล่วงหน้า) |
| ขั้น 3 จัดการประชุมตั้งบริษัท | ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติข้อบังคับบริษัท เลือกตั้งกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี กำหนดอำนาจกรรมการ | รายงานการประชุม + ข้อบังคับบริษัท + รายชื่อกรรมการ + ผู้สอบบัญชีรับรอง | ป.พ.พ. มาตรา 1108 | 1 วัน |
| ขั้น 4 ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้น | ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนทันที ส่วนที่เหลือค่อยเรียกชำระภายหลังได้ | หลักฐานการชำระค่าหุ้น (โอนเงิน/เช็ค) | ป.พ.พ. มาตรา 1105 วรรคสาม มาตรา 1110 มาตรา 1120 และมาตรา 1121 | 1 วัน |
| ขั้น 5 ยื่นจดทะเบียนบริษัท | กรรมการยื่นคำขอจดทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือออนไลน์ผ่านระบบ DBD e-Registration | แบบ บอจ.1 + เอกสารครบชุด + ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท (อัตราเดียว ไม่ขึ้นกับทุนจดทะเบียน) | ป.พ.พ. มาตรา 1111 และมาตรา 1111/1 | 1 วัน (หากเอกสารครบ) |
| ขั้น 6 รับหนังสือรับรองบริษัท | บริษัทได้สถานะนิติบุคคลตั้งแต่วันจดทะเบียน รับหนังสือรับรองและรายการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | หนังสือรับรองบริษัท + รายการจดทะเบียน | ป.พ.พ. มาตรา 1015 | วันเดียวกัน (กรณีจดภายในวันเดียว ป.พ.พ. มาตรา 1111/1) |
| ขั้น 7 จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | หากรายได้คาดว่าจะเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกินเกณฑ์ หรืออาจจดล่วงหน้าก็ได้ | แบบ ภ.พ.01 ยื่นต่อสรรพากรพื้นที่ | ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 และมาตรา 85/1 (1) (เกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาท/ปี ตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548) | 1–3 วันทำการ |
ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดให้จดทะเบียนบริษัทจำกัดได้ภายในวันเดียว กล่าวคือ หากผู้เริ่มก่อการดำเนินการครบทุกขั้นตอน (ขั้น 1–5) ภายในวันเดียวกับวันที่จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ กรรมการสามารถขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัทพร้อมกันภายในวันเดียวกันได้ (ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๑๑/๑) — ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก
| รายการ | ค่าธรรมเนียม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ | 500 บาท | อัตราเดียวทุกขนาดทุน (มีผลตั้งแต่ 21 เมษายน 2561) |
| จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด | 5,000 บาท | อัตราเดียวทุกขนาดทุน — ไม่คิดตามทุนจดทะเบียนอีกต่อไป |
| ยื่นผ่านระบบ e-Registration | อาจได้รับส่วนลดตามกฎกระทรวงลดอัตราค่าธรรมเนียมที่ใช้บังคับในแต่ละช่วงเวลา | ตรวจสอบอัตราปัจจุบันจาก DBD ก่อนยื่น |
หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นอัตราตามกฎกระทรวงที่กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน พ.ศ. 2561 ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) ก่อนยื่นจดทะเบียน
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| บังคับตามกฎหมายหรือไม่ | ไม่บังคับโดยกฎหมาย — แต่แนะนำให้มี |
| การใช้งาน | ใช้ประกอบลายมือชื่อกรรมการบนเอกสารสำคัญ เช่น สัญญา หนังสือมอบอำนาจ และจดหมายทางการ |
| กำหนดในหนังสือบริคณห์สนธิ | MOA ต้องระบุว่ากรรมการต้องใช้ตราประทับร่วมด้วยหรือไม่ — หากระบุ "ต้องใช้" จะกลายเป็นเงื่อนไขบังคับตามข้อบังคับ |
| รูปทรง | วงกลม สี่เหลี่ยม หรือรูปแบบอื่น — ต้องแสดงชื่อบริษัทอย่างชัดเจน |
| โครงสร้างอำนาจ | ข้อดี | ความเสี่ยง | ระดับความเสี่ยง | แนะนำ |
|---|---|---|---|---|
| กรรมการ 1 คนลงนามได้ทุกกรณี | สะดวกและรวดเร็ว ตัดสินใจได้เดี่ยว | ไม่มีการถ่วงดุล — กรรมการเพียงคนเดียวผูกพันบริษัทได้ในทุกเรื่อง ความเสี่ยงสูงหากกรรมการทุจริตหรือตัดสินใจผิดพลาด | สูง | ไม่แนะนำ |
| กรรมการ 2 คนลงนามร่วมกัน | มีการถ่วงดุลอำนาจ ลดความเสี่ยงการตัดสินใจโดยคนเดียว | อาจล่าช้าในกรณีเร่งด่วนเมื่อกรรมการหนึ่งคนไม่อยู่ | ต่ำ | แนะนำ |
| กำหนดวงเงิน (เช่น 1 คนลงนามได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท / เกินต้อง 2 คน) | ยืดหยุ่นและปลอดภัย — ธุรกรรมทั่วไปทำได้รวดเร็ว ธุรกรรมสำคัญต้องผ่านการอนุมัติร่วม | ต้องกำหนดวงเงินชัดเจนในข้อบังคับและสื่อสารให้ทั้งองค์กรรับทราบ | ต่ำ | แนะนำที่สุด สำหรับบริษัทขนาดกลางขึ้นไป |
ควรกำหนดอำนาจกรรมการในข้อบังคับบริษัทให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะหากไม่กำหนด บุคคลภายนอกที่ทำสัญญาโดยสุจริตกับกรรมการคนเดียวอาจผูกพันบริษัทได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167 ประกอบมาตรา 820 และมาตรา 821 (หลักตัวแทนและตัวแทนเชิด) การแก้ไขอำนาจกรรมการภายหลังต้องผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นและจดทะเบียนแก้ไขกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ชาวต่างชาติที่ต้องการจดทะเบียนบริษัทหรือถือหุ้นในบริษัทไทย ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (Foreign Business Act — FBA) ซึ่งกำหนดประเภทธุรกิจที่ต่างชาติประกอบได้และเงื่อนไขการถือหุ้น
| บัญชี FBA | ประเภทธุรกิจ (ตัวอย่าง) | เงื่อนไขสำหรับต่างชาติ | ระดับข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| บัญชี 1 | สื่อมวลชน / ทำนา ทำไร่ ทำสวน / ค้าที่ดิน | ห้ามเด็ดขาด — ต่างชาติประกอบธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้ในทุกกรณี | สูงสุด |
| บัญชี 2 | กิจการที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ, การผลิตบางประเภท | ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี (FBA มาตรา 8 (2)) | สูง |
| บัญชี 3 | ค้าปลีก ค้าส่ง บริการส่วนใหญ่ ก่อสร้าง | ต้องได้รับใบอนุญาต (FBL) จากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBA มาตรา 8 (3) และมาตรา 17) | ปานกลาง |
| กรณี | สัดส่วนถือหุ้นสูงสุด | เงื่อนไข/ข้อสังเกต | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| กรณีทั่วไป (ไม่มีข้อยกเว้น) | 49% สำหรับต่างชาติ | ผู้ถือหุ้นไทยต้องถือไม่น้อยกว่า 51% | สูง — หากฝ่าฝืน |
| BOI (Board of Investment) | 100% ได้ | กิจการที่ BOI ส่งเสริม — ได้รับยกเว้นจากข้อจำกัด FBA | ต่ำ — ต้องขอรับส่งเสริม |
| สนธิสัญญาไมตรีไทย–สหรัฐ (Amity Treaty) | 100% ได้ | เฉพาะนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน บางธุรกิจยังถูกยกเว้น (ที่ดิน สื่อ เป็นต้น) | ต่ำ — เฉพาะ US nationals |
| Foreign Business License (FBL) | เกิน 49% ได้ หากได้รับอนุมัติ | ยื่นขอต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระยะเวลาพิจารณา 60–90 วัน | ปานกลาง |
การใช้คนไทยถือหุ้นแทน (Nominee) เพื่อให้ดูเหมือนบริษัทไทยแต่ต่างชาติเป็นผู้ควบคุมจริง มีความเสี่ยงสูงมาก — อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มาตรา 36 (คนไทยที่ถือหุ้นแทนหรือให้ความช่วยเหลือ และคนต่างด้าวที่ยินยอม) และมาตรา 37 (คนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวัน 10,000–50,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ควรปรึกษาทนายความก่อนจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้น
บริษัทจำกัดมีโครงสร้างการบริหาร 4 ระดับที่กฎหมายกำหนด โดยแต่ละระดับมีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดแตกต่างกันชัดเจน
| ระดับ | องค์กร | อำนาจและหน้าที่หลัก | ฐานกฎหมาย |
|---|---|---|---|
| ระดับ 1 | ผู้ถือหุ้น (Shareholders) | เจ้าของบริษัท มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น อนุมัติงบการเงิน เพิ่ม/ลดทุน แก้ไขข้อบังคับ เลือกตั้งกรรมการ | ป.พ.พ. มาตรา 1144 มาตรา 1151 มาตรา 1171 มาตรา 1197 มาตรา 1220 และมาตรา 1224 |
| ระดับ 2 | คณะกรรมการ (Board of Directors) | กำหนดทิศทางธุรกิจ กำกับดูแลการบริหาร มอบอำนาจให้ฝ่ายจัดการ รายงานต่อผู้ถือหุ้น รับผิดชอบต่อความถูกต้องของงบการเงิน | ป.พ.พ. มาตรา 1144 ถึงมาตรา 1170 |
| ระดับ 3 | ผู้บริหารระดับสูง (C-Suite) CEO / COO / CFO / CMO | บริหารงานประจำวัน ดำเนินงานตามนโยบายกรรมการ รับผิดชอบผลการดำเนินงาน | ป.พ.พ. มาตรา 1164 (กรรมการมอบอำนาจให้ผู้จัดการ) |
| ระดับ 4 | ผู้อำนวยการฝ่าย HR / Legal / Finance / Marketing | บริหารหน่วยงาน ควบคุมการปฏิบัติงานตามสายงาน รายงานต่อ C-Suite | กำหนดในระเบียบภายในบริษัท |
| ประเภทประชุม | กำหนดการ | ฐานกฎหมาย |
|---|---|---|
| ประชุมสามัญประจำปี (AGM) | ภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน และทุกปีหลังจากนั้น | ป.พ.พ. มาตรา 1171 |
| ประชุมวิสามัญ (EGM) | เมื่อกรรมการเห็นสมควร หรือผู้ถือหุ้นซึ่งมีหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนหุ้นของบริษัทเข้าชื่อกันร้องขอ | ป.พ.พ. มาตรา 1172 และมาตรา 1173 |
| มติพิเศษ (Special Resolution) | ต้องได้คะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง (ลงมติในการประชุมครั้งเดียว) — ใช้สำหรับการแก้ไข MOA/ข้อบังคับ เพิ่มทุน ลดทุน ควบรวมบริษัท และเลิกบริษัท; หนังสือนัดประชุมต้องส่งทางไปรษณีย์ตอบรับล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน | ป.พ.พ. มาตรา 1194 มาตรา 1175 (นัดประชุม) มาตรา 1145 (แก้ไข MOA/ข้อบังคับ) มาตรา 1220 (เพิ่มทุน) มาตรา 1224 (ลดทุน) มาตรา 1238 (ควบรวม) และมาตรา 1236 (4) (เลิกบริษัท) |
มาตรา 1096 นิยามบริษัทจำกัด มาตรา 1097 ผู้เริ่มก่อการ (ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป) มาตรา 1098 รายการในหนังสือบริคณห์สนธิ มาตรา 1099 การลงลายมือชื่อ MOA มาตรา 1100 ผู้เริ่มก่อการต้องลงชื่อซื้อหุ้น มาตรา 1101 กรรมการรับผิดไม่จำกัด (กรณีพิเศษ) มาตรา 1102 ห้ามชี้ชวนประชาชนซื้อหุ้น มาตรา 1105 ห้ามออกหุ้นต่ำกว่ามูลค่า มาตรา 1108 กิจการในที่ประชุมตั้งบริษัท มาตรา 1110 มอบการให้กรรมการ + ชำระค่าหุ้น มาตรา 1111/1 จดทะเบียนภายในวันเดียว มาตรา 1115 ชื่อบริษัทซ้ำกัน มาตรา 1116 สิทธิขอสำเนา MOA มาตรา 1117 มูลค่าหุ้นขั้นต่ำ 5 บาท มาตรา 1121 การเรียกเงินค่าหุ้น มาตรา 1122 ดอกเบี้ยค่าหุ้นค้างชำระ มาตรา 1154 กรรมการล้มละลาย/ไร้ความสามารถ มาตรา 1155 กรรมการตำแหน่งว่าง มาตรา 1170 การอนุมัติของที่ประชุมใหญ่ มาตรา 1171 ประชุมสามัญประจำปี มาตรา 1208 ผู้สอบบัญชี มาตรา 1224 ลดทุน — มติพิเศษ มาตรา 4 นิยาม "คนต่างด้าว" (รวมนิติบุคคลที่คนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุน) มาตรา 8 ธุรกิจตามบัญชีหนึ่ง สอง และสาม มาตรา 10 และ มาตรา 12 ข้อยกเว้น (สนธิสัญญา / BOI–IEAT) มาตรา 14 ทุนขั้นต่ำ มาตรา 17 ใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม มาตรา 36 โทษกรณีถือหุ้นแทน (นอมินี) มาตรา 37 โทษกรณีคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต