คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

สรุป 3 ประเด็นทางกฎหมายสำคัญ:

  1. การการันตีความถูกต้องของการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายและประกันสังคม 100% (100% Payroll & Statutory Deduction SLA): นายจ้างเป็นผู้รับผิดต่อกรมสรรพากรตามประมวลรัษฎากร และต่อสำนักงานประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 47 และมาตรา 49 จึงควรยกร่างข้อสัญญาให้ผู้ให้บริการชดใช้ค่าปรับ เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับที่เกิดจากความผิดพลาดของระบบ หากไม่มีข้อสัญญาดังกล่าว นายจ้างอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ให้บริการที่ผิดสัญญาได้ตามมาตรา 215 และมาตรา 222 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ภายใต้ข้อจำกัดความรับผิดในสัญญา
  2. ความรับผิดเมื่อเงินเดือนออกล่าช้าตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 70 และมาตรา 9: นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างตามกำหนดเวลา หากระบบ Payroll ล่มจนจ่ายเงินเดือนช้า นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีแก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัด (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง) และหากนายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่าย ต้องเสียเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน (มาตรา 9 วรรคสอง) ทั้งนี้ นายจ้างที่พร้อมจะจ่ายและนำเงินไปมอบไว้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่มอบไว้ (มาตรา 9 วรรคสาม) สัญญาจึงควรกำหนดให้ผู้ให้บริการรับผิดชอบดอกเบี้ยและเงินเพิ่มตามมาตรา 9
  3. การทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement: DPA) ตาม PDPA มาตรา 40: ข้อมูลเงินเดือน เลขบัญชีธนาคาร ประวัติสุขภาพ และการหักลดหย่อนภาษี เป็นข้อมูลส่วนบุคคล โดยประวัติสุขภาพเป็นข้อมูลตามมาตรา 26 ซึ่งนายจ้างต้องมีฐานตามมาตรา 26 (ความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือข้อยกเว้นเช่นมาตรา 26 (5)(ค)) ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (มาตรา 37 (1)) และผู้ประมวลผลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม รวมทั้งแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้ผู้ควบคุมข้อมูลทราบ (มาตรา 40 (2)) และผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีข้อตกลงกับผู้ประมวลผลเพื่อควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา 40 วรรคสาม) โดยแนะนำให้กำหนดในสัญญาว่าส่งมอบข้อมูลคืนภายใน 14 วันและทำลายข้อมูลภายใน 30 วันนับแต่ส่งมอบ

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: องค์กรเปลี่ยนไปใช้ระบบ Cloud HRMS และ Payroll Outsourcing แต่เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินเดือน ระบบเกิดขัดข้อง (System Downtime) ส่งผลให้เงินเดือนออกล่าช้ากว่ากำหนด 5 วัน รวมถึงระบบคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) และเงินสมทบประกันสังคมผิดพลาด
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ประกอบการมักเข้าใจผิดว่าข้อขัดข้องทางเทคโนโลยีเป็นเหตุสุดวิสัย และคิดว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์รับผิดชอบเพียงแค่คืนค่าบริการรายเดือนตามสัดส่วน (Service Credit) เท่านั้น
  3. จุดพลิก: ในทางกฎหมาย นายจ้างยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายแรงงานในการจ่ายค่าจ้างให้ตรงเวลา หากล่าช้าจะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีให้กับลูกจ้าง และต้องรับผิดชอบค่าปรับและเงินเพิ่มต่อกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม โดยผู้ให้บริการปฏิเสธความรับผิดเนื่องจากมีการจำกัดความรับผิด (Limitation of Liability) ไว้ในสัญญา
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แนวทางการยกร่างและแก้ไขสัญญาเพื่อปิดช่องโหว่ความรับผิด (Claim Ledger), การกำหนด Payroll Calculation SLA 100%, การบริหารจัดการ Risk Transference, การจัดทำ DPA ตาม PDPA และแนวทางการส่งมอบข้อมูลคืนเมื่อเลิกสัญญา

ภูมิทัศน์สัญญาให้บริการระบบบริหารทรัพยากรบุคคลบนคลาวด์ (Cloud HRMS) และการเอาท์ซอร์สงานจ่ายเงินเดือนในประเทศไทย

การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานด้านทรัพยากรบุคคลไปสู่ระบบ Cloud HRMS และการเอาท์ซอร์สการจ่ายเงินเดือน (Payroll Outsourcing) ได้กลายเป็นมาตรฐานขององค์กรยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างสัญญามักมีความซับซ้อนเนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างสัญญาให้บริการซอฟต์แวร์ (SaaS Agreement) และสัญญาซึ่งอาจมีลักษณะเป็นจ้างทำของ (Service Agreement) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 หากผู้ให้บริการตกลงรับทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จเพื่อสินจ้าง

ความเสี่ยงสำคัญเกิดจากสัญญามาตรฐานของผู้ให้บริการ (Vendor Standard Terms) มักจะจำกัดความรับผิดชอบไว้เพียงเท่ากับค่าบริการที่ชำระแล้ว และตัดความรับผิดต่อความเสียหายสืบเนื่อง (Consequential Damages) ทั้งหมด ซึ่งขัดแย้งกับภาระหน้าที่ทางกฎหมายที่องค์กรนายจ้างมีต่อลูกจ้างและหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ ระบบ HRMS บนคลาวด์มักจัดเก็บหรือให้บุคลากรของผู้ให้บริการเข้าถึงข้อมูลพนักงานและเงินเดือนจากต่างประเทศ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศจึงต้องมีเหตุตามมาตรา 28 หรือมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากฝ่าฝืน ผู้ควบคุมข้อมูลเสี่ยงโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาทตามมาตรา 83 หรือไม่เกิน 5 ล้านบาทหากเป็นข้อมูลตามมาตรา 26 ตามมาตรา 84 และผู้ประมวลผลที่ส่งหรือโอนโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 29 เสี่ยงโทษปรับทางปกครองตามมาตรา 86 หรือมาตรา 87

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

ตาราง Claim Ledger สัญญา Cloud HRMS & Payroll Outsourcing

รหัส Claimฐานกฎหมายอ้างอิงลักษณะข้อพ้อง / การละเมิดผลทางกฎหมายและสิทธิเรียกร้องกลไกการปิดช่องโหว่ในสัญญา
C-SHIELD-32-01พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 70 และมาตรา 9จ่ายเงินเดือนล่าช้าเนื่องจากระบบ Payroll คลาวด์ล่มนายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ระหว่างเวลาผิดนัด และหากจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน เมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่ายกำหนดข้อสัญญาให้ผู้ให้บริการรับผิดชอบชดใช้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 และเงินเพิ่มตามมาตรา 9
C-SHIELD-32-02ประมวลรัษฎากร และ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 47 และมาตรา 49 (ความรับผิดของนายจ้างต่อหน่วยงาน); ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215 และมาตรา 222 (ค่าสินไหมทดแทนจากผู้ให้บริการที่ผิดสัญญา)คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือประกันสังคมผิดพลาดนายจ้างเป็นผู้รับผิดต่อกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม เกิดภาระเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และเงินสมทบส่วนขาดข้อตกลง 100% Calculation Accuracy Guarantee ให้ผู้ให้บริการชดใช้เบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่เกิดจากความผิดพลาดของระบบ หากไม่มีข้อสัญญานี้ นายจ้างอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ให้บริการที่ผิดสัญญาตามมาตรา 215 และมาตรา 222 ภายใต้ข้อจำกัดความรับผิดในสัญญา
C-SHIELD-32-03พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 (หน้าที่ของผู้ประมวลผล) และมาตรา 86 (ค่าปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท กรณีผู้ประมวลผลไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 โดยไม่มีเหตุอันควร) มาตรา 83 (ผู้ควบคุมข้อมูลฝ่าฝืนมาตรา 37 ค่าปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท) และมาตรา 77 มาตรา 78 (ค่าสินไหมทดแทนและค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ ซึ่งศาลกำหนด)Data Processor ไม่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท (มาตรา 86 และมาตรา 83) และความรับผิดทางแพ่งที่ศาลกำหนดค่าสินไหมทดแทนและค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินสองเท่าของค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริง (มาตรา 77 และมาตรา 78)กำหนด DPA ที่มีมาตรฐาน Security Checklist และข้อสัญญา Indemnification เต็มจำนวน
C-SHIELD-32-04พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง (ผู้ประมวลผลต้องดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลเท่านั้น และหากไม่ปฏิบัติตาม (1) ให้ถือว่าเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการนั้น) และข้อสัญญา No-Lienผู้ให้บริการยกเลิกสัญญาหรือกักกันฐานข้อมูลพนักงานกระทบการดำเนินงานต่อเนื่อง (Business Continuity)ข้อสัญญา Exit Transition Assistance บังคับส่งมอบข้อมูลคืนภายใน 14 วัน โดยห้ามยึดถือ
C-SHIELD-32-05ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 (ลักษณะของสัญญาจ้างทำของ) ประกอบมาตรา 215 มาตรา 593 มาตรา 594 มาตรา 596 มาตรา 598 และมาตรา 599งานที่จ้างทำบกพร่อง ไม่ตรงตามคุณลักษณะ (SLA)หากสัญญาเป็นจ้างทำของ ผู้ว่าจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนได้เมื่อผู้รับจ้างไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ (มาตรา 215) หากในระหว่างทำการคาดหมายล่วงหน้าได้แน่นอนว่างานจะสำเร็จอย่างบกพร่องเพราะความผิดของผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างบอกกล่าวให้แก้ไขภายในเวลาอันสมควร และเมื่อคลาดกำหนดแล้วให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมหรือทำต่อไปได้โดยผู้รับจ้างออกค่าใช้จ่าย (มาตรา 594) หากผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควรหรือทำการชักช้าจนคาดหมายล่วงหน้าได้ว่างานจะไม่สำเร็จภายในกำหนด ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ (มาตรา 593) หากส่งมอบไม่ทันเวลา ผู้ว่าจ้างลดสินจ้างได้ หรือเลิกสัญญาได้ถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่เวลา (มาตรา 596) เมื่อส่งมอบเนิ่นช้าหรือส่งมอบงานชำรุดบกพร่อง ผู้ว่าจ้างยึดหน่วงสินจ้างไว้ได้ เว้นแต่ผู้รับจ้างให้ประกันตามสมควร (มาตรา 599) แต่หากผู้ว่าจ้างรับมอบงานที่ชำรุดบกพร่องโดยมิได้อิดเอื้อน ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ความชำรุดบกพร่องนั้นไม่พึงพบได้ในขณะรับมอบหรือผู้รับจ้างปิดบังไว้ (มาตรา 598)กำหนด Service Level Credits และ Termination for Cause โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับ Exit Fee ซึ่งเป็นสิทธิตามข้อสัญญา มิใช่สิทธิตามตัวบท

วิเคราะห์ Payroll Calculation SLA: การประกันความถูกต้อง 100% และการชดใช้ค่าเบี้ยปรับสรรพากร

ในการทำสัญญา Cloud HRMS และ Payroll Outsourcing การกำหนด Service Level Agreement (SLA) ด้านความถูกต้องของการคำนวณ (Calculation Accuracy) ถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุด

  1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.1ก) ตามประมวลรัษฎากร
  2. เงินสมทบกองทุนประกันสังคม ทั้งส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง
  3. เงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)
  4. ค่าตอบแทนการทำงานนอกเวลา (OT) ค่าทำงานในวันหยุด และการหักเงินตามคำสั่งศาล/บังคับคดี

การจัดการเหตุขัดข้องระบบธนาคาร Bank File Transmission & Clearing Deadlines

ความเสี่ยงสำคัญประการหนึ่งในการจ่ายเงินเดือนคือ กระบวนการสร้างและส่งออกไฟล์ข้อมูลการจ่ายเงิน (Bank Payment File / Text File) ไปยังธนาคารเพื่อทำเคลียริ่ง

หน้าที่ของ Data Processor ภายใต้ PDPA: การเข้ารหัสข้อมูลและการจำกัดสิทธิ์เข้าถึง

ผู้ให้บริการ Cloud HRMS และ Payroll Outsourcing มีฐานะเป็น "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" (Data Processor) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 ในขณะที่ผู้ว่าจ้างมีฐานะเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" (Data Controller)

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ให้บริการ HRMS) มีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลเท่านั้น จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อมูลขณะจัดเก็บและขณะส่งผ่าน ควบคุมการเข้าถึงตามหลัก Role-Based Access Control (RBAC) และแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ควบคุมข้อมูลตามมาตรา 40 (2) (ควรกำหนดในสัญญาให้แจ้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง)

ข้อกำหนดที่ต้องระบุไว้ใน Data Processing Agreement (DPA)

  1. มาตรการรักษาความปลอดภัยทางเทคนิค:
  1. การจำกัดสิทธิ์เข้าถึง (Role-Based Access Control - RBAC): กำหนดให้เฉพาะบุคลากรของผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตตามหน้าที่เท่านั้นจึงจะเข้าถึงข้อมูลได้ และต้องมี Log บันทึกการเข้าถึงข้อมูลย้อนหลังไม่น้อยกว่า 1 ปี
  2. การจัดการเหตุละเมิด (Data Breach Notification): ผู้ประมวลผลต้องแจ้งเหตุละเมิดให้ผู้ควบคุมข้อมูลทราบตามมาตรา 40 (2) โดยควรกำหนดในสัญญาให้ผู้ให้บริการแจ้งภายใน 24 หรือ 48 ชั่วโมงนับแต่พบเหตุ พร้อมรายละเอียดและแนวทางการแก้ไข เพื่อให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้งสำนักงานได้ทันภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะกระทำได้ตามมาตรา 37 (4)
  3. การโอนข้อมูลไปต่างประเทศและผู้ประมวลผลช่วง: ผู้ให้บริการต้องระบุที่ตั้งของข้อมูลและผู้ประมวลผลช่วง และห้ามส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลออกนอกประเทศไทยโดยไม่ได้รับคำสั่งเป็นหนังสือจากผู้ควบคุมข้อมูล และโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 28 หรือมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

LAS Practice Note: การออกแบบข้อสัญญา Transition Assistance & Database Handover

ปัญหาใหญ่ที่สุดเมื่อมีการเลิกสัญญาหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการ คือการที่ผู้ให้บริการรายเดิมกักกันฐานข้อมูลพนักงาน หรือประวิงเวลาในการส่งมอบข้อมูล ทำให้องค์กรไม่สามารถจ่ายเงินเดือนในเดือนถัดไปได้

แนวทางการร่างข้อสัญญา Transition Assistance (ระยะเวลาเป็นข้อเสนอสำหรับการยกร่างสัญญา)

ข้อต่อสู้ของผู้ให้บริการ Cloud HRMS กับองค์กรผู้ว่าจ้าง Devil's Advocate

ในการเจรจาสัญญา ผู้ให้บริการมักเสนอข้อต่อสู้และเงื่อนไขเพื่อลดความรับผิด ซึ่งองค์กรผู้ว่าจ้างต้องเตรียมข้อแย้งทางกฎหมายไว้ดังนี้:

ข้อต่อสู้ของผู้ให้บริการ: "ระบบขัดข้องจาก Cloud Infrastructure Provider (เช่น AWS, Azure) ถือเป็นเหตุสุดวิสัย (Force Majeure)"

ข้อต่อสู้ของผู้ให้บริการ: "ขอจำกัดความรับผิดรวมทั้งหมดไม่เกินค่าบริการที่ได้รับชำระในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา"

ข้อต่อสู้ของผู้ให้บริการ: "ความผิดพลาดในการคำนวณเกิดจากการนำเข้าข้อมูล (Input Data) ที่ไม่ถูกต้องของผู้ว่าจ้าง"

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริง

บริษัท A จำกัด (นายจ้าง) มีพนักงาน 2,000 คน ได้ทำสัญญาใช้บริการ Cloud HRMS & Payroll Outsourcing กับบริษัท B จำกัด (ผู้ให้บริการ)

เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินเดือนประจำเดือนพฤศจิกายน ระบบ Payroll ของบริษัท B เกิดความขัดข้องทางซอฟต์แวร์ ทำให้:

  1. การส่งไฟล์ Bank Payment File ล่าช้าไป 5 วัน ทำให้เงินเดือนพนักงานออกช้าไป 5 วัน คิดเป็นมูลค่าเงินเดือนรวม 50,000,000 บาท
  2. ระบบคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ผิดพลาด ส่งผลให้แสดงยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายขาดไปเป็นเงิน 3,000,000 บาท ต่อมากรมสรรพากรตรวจพบและประเมินเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร โดยสมมติให้เบี้ยปรับเท่ากับภาษีที่ขาด (3,000,000 บาท) [ต้องยืนยันมาตรา] และคำนวณเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 27 เป็นเวลาหนึ่งเดือน

การคำนวณความรับผิดและการบังคับสัญญา

[1] คำนวณดอกเบี้ยผิดนัดเงินเดือนออกล่าช้า (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง) ทั้งนี้ ล่าช้า 5 วันจึงยังไม่พ้นกำหนดเจ็ดวันที่จะเกิดเงินเพิ่มตามมาตรา 9 วรรคสอง

= 102,739.73 บาท

[2] คำนวณค่าปรับและเงินเพิ่มทางภาษีอากร (ประมวลรัษฎากร)

[3] ยอดรวมค่าสินไหมทดแทนที่บริษัท A จำกัด มีสิทธิเรียกร้องจากผู้ให้บริการ:

Walkthrough การบังคับสัญญา

  1. บริษัท A จำกัด ออกหนังสือแจ้งเตือน (Notice of Claim) พร้อมหลักฐานการชำระดอกเบี้ยให้พนักงานและหนังสือแจ้งประเมินจากกรมสรรพากร
  2. อาศัยข้อสัญญาตาม C-SHIELD-32-01 และ C-SHIELD-32-02 เรียกร้องให้ บริษัท B จำกัด ชำระเงินจำนวน 3,147,739.73 บาท ภายใน 15 วัน
  3. หากผู้ให้บริการอ้างข้อจำกัดความรับผิดตามสัญญามาตรฐาน บริษัท A สามารถยกข้อสัญญาความรับผิดเฉพาะ (Carve-out / Exception Clause) สำหรับ Tax & Statutory Liabilities ขึ้นหักล้างได้ทันที

Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Cloud HRMS & Payroll Outsourcing

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากระบบ Cloud HRMS ล่ม จนจ่ายเงินเดือนช้าไปเพียง 1 วัน นายจ้างยังคงต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีหรือไม่?
ตอบ: นายจ้างยังคงมีหน้าที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง ในระหว่างเวลาผิดนัด (นับจากวันจ่ายเงินเดือนตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการทำงาน) แม้จะล่าช้าเพียง 1 วันก็ตาม ส่วนเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวันตามมาตรา 9 วรรคสอง เกิดขึ้นเมื่อนายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรและพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่าย และนายจ้างที่พร้อมจะจ่ายและนำเงินไปมอบไว้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่มอบไว้ (มาตรา 9 วรรคสาม) ดังนั้น สัญญาบริการควรผลักภาระดอกเบี้ยและเงินเพิ่มตามมาตรา 9 ไปยังผู้ให้บริการ
หากเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลบนระบบคลาวด์ ใครเป็นผู้ต้องรับโทษปรับทางปกครองตาม PDPA?
ตอบ: คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจสั่งลงโทษปรับทางปกครองตามมาตรา 90 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยผู้ควบคุมข้อมูลที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37 เช่น ไม่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม หรือไม่แจ้งเหตุการละเมิดแก่สำนักงาน รับผิดตามมาตรา 83 และผู้ประมวลผลรับผิดตามมาตรา 86 สำหรับการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 โดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนการเรียกคืนค่าสินไหมทดแทนหรือค่าปรับจากผู้ให้บริการขึ้นอยู่กับข้อสัญญา DPA และข้อจำกัดความรับผิด [ต้องยืนยันมาตรา: ความสามารถในการเรียกคืนค่าปรับทางปกครอง]
ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการเข้าถึงระบบ HRMS หรือยึดฐานข้อมูลพนักงานไว้ หากนายจ้างค้างชำระค่าบริการรายเดือนหรือไม่?
ตอบ: ไม่สามารถทำได้ หากในสัญญามีการระบุ No-Lien Clause และข้อกำหนดแยกส่วนระหว่างการชำระค่าบริการกับการเข้าถึงข้อมูล เพราะผู้ให้บริการซึ่งเป็นผู้ประมวลผลต้องประมวลผลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลเท่านั้น (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 (1)) การกักข้อมูลไว้ต่อไปโดยขัดต่อคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลจึงเสี่ยงต่อการถูกถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการประมวลผลนั้น (มาตรา 40 วรรคสอง) และเมื่อมีข้อสัญญา No-Lien ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิกักข้อมูลแม้มีข้อพิพาทเรื่องค่าบริการ ส่วนข้อสรุปว่าการยึดถือฐานข้อมูลพนักงานเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยนั้น ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ