คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การกำกับดูแลใบอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร (Bonded Warehouse & Free Zone Licensing): คลังสินค้าทัณฑ์บนต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 112 และดำเนินการได้เฉพาะวัตถุประสงค์ตามมาตรา 116 ส่วนเขตปลอดอากรต้องมีใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรตามมาตรา 136 และผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากรต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการตามมาตรา 146 ผู้ซื้อจึงต้องตรวจใบอนุญาตครบทุกฉบับและหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมรายปี ส่วนการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่หรือกรรมการ (Change of Control) พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ไม่มีบทบัญญัติให้พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเพราะเหตุเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือกรรมการโดยตรง ผู้ซื้อต้องตรวจกฎกระทรวง ประกาศของอธิบดี และเงื่อนไขในใบอนุญาตว่ากำหนดให้แจ้งหรือขออนุญาตหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] หากกำหนดไว้และผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตาม อธิบดีต้องมีหนังสือเตือนก่อนจึงสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ตามมาตรา 132 ส่วนการเพิกถอนต้องมีเหตุตามที่ตัวบทกำหนด เช่น เหตุตามมาตรา 134
  2. ความเสี่ยงอากรย้อนหลัง กำหนดเวลาประเมิน และอายุความเรียกเก็บอากร (Retroactive Customs Duty under Sections 19 and 21): พนักงานศุลกากรประเมินอากรได้ภายในสามปีนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า ขอขยายระยะเวลาต่ออธิบดีได้อีกไม่เกินสองปี และประเมินได้อีกภายในห้าปีนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 19 วรรคสอง เมื่อปรากฏหลักฐานที่อธิบดีเชื่อได้ว่าผู้มีหน้าที่เสียอากรมีเจตนาฉ้ออากร (มาตรา 19) ส่วนสิทธิของกรมศุลกากรที่จะเรียกเก็บอากรที่ไม่ได้เสียหรือเสียไม่ครบถ้วนมีอายุความสิบปีนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า เว้นแต่อากรที่ขาดเกิดจากการคำนวณอากรผิด ซึ่งมีอายุความสองปี (มาตรา 21) เมื่อของขาดหรือสูตรการผลิตไม่ตรงกับความเป็นจริง พนักงานศุลกากรประเมินอากรที่ขาดและเรียกเงินเพิ่มร้อยละหนึ่งต่อเดือนของอากรที่ต้องเสียเพิ่มโดยไม่คิดทบต้น (เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน) แต่ไม่เกินอากรที่ต้องเสียเพิ่ม และเรียกเบี้ยปรับร้อยละยี่สิบของอากรหากไม่ชำระภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแบบแจ้งการประเมินอากร (มาตรา 22) ส่วนโทษปรับทางอาญาเป็นเรื่องแยกต่างหาก ซึ่งเป็นไปตามฐานความผิดที่ศาลวินิจฉัย เช่น มาตรา 243 ปรับตั้งแต่ครึ่งเท่าถึงสี่เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือมาตรา 242 ปรับสี่เท่าของราคาของรวมค่าอากร และอาจเปรียบเทียบได้ตามมาตรา 256 และมาตรา 257 ในเขตปลอดอากร ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อนำเข้าไปในเขตปลอดอากรได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกรณีที่มาตรา 151 กำหนด ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้าไปในเขตปลอดอากรมีฐานยกเว้นแยกต่างหาก เฉพาะสินค้าที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า (ประมวลรัษฎากร มาตรา 81 (2) (ข)) และภาษีสรรพสามิตต้องตรวจตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 [ต้องยืนยันมาตรา]
  3. การตรวจนับสต็อกสินค้าจริงและภาระหนังสือค้ำประกันธนาคาร (Stock Reconciliation & Customs Bank Guarantee): ของในคลังสินค้าทัณฑ์บนที่มีปริมาณแตกต่างจากที่ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งไว้เมื่อนำเข้าเก็บ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าส่วนที่แตกต่างเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (มาตรา 125) ผู้ซื้อจึงต้องทำ Physical Stock Count เปรียบเทียบกับบัญชีควบคุมสินค้าและรายงานที่ผู้ประกอบการต้องจัดทำตามประกาศของอธิบดี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] การทำลายของที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] อธิบดีอาจเรียกประกันค่าอากรหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยให้ทำทัณฑ์บนหรือให้ประกันอย่างอื่นตามมาตรา 117 ซึ่งในทางปฏิบัติอาจเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร (Bank Guarantee) ผู้ซื้อจึงต้องตรวจวงเงินและเงื่อนไขของประกัน แล้วกำหนดการเปลี่ยนตัวผู้ค้ำประกันหรือการปลดประกันไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA)

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: นิติบุคคลต่างชาติหรือกองทุน Private Equity เข้าทำธุรกรรม M&A ซื้อหุ้น 100% ในบริษัทผู้ประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนและผู้ประกอบการเขตปลอดอากรในประเทศไทย โดยมิได้ตรวจสอบความถูกต้องของระบบบัญชีสต็อกสินค้าทางศุลกากรและสูตรการผลิตย้อนหลัง
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ซื้อสันนิษฐานว่าเมื่อบริษัทได้รับใบอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากรแล้ว และผ่านการตรวจบัญชีประจำปีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ภาระภาษีอากรรวมถึงสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรย่อมไม่มีความเสี่ยง ตลอดจนเข้าใจว่าการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ต้องตรวจเงื่อนไขของใบอนุญาตและประกาศของอธิบดีเลย ทั้งที่ใบอนุญาตเป็นของนิติบุคคลผู้ได้รับอนุญาตและการโอนหุ้นไม่เปลี่ยนตัวผู้ได้รับใบอนุญาตโดยตัวบทเอง แต่เงื่อนไขในใบอนุญาตหรือประกาศอาจกำหนดให้แจ้งหรือขออนุญาต [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  3. จุดพลิก: ภายหลังการโอนหุ้นสำเร็จ กรมศุลกากรเข้าตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย (Post-Clearance Audit) พบวัตถุดิบนำเข้าสูญหายจากบัญชีควบคุมสินค้า สูตรการผลิตไม่ตรงกับความจริง และพบของที่เก็บไว้ในคลังเกินระยะเวลาตามประกาศของอธิบดี พนักงานศุลกากรจึงประเมินอากรย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับเป็นจำนวนมาก เรียกให้ชำระตามประกันหรือหนังสือค้ำประกันธนาคาร (Bank Guarantee) และตรวจสอบว่าบริษัทปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตและประกาศของอธิบดีเมื่อมีการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือไม่ หากไม่ปฏิบัติตาม อธิบดีต้องมีหนังสือเตือนก่อนจึงสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามขั้นตอนของตัวบท
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: สถาปัตยกรรมและกระบวนการตรวจสอบสถานะความเสี่ยงด้านกฎหมายและใบอนุญาต (Due Diligence Architecture) ครอบคลุมกรอบกฎหมายพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 19 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 112 มาตรา 116 มาตรา 125 มาตรา 132 มาตรา 134 มาตรา 136 มาตรา 146 และมาตรา 242 เทคนิคการตรวจนับสต็อกจริง การตรวจว่าการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ (Change of Control) ต้องแจ้งหรือขออนุญาตต่อกรมศุลกากรหรือไม่ การจัดทำ Specific Indemnity และบัญชีดูแลผลประโยชน์ (Escrow Account) เพื่อคุ้มครองเงินลงทุนของผู้ซื้อ

ภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์คลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากรในฐานะศูนย์กลางการค้าอาเซียน

ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการค้าและการจัดส่งสินค้าของภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) และเขตปลอดอากร (Free Zone) กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและเป็นเป้าหมายสำคัญในการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ของนักลงทุนข้ามชาติและกองทุน Private Equity

สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับอากรตามกฎหมายศุลกากรถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจประเภทนี้ ของที่ปล่อยออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและอากรขาออก (พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 126) และของที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรได้รับยกเว้นหรือคืนอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ (มาตรา 137) ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตมีฐานกฎหมายและเงื่อนไขของตนเอง ซึ่งอธิบายไว้ในหัวข้อคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากรด้านล่าง การจัดการสิทธิประโยชน์เหล่านี้ให้ถูกต้องช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและบริหารสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรดังกล่าวมาพร้อมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การบริหารจัดการที่ขาดระบบการควบคุมทางศุลกากร (Customs Control System) ที่รัดกุม อาจแปรเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ให้กลายเป็นภาระหนี้ภาษีศุลกากรและโทษทางอาญาที่แฝงอยู่ในบริษัทเป้าหมาย การตรวจสอบสถานะความเสี่ยงด้านกฎหมายและศุลกากร (Customs Legal Due Diligence) จึงเป็นขั้นตอนที่ผู้ลงทุนไม่สามารถละเลยได้

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

การละเลยการตรวจสอบสถานะความเสี่ยงทางศุลกากรในการเข้าซื้อกิจการคลังสินค้าและเขตปลอดอากร อาจก่อให้เกิดความเสียหายเชิงธุรกิจในระดับรุนแรง ได้แก่:

  1. การถูกประเมินเรียกเก็บอากรร่วมกับเงินเพิ่มและเบี้ยปรับย้อนหลังเป็นจำนวนมาก หากพบว่าของที่ได้รับสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับอากรสูญหายหรือมีปริมาณแตกต่างจากที่แจ้งไว้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถูกนำไปจำหน่ายในประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร หรือมีการตัดบัญชีวัตถุดิบผิดพลาด
  2. การถูกเรียกให้ชำระตามประกันหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคาร (Customs Bank Guarantee) ที่วางไว้ต่อกรมศุลกากร ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและวงเงินสินเชื่อของบริษัท
  3. การถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เมื่อไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ประกาศของอธิบดี หรือเงื่อนไขในใบอนุญาต ซึ่งอาจรวมถึงเงื่อนไขเมื่อมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] อธิบดีต้องมีหนังสือเตือนก่อนจึงสั่งพักใช้ได้ตามมาตรา 132 และเพิกถอนได้เมื่อมีเหตุตามที่ตัวบทกำหนด เช่น ถูกพักใช้ตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป (มาตรา 134) ทำให้กิจการหยุดชะงักและอาจเสียสิทธิประโยชน์เมื่อใบอนุญาตถูกพักใช้หรือเพิกถอนตามขั้นตอนของตัวบท

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

กฎเกณฑ์เรื่องใบอนุญาตและความรับผิดของคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากรที่ดำเนินกิจการอยู่ ได้แก่ ใบอนุญาตตามมาตรา 112 และมาตรา 136 ความรับผิดต่อสินค้าสูญหายหรือขาดจำนวน ประกันค่าอากร และการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต อธิบายไว้ในบทความเรื่อง ดักจุดตายสัญญาให้บริการคลังสินค้าทัณฑ์บนและศูนย์กระจายสินค้าเขตปลอดอากร ซึ่งว่าด้วยสัญญาระหว่างผู้ประกอบการคลังสินค้ากับผู้ฝากสินค้า ส่วนบทความนี้เน้นการตรวจสอบสถานะเมื่อมีการซื้อกิจการหรือซื้อหุ้นของบริษัทผู้ประกอบการ

การประเมินความเสี่ยงอ้างอิงกรอบกฎหมายหลัก ได้แก่ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, ประมวลรัษฎากร และประกาศของอธิบดีกรมศุลกากรที่ออกตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการนำของเข้า การปล่อยของออก การเก็บของ และการควบคุมของในคลังสินค้าทัณฑ์บน (มาตรา 123) และในเขตปลอดอากร (มาตรา 156) ผู้ตรวจสอบสถานะต้องขอประกาศฉบับที่ใช้บังคับจากผู้ประกอบการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

Claim IDฐานกฎหมาย อ้างอิงเงื่อนไขและสาระสำคัญตามกฎหมายผลกระทบและความเสี่ยงทางกฎหมาย
C-INV-24-01พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 112 มาตรา 116 มาตรา 136 มาตรา 146 มาตรา 132 และมาตรา 134คลังสินค้าทัณฑ์บนต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมศุลกากร (มาตรา 112) และดำเนินการได้เฉพาะวัตถุประสงค์ตามมาตรา 116 เขตปลอดอากรต้องมีใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร (มาตรา 136) และผู้ประกอบกิจการต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ (มาตรา 146) ซึ่งเป็นคนละฉบับหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาต อธิบดีต้องมีหนังสือเตือนก่อนจึงสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ (มาตรา 132) และเพิกถอนได้เมื่อมีเหตุตามมาตรา 134 เช่น ถูกพักใช้ตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด
C-INV-24-02พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 242 และมาตรา 243พนักงานศุลกากรประเมินอากรได้ภายในสามปีนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า ขยายได้อีกไม่เกินสองปี และประเมินได้อีกภายในห้าปีเมื่อมีหลักฐานเจตนาฉ้ออากร (มาตรา 19) สิทธิเรียกเก็บอากรมีอายุความสิบปี เว้นแต่อากรที่ขาดเกิดจากการคำนวณอากรผิดซึ่งมีอายุความสองปี (มาตรา 21)พนักงานศุลกากรประเมินอากรที่ขาดและเรียกเงินเพิ่มร้อยละหนึ่งต่อเดือนโดยไม่คิดทบต้น แต่ไม่เกินอากร และเบี้ยปรับร้อยละยี่สิบของอากรหากไม่ชำระภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแบบแจ้งการประเมินอากร (มาตรา 22 และมาตรา 20) ส่วนโทษปรับทางอาญา (มาตรา 242 และมาตรา 243) ศาลเป็นผู้กำหนดหรืออาจเปรียบเทียบได้
C-INV-24-03พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 123 มาตรา 125 มาตรา 156 มาตรา 242 มาตรา 252 และประกาศของอธิบดี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]การควบคุมสต็อกสินค้าและสูตรการผลิต (Formula Yield) ต้องตัดบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ตรงกับความเป็นจริงของในคลังสินค้าทัณฑ์บนที่มีปริมาณแตกต่างจากที่แจ้งไว้เมื่อนำเข้าเก็บโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าส่วนที่แตกต่างเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (มาตรา 125) และอาจเข้าฐานความผิดตามมาตรา 242 หากมีการเคลื่อนย้ายของออกจากคลังโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้กระทำต้องรับผิดแม้ไม่มีเจตนา (มาตรา 252)
C-INV-24-04ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 มาตรา 693 และมาตรา 698 ประกอบพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 117อธิบดีอาจเรียกประกันจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยให้ทำทัณฑ์บนหรือให้ประกันอย่างอื่น (มาตรา 117) หนังสือค้ำประกันของธนาคารเป็นสัญญาค้ำประกันซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน (ป.พ.พ. มาตรา 680) ส่วนการที่ภาระค้ำประกันผูกพันจนกว่าจะได้รับหนังสือปลดจากกรมศุลกากรเป็นเรื่องข้อตกลงและวิธีปฏิบัติ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และผู้ค้ำประกันหลุดพ้นเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับ (ป.พ.พ. มาตรา 698)ธนาคารผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้วมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากผู้ขอให้ออกหนังสือค้ำประกัน (บริษัทเป้าหมาย) ตามมาตรา 693 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ ผลของหนังสือค้ำประกันอธิบายจากตัวบท และบทความนี้ไม่อ้างคำพิพากษาในประเด็นนี้
C-INV-24-05พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 132 และมาตรา 134 (การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน) มาตรา 145 และมาตรา 148 (นำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้กับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรและใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรโดยอนุโลม) ประกอบกฎกระทรวง ประกาศของอธิบดี และเงื่อนไขในใบอนุญาต [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 (แบบการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น)การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ (Change of Control) ไม่ทำให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเปลี่ยนไปโดยตัวบทเอง แต่ต้องตรวจว่ากฎกระทรวง ประกาศของอธิบดี หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตกำหนดให้แจ้งหรือขออนุญาตหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]หากกฎกระทรวง ประกาศ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตกำหนดให้แจ้งหรือขออนุญาตแล้วไม่ปฏิบัติ อธิบดีต้องมีหนังสือเตือนก่อนจึงสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ และเพิกถอนได้เมื่อมีเหตุตามที่ตัวบทกำหนด เช่น ถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป หรือฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต (มาตรา 134)

ด่านตรวจประเภทใบอนุญาต: คลังสินค้าทัณฑ์บนกับเขตปลอดอากร Free Zone

ในการ Due Diligence ผู้ซื้อต้องจำแนกประเภทสิทธิประโยชน์และใบอนุญาตของบริษัทเป้าหมายให้ชัดเจน เนื่องจากเงื่อนไขทางกฎหมายและการกำกับดูแลมีความแตกต่างกัน:

คลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) ตามมาตรา 112 และมาตรา 116

สาระสำคัญ: ระยะเวลาเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนและผลเมื่อพ้นกำหนดเป็นไปตามประกาศของอธิบดีกรมศุลกากรที่ออกตามมาตรา 123 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ซื้อจึงต้องขอประกาศฉบับที่ใช้บังคับจากผู้ประกอบการ และตรวจว่าบริษัทเป้าหมายปฏิบัติตามประกาศนั้นครบถ้วนหรือไม่

เขตปลอดอากร (Free Zone) ตามมาตรา 136 และมาตรา 146

ข้อควรระวัง: การนำของออกจากเขตปลอดอากรเพื่อใช้หรือจำหน่ายภายในราชอาณาจักรถือเป็นการนำเข้ามาในราชอาณาจักรและเป็นการนำเข้าสำเร็จในเวลาที่นำของนั้นออกจากเขตปลอดอากร (มาตรา 155) โดยคำนวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่ปล่อยของออกไป (มาตรา 154) และผู้นำเข้าที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นใบขนสินค้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา 83/9

หากบริษัทเป้าหมายเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่มีเขตประกอบการเสรีอยู่ภายในนิคม การตรวจสอบสถานะต้องครอบคลุมสัญญาร่วมดำเนินงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสิทธิในที่ดินของคนต่างด้าว ซึ่งอธิบายไว้ในบทความเรื่อง ตรวจสอบสถานะความเสี่ยงด้านกฎหมายและใบอนุญาตในการเข้าซื้อกิจการนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรม

การตรวจสอบความเสี่ยงอากรย้อนหลังและระบบควบคุมสต็อกทางศุลกากร Stock Balance / Control Records

กำหนดเวลาประเมินอากรและอายุความเรียกเก็บอากรตามมาตรา 19 มาตรา 20 และมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

พนักงานศุลกากรประเมินอากรที่ไม่ได้เสียหรือเสียไม่ครบถ้วนได้ภายในสามปีนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า หากมีเหตุจำเป็นไม่อาจประเมินอากรได้ภายในกำหนดดังกล่าว ให้ขอขยายระยะเวลาต่ออธิบดีได้อีกไม่เกินสองปี และหากปรากฏหลักฐานที่อธิบดีเชื่อได้ว่าผู้มีหน้าที่เสียอากรมีเจตนาในการฉ้ออากร พนักงานศุลกากรประเมินอากรได้อีกภายในห้าปีนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 19 วรรคสอง (มาตรา 19) ผู้ซื้อจึงต้องนับกำหนดเวลาแยกตามใบขนสินค้าแต่ละฉบับ

เมื่อประเมินอากรแล้ว พนักงานศุลกากรต้องส่งแบบแจ้งการประเมินอากรภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ประเมินอากรเสร็จ และผู้นำของเข้าต้องเสียอากรให้ครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งการประเมินอากร (มาตรา 20) ส่วนสิทธิของกรมศุลกากรที่จะเรียกเก็บอากรที่ไม่ได้เสียหรือเสียไม่ครบถ้วนมีอายุความสิบปีนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า เว้นแต่อากรที่ขาดเกิดจากการคำนวณอากรผิด ซึ่งมีอายุความสองปีนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า (มาตรา 21) กำหนดเวลาประเมินตามมาตรา 19 กับอายุความเรียกเก็บตามมาตรา 21 จึงเป็นคนละเรื่องและต้องตรวจแยกกัน

เมื่อมีอากรที่ขาด พนักงานศุลกากรเรียกเงินเพิ่มร้อยละหนึ่งต่อเดือนของอากรที่ต้องเสียเพิ่มโดยไม่คิดทบต้น (เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน) แต่เงินเพิ่มต้องไม่เกินอากรที่ต้องเสียเพิ่ม และเรียกเบี้ยปรับร้อยละยี่สิบของอากรหากไม่ชำระภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแบบแจ้งการประเมินอากร (มาตรา 22) ส่วนโทษปรับทางอาญาเป็นเรื่องแยกต่างหาก ซึ่งเป็นไปตามฐานความผิดที่ศาลวินิจฉัย เช่น มาตรา 243 ปรับตั้งแต่ครึ่งเท่าถึงสี่เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือมาตรา 242 ปรับสี่เท่าของราคาของรวมค่าอากร และอาจเปรียบเทียบได้ตามมาตรา 256 และมาตรา 257 โทษปรับทางอาญามิใช่จำนวนที่กรมศุลกากรประเมินได้เอง

กระบวนการตรวจนับและพิสูจน์สต็อกสินค้า (Physical Stock Reconciliation)

ผู้ซื้อต้องดำเนินการตรวจสอบเปรียบเทียบ 3 ฝ่าย (Three-Way Reconciliation):

ความผิดปกติที่มักพบและเป็นสาระสำคัญความเสี่ยง:

  1. สินค้าสูญหาย (Shortage): ของในคลังสินค้าทัณฑ์บนที่มีปริมาณแตกต่างจากที่ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งไว้เมื่อนำเข้าเก็บ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าส่วนที่แตกต่างเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (มาตรา 125) และอาจเข้าฐานความผิดตามมาตรา 242 หากมีการเคลื่อนย้ายของออกจากคลังโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้กระทำต้องรับผิดแม้ไม่มีเจตนาตามมาตรา 252 พนักงานศุลกากรประเมินอากรที่ขาดและเรียกเงินเพิ่มกับเบี้ยปรับตามมาตรา 22 ส่วนโทษปรับทางอาญาเป็นเรื่องที่ศาลกำหนดหรืออาจเปรียบเทียบได้ตามมาตรา 256 และมาตรา 257 และเมื่อของถูกปล่อยออกจากคลังโดยมิใช่เพื่อส่งออก ผู้นำเข้าที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 83/9
  2. สินค้าชำรุดหรือเสื่อมสภาพ: การนำของที่เสียหายหรือใช้ไม่ได้ออกจากเขตปลอดอากรเพื่อกำจัดหรือทำลายต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด (มาตรา 155 วรรคสอง) ส่วนการทำลายของที่ชำรุดในคลังสินค้าทัณฑ์บนต้องปฏิบัติตามประกาศของอธิบดี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] หากอ้างว่าทำลายเองโดยไม่มีหลักฐานการอนุญาต อาจไม่สามารถตัดบัญชีควบคุมสินค้าได้
  3. สูตรการผลิต (Formula Yield) ไม่ตรงกับความจริง: สำหรับโรงงานผลิตในคลังทัณฑ์บน หากสูตรการผลิตที่แจ้งไว้กับกรมศุลกากรไม่ได้รับการปรับปรุง ส่งผลให้การตัดบัญชีวัตถุดิบนำเข้าผิดพลาด พนักงานศุลกากรประเมินอากรที่ขาดย้อนหลังได้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 19 โดยนับแยกตามใบขนสินค้าแต่ละฉบับ และหากมีเจตนาฉ้ออากรอาจเป็นความผิดตามมาตรา 243

การตรวจสอบภาระผูกพันหนังสือค้ำประกันธนาคาร (Customs Bank Guarantee) และเงื่อนไข Change of Control

ภาระผูกพันหนังสือค้ำประกันธนาคาร (Bank Guarantee)

ในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน อธิบดีอาจเรียกประกันค่าอากรหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นซึ่งกรมศุลกากรอาจเรียกร้องได้ตามกฎหมายหรือข้อตกลงจากผู้ได้รับใบอนุญาต โดยให้ทำทัณฑ์บนหรือให้ประกันอย่างอื่น (มาตรา 117) ซึ่งในทางปฏิบัติอาจเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ส่วนเขตปลอดอากรให้ตรวจประกาศและเงื่อนไขในใบอนุญาตว่ากำหนดให้วางประกันหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ซื้อต้องตรวจสอบ:

ในทางกฎหมายแพ่ง หนังสือค้ำประกันเป็นสัญญาค้ำประกัน ซึ่งผู้ค้ำประกันผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ และต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680) ผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้วย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ (มาตรา 693) และย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ (มาตรา 698) บทความนี้อธิบายประเด็นดังกล่าวจากตัวบท และไม่อ้างคำพิพากษาของศาลในประเด็นนี้

เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ (Change of Control)

พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ไม่มีบทบัญญัติให้พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเพราะเหตุเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือกรรมการโดยตรง ผู้ซื้อจึงต้องวิเคราะห์ตามลำดับดังนี้:

ภาคผนวก: เงื่อนไขเปลี่ยนผู้ควบคุมกิจการในสัญญาสัมปทานพื้นที่ และกรอบห้าด่านตรวจ

นอกจากเงื่อนไขในใบอนุญาตและประกาศของอธิบดี สิทธิใช้พื้นที่ของคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือร้านค้าปลอดอากรอาจขึ้นอยู่กับสัญญาสัมปทานหรือสัญญาเช่าที่ทำไว้กับผู้ให้สัมปทานพื้นที่หรือเจ้าของพื้นที่เชิงพาณิชย์รายอื่น สัญญาเช่นนั้นอาจห้ามเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น (Change of Control) หรือให้ผู้ให้สัมปทานบอกเลิกสัญญาเมื่อเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งเป็นสิทธิตามสัญญา มิใช่ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ตัวอย่างสมมติ C ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท B จำกัด จาก A การโอนหุ้นไม่เปลี่ยนตัวผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 112 แต่ C ต้องตรวจสัญญาสัมปทานของบริษัท B จำกัด และควรกำหนดให้ A นำส่งหนังสือยินยอมของผู้ให้สัมปทานก่อนวันปิดธุรกรรมเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน

ในการซื้อหุ้น ใบอนุญาตยังเป็นของนิติบุคคลเดิม ส่วนในการซื้อสินทรัพย์ ผู้ซื้อต้องตรวจว่าต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 112 ใหม่หรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และในทั้งสองกรณีต้องตรวจเงื่อนไขในใบอนุญาตและประกาศของอธิบดีว่ากำหนดให้แจ้งหรือขออนุญาตเมื่อเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือกรรมการหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ในเขตปลอดอากร ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการต้องได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้ง (มาตรา 147 (2)) จึงควรตรวจหนังสือยินยอมนั้นด้วย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

  1. ด่านที่ 1 ใบอนุญาต: ตรวจว่าใบอนุญาตตามมาตรา 112 ครอบคลุมกิจการตามมาตรา 116 ที่ทำอยู่จริง และชำระค่าธรรมเนียมรายปีแล้ว ส่วนชื่อประเภทคลังเป็นการแบ่งตามประกาศของกรมศุลกากร มิใช่ตัวพระราชบัญญัติ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  2. ด่านที่ 2 การกระทบยอดสินค้าคงคลัง: เทียบการตรวจนับจริงกับบัญชีควบคุมสินค้า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] เพราะส่วนที่แตกต่างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรถือเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (มาตรา 125) ควรตรวจย้อนหลังอย่างน้อยห้าปีตามหน้าที่เก็บรักษาบัญชีและเอกสารไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่นำของเข้า (มาตรา 63) ซึ่งตกแก่ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก ผู้ขนส่ง และบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องตามที่อธิบดีประกาศกำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และกำหนดข้อสัญญาคุ้มครองให้ครอบคลุมอายุความเรียกเก็บอากรสิบปีนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้าตามมาตรา 21
  3. ด่านที่ 3 หนังสือค้ำประกัน: ตรวจวงเงินและเงื่อนไขของประกันที่อธิบดีเรียกจากผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 117 และกำหนดการเปลี่ยนตัวผู้ค้ำประกันหรือการปลดประกันไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น
  4. ด่านที่ 4 ระบบกล้องวงจรปิด: ตรวจกล้องวงจรปิด ระยะเวลาเก็บภาพย้อนหลัง และระบบควบคุมสินค้าคงคลังตามประกาศของกรมศุลกากรสำหรับประเภทคลังนั้นและตามเงื่อนไขในใบอนุญาต [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  5. ด่านที่ 5 สัญญาพื้นที่: ตรวจข้อห้ามเปลี่ยนผู้ถือหุ้น สิทธิบอกเลิกสัญญาของผู้ให้สัมปทาน และหนังสือยินยอมที่ต้องได้ก่อนวันปิดธุรกรรม

LAS Practice Note: กลยุทธ์การร่างสัญญาซื้อขายหุ้น Logistics M&A SPA

ทีมกฎหมายผู้ซื้อต้องนำข้อพบเห็นจากการ Due Diligence มาแปลงเป็นข้อกำหนดทางสัญญาใน Share Purchase Agreement (SPA) ดังนี้:

การกำหนด Representations and Warranties (คำรับรองและคำยืนยัน)

ผู้ขายต้องรับรองว่า:

การกำหนด Specific Indemnity (ข้อตกลงชดใช้ความเสียหายเฉพาะกรณี)

กำหนดให้ผู้ขายต้องชดใช้ความเสียหายแบบ Baht-for-Baht (ไม่มีการจำกัดความรับผิด หรือ Deductible) สำหรับ:

การจัดทำ Escrow Account และ Holdback Amount

หักเงินค่าซื้อขายหุ้นส่วนหนึ่งฝากไว้ที่บัญชีดูแลผลประโยชน์ (Escrow Account) เพื่อสำรองไว้ชำระอากร เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังหากกรมศุลกากรประเมิน โดยกำหนดวงเงินจากความเสี่ยงที่คำนวณได้จากการตรวจสอบสถานะ (ดูการคำนวณในตัวอย่างสถานการณ์จำลอง) และกำหนดระยะเวลาให้สอดคล้องกับกำหนดเวลาประเมินตามมาตรา 19 คือสามปีและขยายได้อีกไม่เกินสองปี รวมไม่เกินห้าปี ส่วนที่เกินกว่านั้น เช่น กรณีมีหลักฐานเจตนาฉ้ออากรซึ่งประเมินได้อีกภายในห้าปี ให้คุ้มครองด้วยข้อตกลงชดใช้ความเสียหายเฉพาะกรณีตามหัวข้อก่อนหน้า วงเงินและระยะเวลาของบัญชีดูแลผลประโยชน์เป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์ที่ต้องเจรจา มิใช่อัตราหรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

เงื่อนไขบังคับก่อน Conditions Precedent - CPs

กำหนดให้ผู้ขายต้องนำส่งหนังสือจากกรมศุลกากรยืนยันว่าไม่ต้องขออนุญาตเมื่อเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ (Change of Control) หรือหนังสืออนุญาต หากกฎกระทรวง ประกาศของอธิบดี หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตมีข้อกำหนดเช่นนั้น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ให้เสร็จสิ้นก่อนวันปิดธุรกรรม

ข้อต่อสู้ของผู้ขายกิจการคลังสินค้ากับผู้ซื้อ/กองทุน Private Equity Devil's Advocate

มุมมองของผู้ขาย (Seller's Perspective)

มุมมองของผู้ซื้อ / กองทุน Private Equity (Buyer's Perspective)

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

บริบทของธุรกรรม

กองทุน Private Equity ข้ามชาติ (C) ตกลงซื้อหุ้นร้อยละ 100 ในบริษัท B จำกัด (บริษัทเป้าหมาย) จาก A (ผู้ถือหุ้นเดิมและผู้ขาย) บริษัท B จำกัด ประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากวัตถุดิบนำเข้าที่เก็บในคลัง (มาตรา 116 (3)) มูลค่าธุรกรรม 500 ล้านบาท การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงชื่อรับรองลายมือชื่อนั้น มิฉะนั้นเป็นโมฆะ และตราสารต้องแถลงเลขหมายของหุ้นที่โอน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129)

ผลการตรวจพบจากการ Due Diligence

  1. ตรวจพบว่าวัตถุดิบเหล็กม้วนนำเข้าจากต่างประเทศมีปริมาณจริงน้อยกว่าที่แจ้งไว้ต่อกรมศุลกากรตามบัญชีควบคุมสินค้า จำนวน 500 ตัน โดยไม่ปรากฏเหตุผลอันสมควร ราคาศุลกากรประมาณ 25 ล้านบาท
  2. สูตรการผลิต (Formula Yield) ที่ใช้ตัดบัญชีศุลกากรไม่ได้อัปเดตมาเป็นเวลา 4 ปี ทำให้ตัดวัตถุดิบน้อยกว่าที่ใช้จริง
  3. บริษัทวาง Bank Guarantee ไว้กับกรมศุลกากรจำนวน 15 ล้านบาท
  4. โครงสร้างการซื้อขายเป็นการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยผู้ขายและบริษัทเป้าหมายยังไม่ได้ตรวจว่าประกาศของอธิบดีหรือเงื่อนไขในใบอนุญาตกำหนดให้แจ้งหรือขออนุญาตหรือไม่

การคำนวณภาระความเสี่ยงทางอากรและภาษี (Customs Risk Calculation)

สมมติฐานของการคำนวณ (ตัวเลขเป็นข้อเท็จจริงสมมติเพื่อการสอน มิใช่อัตราหรือผลของกรณีจริง): (1) ราคาศุลกากรของเหล็กม้วนที่ขาดเท่ากับ 25,000,000 บาท และถือว่าเท่ากับราคา ซี.ไอ.เอฟ. ส่วนราคาของสำหรับกำหนดค่าปรับตามมาตรา 242 นั้น พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 254 ให้ถือตามราคาแห่งของชนิดเดียวกันซึ่งได้เสียอากรครบถ้วนแล้วตามที่ซื้อขายในเวลาหรือใกล้เวลาที่กระทำความผิด ตัวอย่างนี้สมมติว่าราคาดังกล่าวเท่ากับราคาศุลกากรรวมอากรขาเข้าตามสมมติฐานข้อ (2) คือ 27,500,000 บาท (2) อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 10 ของราคาศุลกากร (3) ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 คำนวณจากฐานภาษีเท่ากับราคา ซี.ไอ.เอฟ. บวกอากรขาเข้า (ประมวลรัษฎากร มาตรา 79/2 (1)) โดยอัตราร้อยละ 7 เป็นอัตราตามพระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้บังคับในวันที่ตรวจตัวบทของบทความนี้ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ซึ่งต่างจากอัตราร้อยละ 10 ที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 80 กำหนดไว้ก่อนลดโดยพระราชกฤษฎีกา (4) ของขาดบัญชีและยังมิได้ชำระมาเป็นเวลา 36 เดือน (5) ถือว่าของที่ขาดถูกปล่อยออกจากคลังโดยมิใช่เพื่อส่งออก

ส่วนที่ 1 เหล็กม้วนที่ขาดจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนที่ขาดถือเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 125) และผู้นำของเข้าเป็นผู้เสียอากร (มาตรา 13) ส่วนอัตราอากรเป็นสมมติฐาน:

รายการวิธีคำนวณจำนวน (บาท)ฐานตามตัวบทและสมมติฐาน
อากรขาเข้า25,000,000 × ร้อยละ 102,500,000มาตรา 125 และมาตรา 13 ส่วนอัตราร้อยละ 10 เป็นสมมติฐาน
เงินเพิ่มของอากร2,500,000 × ร้อยละ 1 × 36 เดือน900,000มาตรา 22 ร้อยละหนึ่งต่อเดือนโดยไม่คิดทบต้น และไม่เกินอากร (900,000 ไม่เกิน 2,500,000)
เบี้ยปรับ2,500,000 × ร้อยละ 20500,000มาตรา 22 ร้อยละยี่สิบของอากร หากไม่ชำระภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแบบแจ้งการประเมินอากรตามมาตรา 20
ภาษีมูลค่าเพิ่ม(25,000,000 + 2,500,000) × ร้อยละ 71,925,000อัตราตามประมวลรัษฎากร มาตรา 80 ฐานภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79/2 (1) และการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อปล่อยของออกจากคลังโดยมิใช่เพื่อส่งออกตามประมวลรัษฎากร มาตรา 83/9 ส่วนอัตราร้อยละ 7 เป็นสมมติฐานตามที่ระบุข้างต้น
เงินเพิ่มของภาษีมูลค่าเพิ่ม1,925,000 × ร้อยละ 1.5 × 36 เดือน1,039,500ประมวลรัษฎากร มาตรา 89/1 ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: วิธีที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเงินเพิ่มของภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้านำเข้า]
รวมส่วนที่ 12,500,000 + 900,000 + 500,000 + 1,925,000 + 1,039,5006,864,500จำนวนที่อาจถูกประเมินเรียกเก็บ

ส่วนที่ 2 สูตรการผลิตที่ไม่ได้ปรับปรุงมาสี่ปี สมมติให้วัตถุดิบที่ตัดบัญชีขาดไปมีราคาศุลกากรปีละ 10,000,000 บาท รวมสี่ปี 40,000,000 บาท ใช้อัตราอากรและอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามสมมติฐานข้างต้น และปฏิบัติต่อส่วนที่ตัดบัญชีขาดเช่นเดียวกับของขาดบัญชี โดยสมมติว่าบริษัทพิสูจน์ไม่ได้ว่าส่วนที่แตกต่างนั้นมีเหตุผลอันสมควรตามมาตรา 125 เช่น พิสูจน์ไม่ได้ว่าวัตถุดิบส่วนนั้นได้ใช้ผลิตของที่ปล่อยออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและอากรขาออกตามมาตรา 126 หากพิสูจน์ได้ ยอดความเสี่ยงในส่วนนี้ย่อมลดลง ให้นับกำหนดเวลาแยกตามใบขนสินค้าแต่ละฉบับ โดยใบขนสินค้าของสามปีล่าสุดอยู่ในกำหนดสามปีตามมาตรา 19 วรรคสอง ส่วนใบขนสินค้าของปีที่สี่ย้อนหลังพ้นกำหนดสามปีแล้ว จึงประเมินได้ต่อเมื่อมีการขยายระยะเวลาตามมาตรา 19 วรรคสอง หรือมีหลักฐานเจตนาฉ้ออากรตามมาตรา 19 วรรคสาม (อากรส่วนนี้ 1,000,000 บาท) ผู้ซื้อรวมไว้ในยอดเพื่อความรอบคอบ และสมมติให้ใบขนสินค้ากระจายสม่ำเสมอตลอดสี่ปี จึงนับเงินเพิ่มเฉลี่ย 24 เดือน:

รายการวิธีคำนวณจำนวน (บาท)ฐานตามตัวบทและสมมติฐาน
อากรที่ขาด40,000,000 × ร้อยละ 104,000,000มาตรา 19 และมาตรา 125 ส่วนอัตราร้อยละ 10 เป็นสมมติฐาน
เงินเพิ่มของอากร4,000,000 × ร้อยละ 1 × 24 เดือน960,000มาตรา 22 และไม่เกินอากร
เบี้ยปรับ4,000,000 × ร้อยละ 20800,000มาตรา 22 หากไม่ชำระภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแบบแจ้งการประเมินอากร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม(40,000,000 + 4,000,000) × ร้อยละ 73,080,000ประมวลรัษฎากร มาตรา 80 และมาตรา 79/2 (1)
เงินเพิ่มของภาษีมูลค่าเพิ่ม3,080,000 × ร้อยละ 1.5 × 24 เดือน1,108,800ประมวลรัษฎากร มาตรา 89/1 และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
รวมส่วนที่ 24,000,000 + 960,000 + 800,000 + 3,080,000 + 1,108,8009,948,800จำนวนที่อาจถูกประเมินเรียกเก็บ

ยอดความเสี่ยงที่กรมศุลกากรอาจประเมินเรียกเก็บรวมทั้งสองส่วนเท่ากับ 6,864,500 + 9,948,800 = 16,813,300 บาท (ประมาณ 16.81 ล้านบาท) หนังสือค้ำประกันจำนวน 15,000,000 บาทเป็นหลักประกันของหนี้ที่ประเมินได้ จึงไม่นำมารวมเป็นภาระเพิ่ม

โทษปรับทางอาญาเป็นเรื่องแยกต่างหาก ศาลเป็นผู้กำหนด หรืออาจเปรียบเทียบได้ตามมาตรา 256 และมาตรา 257 มิใช่จำนวนที่กรมศุลกากรประเมินได้เอง จึงไม่รวมในยอด 16,813,300 บาท แต่แสดงไว้เพื่อประกอบการเจรจา:

ข้อเท็จจริงมาตราวิธีคำนวณตามตัวบทจำนวน (บาท)
เหล็กม้วนที่ขาด หากมีการเคลื่อนย้ายออกจากคลังโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้กระทำต้องรับผิดแม้ไม่มีเจตนามาตรา 242 มาตรา 252 และมาตรา 254ปรับสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรแล้ว 4 × (25,000,000 + 2,500,000) หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งจำทั้งปรับ110,000,000
สูตรการผลิตที่แจ้งไว้ไม่ตรงกับความจริง หากมีเจตนาฉ้ออากรมาตรา 243ปรับตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม 4,000,000 หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งจำทั้งปรับ2,000,000 ถึง 16,000,000

ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาและการเจรจา (Walkthrough Solution)

  1. การตั้ง Escrow Account: ผู้ซื้อต่อรองหักเงินค่าซื้อขายหุ้นจำนวน 17,000,000 บาท (ปัดยอด 16,813,300 บาทข้างต้นขึ้นเป็นจำนวนเต็มล้านบาท) เข้า Escrow Account เป็นเวลา 5 ปีนับแต่วันปิดธุรกรรม ให้สอดคล้องกับกำหนดเวลาประเมินสามปีและขยายได้อีกไม่เกินสองปีตามมาตรา 19 วรรคสอง
  2. การปรับปรุงเงื่อนไข SPA: ระบุ Specific Indemnity ให้ผู้ขายรับผิดชอบภาระอากรและภาษีที่เกี่ยวข้องย้อนหลังก่อนวันปิดธุรกรรม โดยไม่จำกัดวงเงิน (Uncapped Indemnity) ซึ่งครอบคลุมส่วนที่เกินกว่าบัญชีดูแลผลประโยชน์ รวมถึงกรณีมีหลักฐานเจตนาฉ้ออากรซึ่งประเมินได้อีกภายในห้าปี
  3. การจัดการ Bank Guarantee: ตกลงให้ผู้ขายคง Bank Guarantee เดิมจำนวน 15,000,000 บาทไว้จนกว่ากรมศุลกากรจะตรวจสอบสต็อกและยืนยันว่าไม่มีภาระค้างชำระ หรือผู้ซื้อนำ Bank Guarantee ฉบับใหม่มาเปลี่ยนแทนหลังตรวจแล้วว่าไม่ต้องขออนุญาตเมื่อเปลี่ยนผู้ถือหุ้น หรือได้รับหนังสืออนุญาตหากมีข้อกำหนดเช่นนั้น ผู้ซื้อต้องระวังว่าธนาคารผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้วมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากบริษัท B ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 693
  4. การตรวจเรื่องการแจ้งหรือขออนุญาตเมื่อเปลี่ยนผู้ถือหุ้น: กำหนดเป็น Condition Precedent ให้ผู้ขายนำส่งหนังสือจากกรมศุลกากรยืนยันว่าไม่ต้องขออนุญาต หรือหนังสืออนุญาต หากกฎกระทรวง ประกาศของอธิบดี หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตมีข้อกำหนดเช่นนั้น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ก่อนการโอนหุ้นและชำระเงิน และจัดทำการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อให้ถูกต้องตามแบบของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129

Checklist 10 จุดตรวจสถานะความเสี่ยงคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร Customs Due Diligence Checklist

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากซื้อหุ้นในบริษัทคลังสินค้าทัณฑ์บนแล้ว ภายหลังศุลกากรมาประเมินภาษีย้อนหลัง ผู้ซื้อสามารถปฏิเสธความรับผิดได้หรือไม่?
ผู้ซื้อหุ้นมิใช่ผู้มีหน้าที่เสียอากรโดยตรง หน้าที่เสียอากรเป็นของผู้นำของเข้าตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 13 ซึ่งอาจเป็นบริษัทเป้าหมายเองหรือผู้ฝากสินค้า แต่เมื่อบริษัทเป้าหมายต้องรับภาระอากร เงินเพิ่ม หรือถูกเรียกประกันตามมาตรา 117 ผู้ซื้อหุ้นรับผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรง จึงควรคุ้มครองตนด้วยข้อตกลงชดใช้ความเสียหายเฉพาะกรณี (Specific Indemnity) และบัญชีดูแลผลประโยชน์ (Escrow Account) ในสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA) เพื่อไล่เบี้ยเอาจากผู้ขาย
การเปลี่ยนตัวกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้องแจ้งหรือขออนุญาตต่อกรมศุลกากรหรือไม่?
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ไม่มีบทบัญญัติให้ขออนุญาตโดยตรงเมื่อเปลี่ยนตัวกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม แต่หากกฎกระทรวง ประกาศของอธิบดี หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตกำหนดให้แจ้งหรือขออนุญาตเมื่อเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตาม มิฉะนั้นอธิบดีต้องมีหนังสือเตือนให้ปฏิบัติหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อน หากยังไม่ปฏิบัติจึงสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ตามมาตรา 132
สินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บนสูญหายจากเหตุสุดวิสัย (เช่น เพลิงไหม้ น้ำท่วม) ต้องเสียภาษีหรือไม่?
อธิบดีอาจยกเว้นหรือคืนอากรให้แก่ผู้นำของเข้าสำหรับของที่สูญหายหรือถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัยหรืออุบัติเหตุอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เฉพาะในกรณีที่มาตรา 128 กำหนด เช่น ของที่ได้ยื่นใบขนสินค้าเพื่อเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนในขณะที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว และปริมาณของแตกต่างจากที่แจ้งไว้เมื่อนำเข้าเก็บโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ส่วนที่แตกต่างเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรตามมาตรา 125 และต้องรับผิดชำระอากรตามกฎหมาย

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ