คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. ใบอนุญาตแบบที่สามและคุณสมบัติด้านสัญชาติ: ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองและให้บริการแก่บุคคลทั่วไปจำนวนมากต้องได้รับใบอนุญาตแบบที่สามตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 7 (3) และผู้ขอรับใบอนุญาตแบบที่สองและแบบที่สามต้องมิใช่คนต่างด้าวตามมาตรา 8 (1) ประกอบพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ดังนั้นหุ้นที่คนต่างด้าวถือรวมกัน ทั้งโดยตรงและทางอ้อมผ่านนิติบุคคลที่เป็นคนต่างด้าว ต้องต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทุน ส่วนเกณฑ์ที่เข้มกว่าซึ่งประกาศของคณะกรรมการอาจกำหนดเพิ่ม และการที่กิจการสถานีขึ้นฝั่งเคเบิลใต้น้ำ (Cable Landing Station: CLS) ต้องขอใบอนุญาตแบบใด ต้องตรวจจากประกาศของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] นอกจากนี้ ต้องไม่มีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และต้องตรวจว่าสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นหรือข้อบังคับมีข้อตกลงที่เข้าลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวตามข้อห้ามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 8 (1) หรือไม่
  2. การอนุญาตทางทะเลและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Maritime Permits & Right of Way): การปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ หรือใต้น้ำของทะเลภายในน่านน้ำไทยหรือบนชายหาดของทะเลดังกล่าว ซึ่งรวมถึงสายเคเบิลใต้น้ำและท่อร้อยสายที่ขึ้นฝั่ง ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าท่าตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 ส่วนความเห็นชอบของกองทัพเรือและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งต้องตรวจจากกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และต้องตรวจว่าโครงการวางสายเคเบิลใต้น้ำอยู่ในประเภทโครงการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 48 หรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] เพื่อป้องกันแนวสายทับซ้อนกับเขตอนุรักษ์ปะการังหรือเส้นทางเดินเรือพาณิชย์
  3. ภาระผูกพันในสัญญา Consortium C&MA: สถานีเคเบิลใต้น้ำส่วนใหญ่ดำเนินการภายใต้กลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ สัญญา C&MA มักมีข้อกำหนดห้ามโอนสิทธิหรือขายความจุโครงข่าย (Capacity / Indefeasible Right of Use: IRU) ให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจาก Management Committee (MC) ของคอนซอร์เชียม ผู้ซื้อต้องตรวจสอบเงื่อนไข Change of Control อย่างละเอียด

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

รหัสอ้างอิงข้อกฎหมาย / สาระสำคัญฐานทางกฎหมายสถานะการตรวจสอบ
C-INV-30-01ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองและให้บริการแก่บุคคลทั่วไปจำนวนมากต้องได้รับใบอนุญาตแบบที่สาม (มาตรา 7 (3)) ผู้ขอรับใบอนุญาตแบบที่สองและแบบที่สามต้องมิใช่คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และคณะกรรมการอาจกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวได้ (มาตรา 8 (1)) การฝ่าฝืนอาจเป็นเหตุให้ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา 66 ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ส่วนประกาศว่าด้วยข้อห้ามการครอบงำกิจการต้องตรวจจากฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 66 ประกอบพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และอำนาจของ กสทช. ในการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 27 (6)แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INV-30-02เมื่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบแผนผังแล้ว ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิปักหรือตั้งเสา เดินสาย วางท่อหรือติดตั้งอุปกรณ์ในที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลก่อน หรือในที่ดินของบุคคลอื่นโดยต้องทำความตกลงกับเจ้าของหรือผู้ครอบครอง (มาตรา 39) และต้องจ่ายค่าตอบแทนการใช้ที่ดินตามมาตรา 40 มาตรา 39 มิได้กล่าวถึงพื้นที่ในทะเล ช่วงของสายที่อยู่ในทะเลภายในน่านน้ำไทยต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าท่าตามรายการ C-INV-30-03 ส่วนช่วงที่อยู่นอกน่านน้ำไทย เช่น ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ยังต้องตรวจฐานทางกฎหมาย [ต้องยืนยันมาตรา]พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 39 และมาตรา 40แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INV-30-03การปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ หรือใต้น้ำของทะเลภายในน่านน้ำไทยหรือบนชายหาดของทะเลดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า และหากการวางสายต้องขุดลอกหรือเปลี่ยนแปลงร่องน้ำทางเรือเดิน ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าท่าสำหรับการนั้นด้วย ข้อสังเกต: บทนิยามคำว่า "น่านน้ำไทย" ในพระราชบัญญัตินี้หมายถึงน่านน้ำที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของราชอาณาจักรไทย และขยายไปถึงเขตต่อเนื่องเฉพาะบทบัญญัติที่ระบุไว้ ซึ่งไม่รวมบทบัญญัติเรื่องการอนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำ และไม่กล่าวถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะ การอนุญาตของเจ้าท่าจึงน่าจะไม่ครอบคลุมช่วงของสายที่อยู่นอกน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งเป็นการตีความจากบทนิยาม ส่วนความเห็นชอบของกองทัพเรือและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งต้องตรวจจากกฎหมายที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 (บทบัญญัติว่าด้วยการอนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ การขุดลอกร่องน้ำ และบทนิยามคำว่าน่านน้ำไทย ตามถ้อยคำที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติไว้)แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INV-30-04คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติมีอำนาจประกาศกำหนดลักษณะหน่วยงานที่มีภารกิจหรือให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (มาตรา 49) หน่วยงานดังกล่าวต้องจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (มาตรา 54) ต้องมีกลไกเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามมาตรฐานของหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล (มาตรา 56) และต้องรายงานเหตุภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล (มาตรา 57) ซึ่งหากไม่รายงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท (มาตรา 73)พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 49 มาตรา 54 มาตรา 56 มาตรา 57 และมาตรา 73แก้ไขแล้ว — LAS Audit

5 ด่านตรวจสำคัญในการทำ Due Diligence เคเบิลใต้น้ำและสถานี CLS

  1. การตรวจสอบคุณสมบัติสัญชาติและโครงสร้างทุน (Foreign Ownership & Control Audit): ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นลึกถึงระดับบุคคลธรรมดา (UBO) สิทธิออกเสียงในข้อบังคับ สิทธิ Veto และสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ว่าหุ้นที่คนต่างด้าวถือทั้งทางตรงและทางอ้อมต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทุนตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 8 (1) ประกอบพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และไม่มีข้อตกลงที่เข้าลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวตามข้อห้ามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
  2. การตรวจสอบห่วงโซ่ใบอนุญาตทางทะเลและที่ดิน (Subsea Right of Way & Landing Permits): ตรวจสอบใบอนุญาตจากเจ้าท่าสำหรับสายเคเบิลและท่อร้อยสายที่ล่วงล้ำเข้าไปในทะเลภายในน่านน้ำไทยหรือบนชายหาดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 ความเห็นชอบของกองทัพเรือ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ความเห็นชอบแผนผังของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 39 กรรมสิทธิ์ที่ดินสถานีขึ้นฝั่ง (โฉนดที่ดินปลอดภาระ) และแนวท่อร้อยสายเคเบิลจากชายหาดเข้าสู่ตัวอาคาร (Beach Manhole to Cable Landing Station)
  3. การตรวจสอบสัญญากลุ่มความร่วมมือ C&MA (Consortium Governance Review): ตรวจสอบสถานะการชำระค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง (Operations & Maintenance: O&M Fee), ส่วนแบ่งความจุ (Allocated Capacity in Terabits/s), สิทธิออกเสียงในคณะกรรมการบริหาร (Voting Rights in MC) และเงื่อนไขการโอนสิทธิ รวมทั้งตรวจว่าสัญญากลุ่มความร่วมมือและสัญญาสิทธิการใช้ความจุที่ผู้รับใบอนุญาตทำกับบุคคลหรือนิติบุคคลในต่างประเทศอยู่ในประเภทที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบก่อนตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 54 หรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และได้ส่งสำเนาสัญญาภายในสามสิบวันนับแต่วันทำสัญญาหรือไม่ ตลอดจนหน้าที่รายงานต่อเลขาธิการตามมาตรา 22 เมื่อผู้รับใบอนุญาตจะทำสัญญาให้บุคคลอื่นมีอำนาจในการบริหารงาน หรือเมื่อมีการครอบงำกิจการตามที่มาตรานั้นกำหนด
  4. การตรวจสอบสัญญาขายสิทธิการใช้ความจุระยะยาว (IRU & Dark Fiber Contracts): ตรวจสอบสัญญา Indefeasible Right of Use (IRU) ที่ทำไว้กับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) ว่ามีข้อกำหนด SLA Availability ไม่ต่ำกว่า 99.999% หรือไม่ และมีข้อกำหนดหักลดค่าบริการ (Penalty Rebates) กรณีสายเคเบิลขาดใต้ทะเลอย่างไร
  5. การตรวจสอบมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และกายภาพ (Physical & Cyber Security CII): ตรวจสอบว่าผู้รับใบอนุญาตถูกกำหนดเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศตามประกาศที่ออกตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 หรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และหากเป็น ให้ตรวจการปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำที่หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลกำหนด ส่วนการรับรอง ISO/IEC 27001 และระบบจ่ายไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน (Dual Substation + N+1 Generator) เป็นหลักฐานประกอบการตรวจ นอกจากนี้ ต้องตรวจการปฏิบัติตามหน้าที่รายงานเหตุภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบของตน ต่อสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติและต่อหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลตามมาตรา 57 ซึ่งหากฝ่าฝืนโดยไม่มีเหตุอันสมควรต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทตามมาตรา 73

ตารางเปรียบเทียบโครงสร้างเคเบิลใต้น้ำระบบคอนซอร์เชียม (Consortium) กับระบบเอกชนรายเดียว (Private Cable)

มิติการพิจารณาเคเบิลระบบคอนซอร์เชียม (Consortium Model)เคเบิลระบบเอกชนรายเดียว (Private Cable Model)
ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วมกันถือครองตามสัดส่วนเงินลงทุน (C&MA)ผู้พัฒนาโครงการเป็นเจ้าของ 100%
ความยืดหยุ่นในการบริหารต้องผ่านมติของ Management Committeeกำหนดราคาขายและจัดสรรความจุได้อย่างอิสระ
ความเสี่ยงด้านการซ่อมบำรุงมีเรือซ่อมบำรุงประจำโซนร่วมกัน (Shared Fleet)ต้องทำสัญญาเช่าเรือซ่อมบำรุงเฉพาะโครงการ
ความยากง่ายในการทำ M&Aซับซ้อน ต้องตรวจเงื่อนไขความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารกลุ่มความร่วมมือ (Management Committee) และสิทธิซื้อก่อนของสมาชิกตามสัญญา C&MAคล่องตัวกว่า เพราะไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกกลุ่มความร่วมมือ แต่ยังต้องตรวจใบอนุญาต คุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และการอนุญาตทางทะเลครบทุกด่านตรวจข้างต้น

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ