คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

สรุป 3 ประเด็นทางกฎหมายสำคัญ:

  1. กรอบการอนุญาตกิจการดาวเทียมตามกฎหมายไทย (NBTC Licensing): ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 7 ซึ่งมีสามแบบ ใบอนุญาตแบบที่สามใช้กับผู้ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองและให้บริการแก่บุคคลทั่วไปจำนวนมาก หรืออาจมีผลกระทบโดยนัยสำคัญต่อการแข่งขัน ส่วนกิจการดาวเทียมรายใดต้องถือใบอนุญาตแบบใดให้ตรวจจากลักษณะการให้บริการและประกาศของคณะกรรมการ หากกิจการใช้คลื่นความถี่ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ด้วยตามมาตรา 10 และหากถูกเพิกถอนการใช้คลื่นความถี่ใด ให้ถือว่าถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในส่วนที่ใช้คลื่นความถี่นั้นด้วย สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมเป็นการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม [ต้องยืนยันมาตรา] และประกาศของ กสทช. [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องรายงานเหตุการณ์สำคัญต่อเลขาธิการตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 22 และต้องได้รับความเห็นชอบก่อนทำสัญญากับบุคคลหรือนิติบุคคลในต่างประเทศตามที่ กสทช. ประกาศกำหนดตามมาตรา 54 ส่วนความจำเป็นต้องขอความเห็นชอบการโอนสิทธิวงโคจรและการเปลี่ยนอำนาจควบคุม ให้ตรวจจากตัวบทที่ใช้บังคับและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตของกิจการเป้าหมาย [ต้องยืนยันมาตรา: การขอความเห็นชอบการโอนสิทธิวงโคจรและการเปลี่ยนอำนาจควบคุม]
  2. ข้อจำกัดด้านความมั่นคงแห่งชาติและการถือหุ้นของคนต่างด้าว (Foreign Ownership & National Security): ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สองและแบบที่สามต้องมิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 8 (1) โดยคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 รวมถึงนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนถือโดยคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว ผู้ถือหุ้นต่างด้าวรวมกันจึงต้องต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทุน และคณะกรรมการอาจกำหนดข้อห้ามการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวเพิ่มเติม ส่วนการสงวนความจุช่องสัญญาณดาวเทียม (Transponder Capacity) เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงและกิจการสาธารณะของรัฐ เป็นประเด็นที่ต้องตรวจจากเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต สัญญาสัมปทานเดิม หรือสัญญากับหน่วยงานรัฐของกิจการเป้าหมายแต่ละราย [ต้องยืนยันมาตรา: ฐานกฎหมายของการสงวนความจุช่องสัญญาณ]
  3. ความรับผิดด้านขยะอวกาศและการปลดระวางดาวเทียม (Space Debris & De-orbiting Liabilities): พันธกรณีตามสนธิสัญญาว่าด้วยอวกาศส่วนนอก (Outer Space Treaty 1967) และอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิดระหว่างประเทศต่อความเสียหายที่เกิดจากวัตถุอวกาศ (Liability Convention 1972) ต้องตรวจจากข้อบท รวมทั้งการที่อนุสัญญาแยกกรณีความเสียหายบนพื้นโลกหรือต่ออากาศยานขณะบิน ออกจากกรณีความเสียหายนอกพื้นโลก [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ข้อบทของสนธิสัญญาอวกาศ ค.ศ. 1967 และอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิด ค.ศ. 1972] ส่วนความรับผิดของผู้ประกอบการและการไล่เบี้ยเป็นเรื่องของกฎหมายภายในและสัญญา เช่น ความรับผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และในกรณีซื้อหุ้น ความรับผิดยังอยู่ที่บริษัทเป้าหมาย ผู้ซื้อรับผลกระทบทางเศรษฐกิจผ่านมูลค่าหุ้น ผู้ซื้อกิจการจึงต้องตรวจแผน De-orbiting กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third-Party Launch & In-Orbit Liability Insurance) และกลไกชดใช้ในสัญญา

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นในบริษัทผู้ให้บริการดาวเทียมโดยมุ่งหวังใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียมที่บริษัทเป้าหมายได้รับอนุญาตจาก กสทช. แต่หลังจากปิดการขายกลับพบว่า กสทช. ไม่ให้ความเห็นชอบการเปลี่ยนตัวผู้บริหารหรือการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นซึ่งเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตกำหนดให้ต้องขอความเห็นชอบ หรือพบว่าดาวเทียมมีอายุการใช้งานเหลืออยู่น้อยกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้สิทธิในวงโคจรหลุดลอยไปเนื่องจากไม่สามารถส่งดาวเทียมดวงใหม่เข้าทดแทนได้ทันตามกรอบเวลาของ ITU
  2. ความเข้าใจผิด: เชื่อว่าสิทธิการใช้วงโคจรดาวเทียม (Orbital Slot) เป็นสิทธิเด็ดขาดที่ติดอยู่กับตัวนิติบุคคล และสามารถซื้อขาย โอน หรือเปลี่ยนเจ้าของได้อย่างเสรีเหมือนทรัพย์สินทั่วไป โดยไม่ต้องตรวจเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตและหน้าที่ที่ผู้รับใบอนุญาตมีต่อ กสทช.
  3. จุดพลิก: สิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมเป็นการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม [ต้องยืนยันมาตรา] ภายใต้เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต หากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นทำให้ผู้รับใบอนุญาตมีลักษณะเป็นคนต่างด้าว หรือการเปลี่ยนอำนาจควบคุม (Change of Control) ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตกำหนด ใบอนุญาตอาจถูกพักใช้หรือเพิกถอนตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งในส่วนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเป็นขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 64 ถึงมาตรา 66 นอกจากนี้ การปล่อยให้ดาวเทียมหมดอายุขัยโดยไม่มีแผน De-orbiting ที่ชัดเจน อาจทำให้บริษัทเป้าหมายต้องรับผิดตามกฎหมายภายในและตามสัญญาจากขยะอวกาศ (Space Debris) ซึ่งกระทบมูลค่าหุ้นที่ผู้ซื้อได้รับ
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: เช็กลิสต์การตรวจสอบสถานะความเสี่ยง (Due Diligence Checklist) ครอบคลุม 10 จุดตรวจที่สำคัญ, แนวทางการออกแบบข้อสัญญาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย (Conditions Precedent, Indemnity, Space Insurance Requirements), และแนวทางบริหารความเสี่ยงทางกฎหมายในการเข้าซื้อกิจการดาวเทียมและวงโคจรในประเทศไทย

ภูมิทัศน์กฎหมายกิจการอวกาศ โทรคมนาคมดาวเทียม และการกำกับดูแลวงโคจรในประเทศไทย

การกำกับดูแลกิจการดาวเทียมและสิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนจากระบบสัมปทานเดิมมาสู่ระบบใบอนุญาต (Licensing Regime) โดยมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งฉบับที่ใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อทางการของพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2553 และชื่อ กสทช.] และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544

ภายใต้โครงสร้างกฎหมายปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจดาวเทียมในประเทศไทยต้องคาบเกี่ยวกับการกำกับดูแล 3 ระดับ:

  1. ระดับกฎหมายภายในประเทศ (National Regulation): การได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม [ต้องยืนยันมาตรา] ควบคู่กับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 7 ซึ่งมีสามแบบ กิจการดาวเทียมรายใดต้องถือแบบใดให้ตรวจจากลักษณะการให้บริการและประกาศของคณะกรรมการ และหากกิจการใช้คลื่นความถี่ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ด้วยตามมาตรา 10
  2. ระดับความมั่นคงแห่งชาติ (National Security & Foreign Ownership): ผู้ขอรับใบอนุญาตแบบที่สองและแบบที่สามต้องมิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 8 (1) ประกอบพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ส่วนภาระการสงวนความจุช่องสัญญาณ (Transponder Capacity) เพื่อกิจการของรัฐ ต้องตรวจจากเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต สัญญาสัมปทานเดิม หรือสัญญากับหน่วยงานรัฐของกิจการเป้าหมาย [ต้องยืนยันมาตรา: ฐานกฎหมายของการสงวนความจุช่องสัญญาณ]
  3. ระดับกฎหมายระหว่างประเทศ (International Space & Radio Law): ข้อบังคับวิทยุ (Radio Regulations) ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ในการจัดสรรความถี่และวงโคจร รวมถึงพันธกรณีตามสนธิสัญญาอวกาศส่วนนอก (Outer Space Treaty 1967) และอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิด (Liability Convention 1972)

บทความนี้มุ่งการตรวจสอบสถานะใบอนุญาตและสิทธิวงโคจรเมื่อเข้าซื้อกิจการดาวเทียม ส่วนสัญญาให้บริการเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมวงโคจรต่ำระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ ได้แก่ ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) เหตุสุดวิสัยจากสภาพอวกาศ ข้อจำกัดความรับผิด และหน้าที่ของผู้ให้บริการต่อคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ดูรายละเอียดใน สัญญาให้บริการระบบเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมวงโคจรต่ำและการสื่อสารบรอดแบนด์ผ่านอวกาศ ทั้งสองบทความอ้างมาตราหลักเรื่องใบอนุญาตและหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ชุดเดียวกัน ได้แก่ มาตรา 7 ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมสามแบบ มาตรา 8 (1) ว่าด้วยผู้ขอรับใบอนุญาตแบบที่สองและแบบที่สามที่ต้องมิใช่คนต่างด้าว มาตรา 10 ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ มาตรา 22 ว่าด้วยการรายงานเหตุการณ์สำคัญต่อเลขาธิการ และมาตรา 54 ว่าด้วยความเห็นชอบก่อนทำสัญญากับบุคคลหรือนิติบุคคลในต่างประเทศ นอกจากนี้ แต่ละบทความยังอ้างมาตราอื่นของพระราชบัญญัติเดียวกันเพิ่มเติมตามประเด็นของตน

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

การละเลยการตรวจสอบสถานะความเสี่ยง (Due Diligence) ด้านกฎหมายดาวเทียมอาจก่อให้เกิดความเสียหายเชิงธุรกิจร้ายแรง ดังนี้:

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความคิดทางกฎหมาย / ประเด็นหลักฐานกฎหมายอ้างอิงผลทางกฎหมายและความเสี่ยง
C-INVEST-19-01การขอรับใบอนุญาตใช้วงโคจรดาวเทียม (Orbital Slot Allocation)กฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม [ต้องยืนยันมาตรา] และประกาศของ กสทช. ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]สิทธิการใช้วงโคจรต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ส่วนเงื่อนไขการโอนสิทธิ การเปลี่ยนอำนาจควบคุม การริบหลักประกัน ระยะเวลาอนุญาต และเหตุเพิกถอน ต้องตรวจจากตัวบทฉบับปัจจุบัน ประกาศ และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตของกิจการเป้าหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
C-INVEST-19-02ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 7 และมาตรา 10ใบอนุญาตมีสามแบบ แบบที่สามใช้กับผู้ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองและให้บริการแก่บุคคลทั่วไปจำนวนมาก หรืออาจมีผลกระทบโดยนัยสำคัญต่อการแข่งขัน กิจการดาวเทียมรายใดต้องถือแบบใดให้ตรวจจากลักษณะการให้บริการและประกาศของคณะกรรมการ หากใช้คลื่นความถี่ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ด้วย และหากถูกเพิกถอนการใช้คลื่นความถี่ใด ให้ถือว่าถูกเพิกถอนใบอนุญาตในส่วนที่ใช้คลื่นความถี่นั้นด้วย ส่วนข้อจำกัดเรื่องคนต่างด้าวอยู่ในมาตรา 8 (1) ตามแถว C-INVEST-19-03
C-INVEST-19-03ข้อจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าวและการควบคุมพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 8 (1) และพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4ผู้ขอรับใบอนุญาตแบบที่สองและแบบที่สามต้องมิใช่คนต่างด้าว ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนถือโดยคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว ผู้ถือหุ้นต่างด้าวรวมกันจึงต้องต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทุน และคณะกรรมการอาจกำหนดข้อห้ามการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวเพิ่มเติม ผู้ตรวจสอบจึงต้องตรวจการถือหุ้นแทน (Nominee) และสัญญาที่ให้อำนาจควบคุมแอบแฝงด้วย
C-INVEST-19-04การประสานงานความถี่ระหว่างประเทศและการรักษาสิทธิ ITUข้อบังคับวิทยุของ ITU (ITU Radio Regulations) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ข้อบังคับวิทยุ ITU ฉบับที่ใช้บังคับ]สิทธิในวงโคจรระดับสากลผูกพันกับข้อบังคับวิทยุของ ITU หากไม่สามารถนำดาวเทียมเข้าใช้งาน (Bringing Into Use - BIU) ภายในกำหนดเวลาตามข้อบังคับ สิทธิอาจตกไป จึงต้องตรวจสถานะข่ายงานและกำหนดเวลาจากระบบของ ITU และจากสำนักงาน กสทช. ในวันที่ตรวจสอบ
C-INVEST-19-05ความรับผิดต่อขยะอวกาศและการปลดระวางดาวเทียมOuter Space Treaty 1967 และ Liability Convention 1972 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ข้อบทของสนธิสัญญาอวกาศ ค.ศ. 1967 และอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิด ค.ศ. 1972] และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420ความรับผิดระหว่างรัฐต้องตรวจจากข้อบทของอนุสัญญา ส่วนความรับผิดของผู้ประกอบการและการไล่เบี้ยเป็นเรื่องของกฎหมายภายในและสัญญา เช่น ความรับผิดฐานละเมิด ในกรณีซื้อหุ้น ความรับผิดยังอยู่ที่บริษัทเป้าหมาย ผู้ซื้อจึงต้องตรวจแผน De-orbiting กรมธรรม์ประกันภัย และกลไกชดใช้ในสัญญา

ขั้นตอนการประมูลและเงื่อนไขการอนุญาตใช้วงโคจรดาวเทียมของ กสทช. Orbital Slot Packages

กสทช. ได้กำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Orbital Slot Packages) โดยประกาศของ กสทช. [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม [ต้องยืนยันมาตรา] เงื่อนไขการโอนสิทธิ การเปลี่ยนอำนาจควบคุม การริบหลักประกัน ระยะเวลาอนุญาต และเหตุเพิกถอน ต้องตรวจจากตัวบทฉบับปัจจุบัน ประกาศ และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตของกิจการเป้าหมาย ประเด็นที่ทีม Due Diligence ต้องตรวจสอบมีดังนี้:

  1. รูปแบบการอนุญาต: เป็นการอนุญาตใช้สิทธิในตำแหน่งวงโคจรและข่ายงานดาวเทียมตามชุด (Package) ที่ กสทช. กำหนด โดยมีระยะเวลาการอนุญาตตามที่ระบุในใบอนุญาตของกิจการเป้าหมาย
  2. เงื่อนไขการรักษาสิทธิ: ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องดำเนินการส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรและเปิดให้บริการตามกรอบเวลาที่ กสทช. และ ITU กำหนด หากไม่สามารถปฏิบัติตามได้ อาจถูกริบหลักประกันและถูกยกเลิกการให้สิทธิตามเงื่อนไขของใบอนุญาต [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  3. การโอนสิทธิและ Change of Control: ความจำเป็นต้องขอความเห็นชอบการโอนสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลักหรืออำนาจบริหาร (Change of Control) ให้ตรวจจากตัวบทที่ใช้บังคับและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตของกิจการเป้าหมาย [ต้องยืนยันมาตรา: การขอความเห็นชอบการโอนสิทธิวงโคจรและการเปลี่ยนอำนาจควบคุม] ส่วนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 22 กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตรายงานเลขาธิการก่อนจะทำสัญญาให้บุคคลอื่นมีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงาน และรายงานทันทีเมื่อกระทำหรือถูกกระทำอันมีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการหรือถูกครอบงำกิจการตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และผู้รับใบอนุญาตต้องได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. ก่อนทำสัญญากับบุคคลหรือนิติบุคคลในต่างประเทศตามที่ประกาศกำหนดตามมาตรา 54

การประสานงานความถี่ระหว่างประเทศกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ITU Coordination & Filing Status

กระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศในการรักษาสิทธิวงโคจรดาวเทียมอยู่ภายใต้ข้อบังคับของ ITU Radio Regulations ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องตรวจสอบสถานะทางกฎหมายดังนี้:

การตรวจสอบโครงสร้างดาวเทียม: Remaining Fuel Life, In-Orbit Anomalies, และแผนกำจัดขยะอวกาศ Post-Mission Disposal

ทางด้านเทคนิคและกฎหมายเกี่ยวเนื่อง ผู้ซื้อต้องตรวจสอบสถานะทางกายภาพและความรับผิดด้านสิ่งแวดล้อมอวกาศ:

LAS Practice Note: การออกแบบข้อสัญญา Regulatory Approvals as Conditions Precedent (CPs), Orbital Slot Indemnity, และ Space Insurance Requirements

เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นหรือทรัพย์สินในธุรกิจดาวเทียม ร่างสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA) ควรมีการกำหนดเงื่อนไขทางกฎหมายดังนี้:

  1. Conditions Precedent (CPs) ด้านการกำกับดูแล:
  1. Orbital Slot Indemnity:
  1. Space Insurance Requirements:

ข้อต่อสู้ของผู้ขายกับผู้ซื้อ Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

บริบท

กลุ่มทุนโทรคมนาคมเข้าซื้อกิจการบริษัทผู้ให้บริการดาวเทียมบรอดแบนด์วงโคจรต่ำ (LEO Constellation) มูลค่า 2,500 ล้านบาท โดยบริษัทเป้าหมายได้รับสิทธิใช้วงโคจรดาวเทียมชุดที่จัดสรรโดย กสทช.

การตรวจพบความเสี่ยงระหว่าง Due Diligence

  1. เงื่อนไขเวลา กสทช.: สิทธิวงโคจรที่บริษัทเป้าหมายถือครองอยู่มีเงื่อนไขบังคับให้ต้องส่งดาวเทียมดวงใหม่เข้าสวมสิทธิภายในกำหนดตามเงื่อนไขของใบอนุญาต ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 8 เดือน แต่บริษัทยังไม่ได้เริ่มกระบวนการจัดจ้างผู้ผลิตดาวเทียม
  2. ข้อผูกพันรัฐบาล: พบสัญญาสงวนช่องสัญญาณดาวเทียม (Transponder Capacity) ให้แก่หน่วยงานความมั่นคงของรัฐโดยไม่คิดค่าตอบแทน ซึ่งกินความจุสัญญาณไปกว่า 15% ของความจุทั้งหมด
  3. ปัญหาเชื้อเพลิงและขยะอวกาศ: ดาวเทียมรุ่นเดิมในกลุ่ม LEO จำนวน 2 ดวง เกิดปัญหาความผิดปกติในระบบควบคุมทิศทาง (Attitude Control Anomaly) และมีระดับเชื้อเพลิงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในการทำ De-orbiting

การประเมินความเสี่ยงและการทำข้อสัญญา (Walkthrough)

Checklist 10 จุดตรวจ Satellite & Orbital Slot Regulatory Due Diligence

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากบริษัทเป้าหมายถูกเพิกถอนสิทธิวงโคจรดาวเทียมโดย กสทช. จะสามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่?
ต้องแยกตามประเภทของคำสั่ง ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 65 คำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา 64 อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ส่วนการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามมาตรา 66 เป็นอำนาจของคณะกรรมการเอง สำหรับช่องทางและกำหนดเวลาโต้แย้งคำสั่งเพิกถอนสิทธิวงโคจรซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ [ต้องยืนยันมาตรา] รวมทั้งกำหนดเวลาฟ้องคดีต่อศาลปกครองและการขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งในระหว่างการพิจารณา ให้ตรวจตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
การให้คนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนผ่านบริษัทเฉพาะกิจ (SPV) ที่จดทะเบียนในไทย สามารถทำได้หรือไม่?
โดยทั่วไปทำไม่ได้ ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สองและแบบที่สามต้องมิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 8 (1) และตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 คนต่างด้าวรวมถึงนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนถือโดยคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนถือโดยนิติบุคคลดังกล่าว การถือหุ้นผ่านบริษัทเฉพาะกิจ (SPV) ที่จดทะเบียนในไทยจึงไม่ทำให้พ้นจากนิยามคนต่างด้าว ผู้ตรวจสอบต้องตรวจผู้ถือหุ้นทุกลำดับชั้น และคณะกรรมการอาจกำหนดข้อห้ามการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวเพิ่มเติม ส่วนผลต่อใบอนุญาตเมื่อตรวจพบการถือหุ้นแทน (nominee) เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดนี้ ต้องตรวจจากประกาศของคณะกรรมการและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
ใครเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายหากดาวเทียมหมดอายุและชนกับดาวเทียมดวงอื่น กลายเป็นขยะอวกาศ?
ความรับผิดระหว่างรัฐอยู่ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความรับผิด ค.ศ. 1972 (Liability Convention 1972) ซึ่งต้องตรวจข้อบทเรื่องนิยามรัฐผู้ส่ง (Launching State) และการแยกกรณีความเสียหายบนพื้นโลกหรือต่ออากาศยานขณะบิน ออกจากกรณีความเสียหายนอกพื้นโลก เช่น การชนกับดาวเทียมดวงอื่น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ข้อบทของสนธิสัญญาอวกาศ ค.ศ. 1967 และอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิด ค.ศ. 1972] ส่วนความรับผิดของผู้ประกอบการและการไล่เบี้ยเป็นเรื่องของกฎหมายภายในและสัญญา เช่น ความรับผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ในกรณีซื้อหุ้น ความรับผิดยังอยู่ที่บริษัทเป้าหมาย ผู้ซื้อรับผลกระทบทางเศรษฐกิจผ่านมูลค่าหุ้น จึงต้องตรวจกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดและกลไกชดใช้ในสัญญา

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ