- เงื่อนไขการแปรสภาพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246/1 และมาตรา 1246/2: ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดจะแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดได้ต้องได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (มาตรา 1246/1) ทุนเรือนหุ้นของบริษัทต้องเท่ากับส่วนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนในห้างหุ้นส่วน และต้องกำหนดจำนวนหุ้นที่ตกได้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคน (มาตรา 1246/2 (2)) โดยเงินที่ชำระแล้วในแต่ละหุ้นต้องไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น (มาตรา 1246/2 (3))
- การคุ้มครองเจ้าหนี้และผลของการจดทะเบียนตามมาตรา 1246/1 (2) มาตรา 1246/5 และมาตรา 1246/6: ห้างต้องประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวและมีหนังสือบอกกล่าวไปยังบรรดาผู้ซึ่งรู้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของห้าง เจ้าหนี้ผู้คัดค้านต้องส่งคำคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันที่บอกกล่าว และหากมีการคัดค้าน ห้างจะแปรสภาพมิได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้นแล้ว (มาตรา 1246/1 (2)) เมื่อจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดแล้ว ห้างเดิมหมดสภาพการเป็นห้างหุ้นส่วน (มาตรา 1246/5) และบริษัทย่อมได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของห้างเดิมทั้งหมด (มาตรา 1246/6) ซึ่งเป็นการรับช่วงโดยผลของกฎหมาย (Universal Succession)
- ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมตามมาตรา 1246/7: หากบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ที่รับมาจากห้างเดิมได้ เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้เอาจากผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตามที่ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนต้องรับผิดในหนี้ของห้าง กล่าวคือ ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด (ไม่เฉพาะหุ้นส่วนผู้จัดการ) รับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวน (มาตรา 1246/7 ประกอบมาตรา 1077 (2) สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด และมาตรา 1025 สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน) ส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมีจำกัดความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้น (มาตรา 1077 (1)) และต้องพิจารณาประกอบกับมาตรา 1095 ซึ่งให้เจ้าหนี้ของห้างฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้ต่อเมื่อห้างเลิกกันแล้ว และได้เพียงจำนวนที่มาตรานั้นกำหนด ทั้งนี้ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่ามาตรา 1095 จะนำมาใช้กับการแปรสภาพซึ่งไม่ต้องเลิกห้างอย่างไร นอกจากนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่ยินยอมให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้างต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด (มาตรา 1082) และผู้ที่สอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน (มาตรา 1088) มาตรา 1246/7 มิได้กำหนดระยะเวลาสองปีไว้ ส่วนจะนำหลักที่จำกัดความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนไว้เพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วนตามมาตรา 1068 มาใช้กับกรณีแปรสภาพได้หรือไม่ ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง และ ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 LAS ยังมิได้ยืนยันแนวคำพิพากษาในประเด็นนี้ อย่างไรก็ดี แม้มาตรา 1246/7 มิได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของความรับผิด การเรียกให้ชำระหนี้ก็ยังอยู่ภายใต้บทบัญญัติว่าด้วยอายุความ (มาตรา 193/30) ส่วนจะใช้อายุความของหนี้เดิมและเริ่มนับเมื่อใด ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เนื่องจากมีความเรียบง่ายในการจัดการ แต่เมื่อธุรกิจขยายตัวและต้องการความน่าเชื่อถือหรือต้องการจำกัดความรับผิดทางกฎหมาย จึงเลือกแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ "การคิดว่าเมื่อเป็นบริษัทแล้ว หนี้เก่าของ หจก. จะกลายเป็นหนี้ที่จำกัดความรับผิดทันที" หรือ "การกังวลว่าต้องทำสัญญาโอนทรัพย์สินใหม่ทุกรายการ" จุดพลิกสำคัญอยู่ที่มาตรา 1246/6 และมาตรา 1246/7 กล่าวคือ บริษัทรับไปทั้งหนี้ของห้าง แต่หากบริษัทไม่สามารถชำระหนี้นั้นได้ เจ้าหนี้ยังบังคับเอาจากผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมได้ตามความรับผิดที่แต่ละคนมีต่อหนี้ของห้าง ซึ่งมิได้จำกัดเฉพาะหุ้นส่วนผู้จัดการ บทความนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจกลไกการสวมสิทธิและความรับผิดที่ยังคงอยู่เพื่อการวางแผนที่ถูกต้อง
ภูมิทัศน์กฎหมายการแปรสภาพนิติบุคคลธุรกิจของไทย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 22 หมวด 4 ส่วนที่ 12)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติเรื่องการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดไว้ในลักษณะ 22 หมวด 4 บริษัทจำกัด ส่วนที่ 12 (มาตรา 1246/1 ถึงมาตรา 1246/7) เพื่อให้ธุรกิจเปลี่ยนรูปแบบองค์กรเป็นบริษัทจำกัดได้โดยไม่ต้องเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชีก่อนแล้วจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการแปรสภาพแล้ว ห้างเดิมหมดสภาพการเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด (มาตรา 1246/5) และบริษัทย่อมได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของห้างเดิมทั้งหมด (มาตรา 1246/6) ผลดังกล่าวเป็นการรับช่วงสิทธิและหน้าที่โดยผลของกฎหมาย มิใช่การที่ห้างเดิมดำรงอยู่ต่อไปในรูปแบบเดิม
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
- การหลงคิดว่าหนี้เดิมจำกัดความรับผิดแล้ว: ผู้ประกอบการมักเข้าใจผิดว่าหนี้สินที่ หจก. เคยก่อไว้ จะถูกจำกัดความรับผิดตามทุนจดทะเบียนทันทีหลังแปรสภาพ ซึ่งในความเป็นจริง บริษัทเป็นผู้รับหนี้เหล่านั้นไปทั้งหมด (มาตรา 1246/6) และหากบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ที่รับมาได้ เจ้าหนี้ยังบังคับเอาจากผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมได้ตามความรับผิดที่แต่ละคนมีต่อหนี้ของห้าง ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดจึงยังอาจต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวน (มาตรา 1246/7) โดยมาตรา 1246/7 มิได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของความรับผิดนี้ไว้ แต่การเรียกให้ชำระหนี้ยังอยู่ภายใต้บทบัญญัติว่าด้วยอายุความ ซึ่งหากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ย่อมมีกำหนดสิบปี (มาตรา 193/30)
- ปัญหาการโอนใบอนุญาตและการสวมสิทธิสัญญาคู่ค้า: แม้จะมีหลัก Universal Succession แต่ในทางปฏิบัติ ใบอนุญาตเฉพาะทางบางประเภทหรือสัญญาที่มีข้อกำหนดห้ามโอนสิทธิหรือหน้าที่หรือห้ามเปลี่ยนตัวคู่สัญญา (Anti-Assignment) หรือมีข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้ควบคุมกิจการ (Change of Control) อาจต้องแจ้งและประสานงานกับคู่สัญญาหรือหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตเพิ่มเติม ข้อกำหนดสองประเภทนี้แตกต่างกัน ประเภทแรกเกี่ยวกับการโอนสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาไปยังบุคคลอื่น ส่วนประเภทหลังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรืออำนาจควบคุมของคู่สัญญา การแปรสภาพจะเข้าข้อกำหนดใดหรือไม่จึงต้องพิจารณาจากถ้อยคำของสัญญาแต่ละฉบับ ประกอบกับหลักตามมาตรา 1246/6 ที่บริษัทย่อมได้ไปทั้งสิทธิและความรับผิดของห้างเดิมทั้งหมด
- ภาระภาษีจากการแปรสภาพ: การแปรสภาพอาจมีประเด็นเรื่องการตีราคาทรัพย์สินและการโอนทางบัญชีที่ต้องพิจารณาตามประมวลรัษฎากรประกอบด้วย
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
ตารางต่อไปนี้สรุปข้อความทางกฎหมายที่เป็นแกนของบทความ พร้อมมาตราที่รองรับตามตัวบทประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับปัจจุบัน และสถานะการตรวจของแต่ละข้อความ
| Claim ID | หัวข้อทางกฎหมาย | การอ้างอิง ป.พ.พ. | คำอธิบายโดยสรุป | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| C-SHARE-14-01 | ความยินยอมและทุนเรือนหุ้น | มาตรา 1246/1 และมาตรา 1246/2 (2) และ (3) | การแปรสภาพต้องได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน ทุนเรือนหุ้นของบริษัทต้องเท่ากับส่วนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน และเงินที่ชำระแล้วในแต่ละหุ้นต้องไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHARE-14-02 | การแจ้งนายทะเบียนและการบอกกล่าวเจ้าหนี้ | มาตรา 1246/1 (1) และ (2) | แจ้งความยินยอมเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วัน ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราว และมีหนังสือบอกกล่าวไปยังบรรดาผู้ซึ่งรู้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของห้าง | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHARE-14-03 | สิทธิคัดค้านของเจ้าหนี้ | มาตรา 1246/1 (2) | เจ้าหนี้ส่งคำคัดค้านได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่บอกกล่าว หากมีการคัดค้าน ห้างจะแปรสภาพมิได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้นแล้ว | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHARE-14-04 | การได้ไปซึ่งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิด | มาตรา 1246/6 | เมื่อจดทะเบียนแปรสภาพแล้ว บริษัทย่อมได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของห้างเดิมทั้งหมด (Universal Succession) | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHARE-14-05 | ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิม | มาตรา 1246/7 ประกอบมาตรา 1077 มาตรา 1082 มาตรา 1088 มาตรา 1095 และมาตรา 193/30 | หากบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ที่รับมาจากห้างได้ เจ้าหนี้บังคับเอาจากผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตามที่แต่ละคนต้องรับผิดในหนี้ของห้าง ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวน ส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องพิจารณามาตรา 1095 ซึ่งผูกสิทธิฟ้องร้องของเจ้าหนี้ไว้กับการที่ห้างเลิกกัน โดยตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่าจะนำมาใช้กับการแปรสภาพอย่างไร แต่ผู้ที่เข้ากรณีตามมาตรา 1082 หรือมาตรา 1088 ต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวน มาตรา 1246/7 มิได้กำหนดระยะเวลาสองปี การนำมาตรา 1068 มาใช้กับกรณีแปรสภาพยังไม่มีตัวบทบัญญัติไว้โดยตรง และการเรียกให้ชำระหนี้ยังอยู่ภายใต้บทบัญญัติว่าด้วยอายุความ | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHARE-14-06 | การประชุม การส่งมอบกิจการ และการขอจดทะเบียน | มาตรา 1246/2 ถึงมาตรา 1246/4 | ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนประชุมดำเนินการตามมาตรา 1246/2 หุ้นส่วนผู้จัดการเดิมส่งมอบกิจการภายในสิบสี่วัน หากผู้เป็นหุ้นส่วนยังไม่ได้ชำระเงินค่าหุ้นหรือชำระไม่ครบร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น หรือยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินหรือทำเอกสารหลักฐานการใช้สิทธิ คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการ และผู้เป็นหุ้นส่วนต้องดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง และคณะกรรมการขอจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่ดำเนินการตามมาตรา 1246/3 ครบถ้วน | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHARE-14-07 | ห้างเดิมหมดสภาพ | มาตรา 1246/5 | เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการแปรสภาพแล้ว ห้างเดิมหมดสภาพการเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และนายทะเบียนหมายเหตุไว้ในทะเบียน | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
ข้อความทุกแถวได้ตรวจเทียบกับตัวบทมาตรา 1246/1 ถึงมาตรา 1246/7 และมาตราอื่นที่อ้างในตารางแล้ว ส่วนประเด็นที่ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง ได้แก่ ระยะเวลาสิ้นสุดความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิม และวิธีพิสูจน์ว่าบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ได้ อธิบายไว้ในหัวข้อที่ 6 และหัวข้อที่ 8 และการนำมาตรา 1095 มาใช้กับผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในกรณีแปรสภาพ อธิบายไว้ในหัวข้อที่ 6 และหัวข้อที่ 9
วิเคราะห์ขั้นตอนมติและข้อตกลงของผู้เป็นหุ้นส่วน
ตามมาตรา 1246/1 หัวใจสำคัญคือ ความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน ซึ่งตัวบทมิได้บัญญัติข้อยกเว้นให้สัญญาจัดตั้งห้างกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากหรือวิธีอื่นแทนได้ และเมื่อพ้นขั้นตอนคุ้มครองเจ้าหนี้แล้ว ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนยังต้องประชุมเพื่อให้ความยินยอมและดำเนินการตามมาตรา 1246/2 อีกชั้นหนึ่ง ประเด็นที่ต้องระวังคือการแปลง "ส่วนลงหุ้น" (Capital Contribution) ของห้างหุ้นส่วน ซึ่งอาจเป็นเงินสดหรือทรัพย์สิน ให้กลายเป็น "จำนวนหุ้น" และ "มูลค่าหุ้น" (Par Value) ของบริษัทจำกัด ทุนเรือนหุ้นของบริษัทต้องเท่ากับส่วนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนในห้างหุ้นส่วน และต้องกำหนดจำนวนหุ้นที่ตกได้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคน (มาตรา 1246/2 (2)) โดยมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้นต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท (มาตรา 1117 ซึ่งมาตรา 1246/2 ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับบริษัทจำกัดมาใช้บังคับโดยอนุโลม)
นอกจากนี้ ในการแปรสภาพต้องกำหนดเงินที่ได้ชำระแล้วในแต่ละหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น (มาตรา 1246/2 (3)) หากผู้เป็นหุ้นส่วนยังไม่ได้ชำระเงินค่าหุ้นหรือชำระไม่ครบร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น หรือยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินหรือทำเอกสารหลักฐานการใช้สิทธิต่าง ๆ ให้แก่คณะกรรมการ คณะกรรมการบริษัทต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้เป็นหุ้นส่วนดำเนินการดังกล่าว และผู้เป็นหุ้นส่วนต้องดำเนินการให้แก่คณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง (มาตรา 1246/3)
สิทธิการคัดค้านของเจ้าหนี้และข้อห้ามดำเนินการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246/1 (2) กำหนดกลไกคุ้มครองเจ้าหนี้ไว้ว่า ห้างต้องประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราว และมีหนังสือบอกกล่าวไปยังบรรดาผู้ซึ่งรู้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของห้าง เพื่อแจ้งว่าห้างประสงค์จะแปรสภาพเป็นบริษัทและขอให้เจ้าหนี้ผู้มีข้อคัดค้านส่งคำคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันที่บอกกล่าวนั้น ตัวบทมิได้ระบุว่าวันที่บอกกล่าวหมายถึงวันที่ส่งหนังสือ วันที่เจ้าหนี้ได้รับหนังสือ หรือวันที่ลงประกาศโฆษณา ในทางปฏิบัติ LAS แนะนำให้ส่งหนังสือบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับเพื่อใช้เป็นหลักฐาน และนับกำหนดสามสิบวันอย่างระมัดระวังตามหมายเหตุในหัวข้อที่ 7 ห้างจะดำเนินการขั้นต่อไปตามมาตรา 1246/2 ได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
- ไม่มีเจ้าหนี้รายใดส่งคำคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันที่บอกกล่าว
- มีการคัดค้าน แต่ห้างได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้รายนั้นแล้ว เพราะหากมีการคัดค้าน ห้างจะแปรสภาพมิได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้นแล้ว (มาตรา 1246/1 (2) และมาตรา 1246/2)
ขั้นตอนนี้เป็นเงื่อนไขก่อนการแปรสภาพเท่านั้น ส่วนการที่บริษัทได้ไปซึ่งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของห้างเป็นผลของการจดทะเบียนแปรสภาพตามมาตรา 1246/6 มิใช่ผลของการที่ไม่มีเจ้าหนี้คัดค้าน
เจาะลึกมาตรา 1246/6 และมาตรา 1246/7: ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมต่อหนี้ที่บริษัทรับมาจากห้าง
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างที่แปรสภาพ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แยกผลของการจดทะเบียนแปรสภาพไว้สองมาตรา มาตรา 1246/6 บัญญัติว่าเมื่อจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดแล้ว บริษัทย่อมได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของห้างเดิมทั้งหมด บริษัทจึงเป็นผู้ต้องชำระหนี้ที่ห้างก่อไว้ ส่วนความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมต่อหนี้เหล่านั้นอยู่ในมาตรา 1246/7 ซึ่งบัญญัติว่า
ถ้อยคำของมาตรา 1246/7 ทำให้ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมมีลักษณะสำคัญสามประการ ดังนี้
- เกิดขึ้นเมื่อบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ที่รับมาได้: เจ้าหนี้บังคับเอาจากผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมได้ต่อเมื่อบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ที่รับมาจากห้างได้ ส่วนเจ้าหนี้ต้องแสดงข้อเท็จจริงเพียงใดจึงจะถือว่าบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ได้ มาตรา 1246/7 มิได้กำหนดไว้ และเป็นเรื่องที่ศาลต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ควรสังเกตว่ามาตรา 1246/7 ใช้ถ้อยคำว่า "ไม่สามารถชำระหนี้" ซึ่งต่างจากหลักทั่วไปของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนตามมาตรา 1070 ที่บัญญัติว่า เมื่อใดห้างหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนผิดนัดชำระหนี้ เมื่อนั้นเจ้าหนี้ของห้างชอบที่จะเรียกให้ชำระหนี้เอาแต่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งก็ได้ และมาตรา 1080 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนสามัญมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วยหากมิได้ยกเว้นหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงไว้ ความแตกต่างของถ้อยคำนี้เป็นฐานของข้อโต้แย้งทั้งสองฝ่ายซึ่งอธิบายไว้ในหัวข้อที่ 8
- ขอบเขตเป็นไปตามจำพวกของผู้เป็นหุ้นส่วน: ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการหรือไม่ ต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน (มาตรา 1246/7 ประกอบมาตรา 1077 (2) สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด และมาตรา 1025 สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน) ส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมีจำกัดความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้น (มาตรา 1077 (1)) อย่างไรก็ดี เนื่องจากมาตรา 1246/7 ให้เจ้าหนี้บังคับเอาจากผู้เป็นหุ้นส่วน "ตามที่ผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วน" จึงต้องพิจารณามาตรา 1095 ประกอบด้วย มาตรา 1095 บัญญัติว่า ตราบใดที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน เจ้าหนี้ของห้างย่อมไม่มีสิทธิฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด และเมื่อห้างเลิกกันแล้ว เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องร้องได้เพียงจำนวนดังต่อไปนี้ คือ จำนวนลงหุ้นที่ยังค้างส่งแก่ห้าง จำนวนลงหุ้นที่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้ถอนไปจากสินทรัพย์ของห้าง และจำนวนเงินปันผลและดอกเบี้ยที่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้รับไปแล้วโดยทุจริตและฝ่าฝืนมาตรา 1084 การแปรสภาพทำให้ห้างเดิมหมดสภาพตามมาตรา 1246/5 โดยไม่ต้องเลิกห้างและชำระบัญชี ตัวบทจึงมิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่าเงื่อนไขเรื่องการเลิกห้างตามมาตรา 1095 จะนำมาใช้กับกรณีแปรสภาพอย่างไร และเมื่อส่วนลงหุ้นได้แปลงเป็นทุนเรือนหุ้นของบริษัทแล้ว (มาตรา 1246/2 (2)) ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดซึ่งชำระส่วนลงหุ้นครบแล้วจะยังต้องรับผิดเพิ่มเพียงใด ทั้งนี้ ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 LAS ยังมิได้ยืนยันแนวคำพิพากษาในประเด็นทั้งสองนี้ นอกจากนี้ ข้อยกเว้นตามบทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนจำกัดยังต้องนำมาพิจารณา กล่าวคือ มาตรา 1081 ห้ามมิให้เอาชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมาเรียกขานระคนเป็นชื่อห้าง และหากผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้าง ผู้นั้นต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด (มาตรา 1082) ส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่สอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน แต่การออกความเห็นและแนะนำ หรือการออกเสียงในการตั้งและถอดถอนผู้จัดการตามที่สัญญาหุ้นส่วนกำหนดไว้ ไม่นับว่าเป็นการสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้าง (มาตรา 1088)
- ใช้เฉพาะหนี้ที่บริษัทรับมาจากห้าง: หนี้ที่บริษัทก่อขึ้นเองหลังจดทะเบียนแปรสภาพเป็นหนี้ของบริษัท ซึ่งผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ (มาตรา 1096)
ระยะเวลาของความรับผิด: สิ่งที่ตัวบทบัญญัติและสิ่งที่ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง
มาตรา 1246/7 มิได้กำหนดระยะเวลาสองปีหรือระยะเวลาอื่นใดไว้ ข้อความที่ว่าผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมรับผิดต่อไปเพียงสองปีนับแต่วันจดทะเบียนแปรสภาพจึงไม่มีฐานจากบทบัญญัติมาตรา 1246/1 ถึงมาตรา 1246/7 ระยะเวลาสองปีที่ปรากฏในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีอื่น ได้แก่ มาตรา 1068 ซึ่งจำกัดความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนอันเกี่ยวแก่หนี้ที่ห้างก่อขึ้นก่อนตนออกจากหุ้นส่วนไว้เพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน และมาตรา 1272 ซึ่งห้ามฟ้องคดีเรียกหนี้สินซึ่งห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นลูกหนี้อยู่ในฐานเช่นนั้นเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี ขณะที่กระบวนการตามมาตรา 1246/1 ถึงมาตรา 1246/7 ไม่มีขั้นตอนการชำระบัญชี
จะนำหลักตามมาตรา 1068 มาใช้กับผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างที่แปรสภาพได้หรือไม่ ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง และ ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 LAS ยังมิได้ยืนยันแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหรือตำราที่วินิจฉัยประเด็นนี้ LAS จึงยังไม่อาจสรุปได้ ทั้งในทางที่ว่าความรับผิดสิ้นสุดเมื่อครบสองปีตามมาตรา 1068 และในทางที่ว่าความรับผิดไม่สิ้นสุดลงตามกำหนดสองปีของมาตรา 1068 ข้อโต้แย้งของแต่ละฝ่ายอธิบายไว้ในหัวข้อที่ 8
อย่างไรก็ดี แม้จะถือว่ามาตรา 1068 ไม่ใช้บังคับ สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ต่อผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมก็ยังอยู่ภายใต้บทบัญญัติว่าด้วยอายุความ ซึ่งหากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ย่อมมีกำหนดสิบปี (มาตรา 193/30) ทั้งนี้ ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่าสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 1246/7 ต้องใช้อายุความเดียวกับหนี้เดิมหรือไม่ และเริ่มนับเมื่อใด ซึ่งมาตรา 193/12 ให้อายุความเริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ และ ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 LAS ยังมิได้ยืนยันแนวคำพิพากษาในประเด็นนี้ อายุความเฉพาะของหนี้แต่ละประเภทและวิธีนับอายุความจึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
- แนวทางป้องกันความเสี่ยง (ข้อแนะนำทางปฏิบัติของ LAS): ผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมควรจัดทำบัญชีหนี้ของห้าง ณ วันจดทะเบียนแปรสภาพ ชำระหรือปรับโครงสร้างหนี้สำคัญก่อนยื่นขอจดทะเบียน และเจรจาให้เจ้าหนี้รายสำคัญตกลงเป็นหนังสือเรื่องความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิม ส่วนข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหาย (Indemnity) หรือการกันเงินไว้ในบัญชีพักเงิน (Escrow) ระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัทเป็นเพียงการจัดสรรภาระกันเองภายใน ไม่มีบทบัญญัติในมาตรา 1246/1 ถึงมาตรา 1246/7 ที่ให้ข้อตกลงเช่นนั้นตัดสิทธิของเจ้าหนี้ตามมาตรา 1246/7 และไม่ควรวางแผนโดยถือว่าความรับผิดจะสิ้นสุดเมื่อครบสองปี
LAS Practice Note: ไทม์ไลน์และขั้นตอน 8 ขั้นตอน
ตัวบทกำหนดลำดับที่แน่นอนตั้งแต่การประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนตามมาตรา 1246/2 เป็นต้นไป กล่าวคือ การประชุมตามมาตรา 1246/2 จะทำได้เมื่อไม่มีการคัดค้าน หรือมีการคัดค้านแต่ห้างได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้นแล้ว กำหนดสิบสี่วันตามมาตรา 1246/3 เริ่มนับเมื่อดำเนินการตามมาตรา 1246/2 เสร็จสิ้น และกำหนดสิบสี่วันตามมาตรา 1246/4 เริ่มนับเมื่อดำเนินการตามมาตรา 1246/3 ครบถ้วน ส่วนกำหนดสิบสี่วันในการแจ้งนายทะเบียนตามมาตรา 1246/1 (1) นับจากวันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอม มิใช่นับจากการเสร็จสิ้นของขั้นตอนอื่น และตัวบทมิได้กำหนดลำดับระหว่างการแจ้งนายทะเบียนกับการประกาศโฆษณาและบอกกล่าวเจ้าหนี้ตามมาตรา 1246/1 (2) การเรียงขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 ด้านล่างจึงเป็นการเรียงเพื่อความสะดวกในการอธิบาย มิใช่ลำดับที่ตัวบทบังคับ ขั้นตอนทั้งแปดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246/1 ถึงมาตรา 1246/4 และข้อแนะนำทางปฏิบัติของ LAS มีดังต่อไปนี้
- ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอมและแจ้งนายทะเบียน: เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอมให้แปรสภาพแล้ว ต้องแจ้งความยินยอมนั้นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอม (มาตรา 1246/1 (1))
- ประกาศโฆษณาและบอกกล่าวเจ้าหนี้: ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราว และมีหนังสือบอกกล่าวไปยังบรรดาผู้ซึ่งรู้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของห้าง แจ้งว่าห้างประสงค์จะแปรสภาพเป็นบริษัทและขอให้เจ้าหนี้ผู้มีข้อคัดค้านส่งคำคัดค้าน (มาตรา 1246/1 (2)) ในทางปฏิบัติ LAS แนะนำให้ส่งหนังสือบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
- รอกำหนดเวลาคัดค้าน: เจ้าหนี้ผู้คัดค้านต้องส่งคำคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันที่บอกกล่าว (มาตรา 1246/1 (2))
- จัดการข้อคัดค้าน (ถ้ามี): หากมีการคัดค้าน ห้างจะแปรสภาพมิได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้นแล้ว (มาตรา 1246/1 (2))
- ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน: เมื่อไม่มีการคัดค้าน หรือมีการคัดค้านแต่ห้างได้ชำระหนี้หรือให้ประกันแล้ว ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องประชุมเพื่อให้ความยินยอมและจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ (ถ้ามี) กำหนดทุนเรือนหุ้นซึ่งต้องเท่ากับส่วนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน กำหนดจำนวนหุ้นที่ตกได้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคน กำหนดเงินที่ได้ชำระแล้วในแต่ละหุ้นซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น กำหนดชนิดของหุ้น แต่งตั้งกรรมการและกำหนดอำนาจของกรรมการ และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี (มาตรา 1246/2)
- ส่งมอบกิจการและเรียกให้ชำระค่าหุ้น: หุ้นส่วนผู้จัดการเดิมต้องส่งมอบกิจการ ทรัพย์สิน บัญชี เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ ของห้างให้แก่คณะกรรมการบริษัทภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ดำเนินการตามมาตรา 1246/2 เสร็จสิ้น หากผู้เป็นหุ้นส่วนรายใดยังมิได้ชำระค่าหุ้นหรือชำระไม่ครบร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น หรือยังมิได้โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินหรือทำเอกสารหลักฐานการใช้สิทธิ คณะกรรมการต้องมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง (มาตรา 1246/3)
- ขอจดทะเบียนการแปรสภาพ: คณะกรรมการบริษัทต้องขอจดทะเบียนการแปรสภาพต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการตามมาตรา 1246/3 ครบถ้วน โดยยื่นรายงานการประชุมตามมาตรา 1246/2 หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นพร้อมคำขอ (มาตรา 1246/4) เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ว ห้างเดิมหมดสภาพการเป็นห้างหุ้นส่วน (มาตรา 1246/5) และบริษัทได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของห้างเดิม (มาตรา 1246/6)
- จัดการเลขประจำตัวผู้เสียภาษี: แจ้งเปลี่ยนแปลงสถานะต่อนายทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตารางต่อไปนี้สรุปกำหนดเวลาที่ตัวบทบัญญัติไว้พร้อมจุดเริ่มนับของแต่ละกำหนด ซึ่งเป็นจุดที่มักคลาดเคลื่อนในทางปฏิบัติ
| ขั้นตอน | กำหนดเวลา | เริ่มนับจาก | ฐานกฎหมาย |
|---|---|---|---|
| แจ้งความยินยอมต่อนายทะเบียน | ภายในสิบสี่วัน | วันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอม | มาตรา 1246/1 (1) |
| เจ้าหนี้ส่งคำคัดค้าน | ภายในสามสิบวัน | วันที่บอกกล่าว (ตัวบทใช้ถ้อยคำว่า "นับแต่วันที่บอกกล่าวนั้น" โปรดดูหมายเหตุใต้ตาราง) | มาตรา 1246/1 (2) |
| หุ้นส่วนผู้จัดการเดิมส่งมอบกิจการแก่คณะกรรมการ | ภายในสิบสี่วัน | วันที่ดำเนินการตามมาตรา 1246/2 เสร็จสิ้น | มาตรา 1246/3 |
| ผู้เป็นหุ้นส่วนชำระค่าหุ้น โอนกรรมสิทธิ์ หรือทำเอกสารหลักฐานการใช้สิทธิ | ภายในสามสิบวัน | วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการ | มาตรา 1246/3 |
| คณะกรรมการขอจดทะเบียนการแปรสภาพ | ภายในสิบสี่วัน | วันที่ดำเนินการตามมาตรา 1246/3 ครบถ้วน | มาตรา 1246/4 |
หมายเหตุเรื่องจุดเริ่มนับกำหนดคัดค้าน: มาตรา 1246/1 (2) บัญญัติให้เจ้าหนี้ส่งคำคัดค้านไปภายในสามสิบวัน "นับแต่วันที่บอกกล่าวนั้น" โดยมิได้ระบุว่าหมายถึงวันที่ส่งหนังสือบอกกล่าว วันที่เจ้าหนี้ได้รับหนังสือ หรือวันที่ลงประกาศโฆษณา และเมื่อมีเจ้าหนี้หลายราย วันที่บอกกล่าวแก่เจ้าหนี้แต่ละรายอาจไม่ตรงกัน ข้อแนะนำทางปฏิบัติของ LAS คือ ควรรอให้พ้นสามสิบวันนับจากวันที่หลังสุดระหว่างวันที่ลงประกาศโฆษณากับวันที่เจ้าหนี้รายสุดท้ายได้รับหนังสือบอกกล่าว และควรสอบถามแนวปฏิบัติของนายทะเบียนก่อนดำเนินการตามมาตรา 1246/2
กำหนดเวลาทั้งห้ารายการในตารางเป็นบทบัญญัติของกฎหมาย ส่วนขั้นตอนที่ 8 เรื่องภาษีเป็นข้อแนะนำทางปฏิบัติของ LAS ซึ่งต้องตรวจตามกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
ข้อต่อสู้ระหว่างฝ่ายบริษัทที่เกิดจากการแปรสภาพและผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมกับเจ้าหนี้เดิมของห้าง Devil's Advocate
ข้อพิพาทหลังการแปรสภาพมักเกิดในสามประเด็น คือ ขอบเขตของสิ่งที่บริษัทรับมาจากห้าง เงื่อนไขที่เจ้าหนี้จะบังคับเอาจากผู้เป็นหุ้นส่วนเดิม และระยะเวลาความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิม ตัวบทตอบประเด็นแรกได้ชัดเจน แต่ประเด็นที่สองและที่สามยังต้องอาศัยการวินิจฉัยของศาล
- ฝ่ายบริษัท: อาจยกข้อต่อสู้ว่าห้างเดิมหมดสภาพแล้วตามมาตรา 1246/5 เพื่อปฏิเสธความรับผิดบางประการที่มิใช่หนี้เงิน แต่ข้อต่อสู้นี้มีน้ำหนักน้อย เพราะมาตรา 1246/6 บัญญัติให้บริษัทได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของห้างเดิมทั้งหมด โดยมิได้จำกัดไว้เฉพาะหนี้เงิน
- ฝ่ายเจ้าหนี้: อาศัยมาตรา 1246/6 ยืนยันว่าบริษัทต้องรับไปทั้งสิทธิและความรับผิด สัญญาที่ห้างเคยทำไว้จึงตกแก่บริษัทโดยผลของกฎหมายโดยไม่ต้องทำสัญญาใหม่ และหากบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ที่รับมาได้ เจ้าหนี้ยังบังคับเอาจากผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมได้ตามมาตรา 1246/7
- ฝ่ายผู้เป็นหุ้นส่วนเดิม เรื่องเงื่อนไขการบังคับ: อาจโต้แย้งว่าเจ้าหนี้ต้องบังคับเอาจากบริษัทก่อนจนปรากฏว่าบริษัทไม่สามารถชำระได้จริง เพราะมาตรา 1246/7 ใช้ถ้อยคำว่า "ไม่สามารถชำระหนี้" ซึ่งต่างจากถ้อยคำ "ผิดนัดชำระหนี้" ในมาตรา 1070 เกณฑ์ของมาตรา 1246/7 จึงควรเข้มกว่าการผิดนัด ขณะที่เจ้าหนี้อาจโต้แย้งว่าการที่บริษัทผิดนัดและไม่ชำระหนี้ก็เพียงพอแล้ว โดยอาศัยหลักตามมาตรา 1070 ที่บัญญัติว่า เมื่อใดห้างหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนผิดนัดชำระหนี้ เมื่อนั้นเจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนนั้นชอบที่จะเรียกให้ชำระหนี้เอาแต่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งก็ได้ ซึ่งมาตรา 1080 ให้นำมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วยหากมิได้ยกเว้นหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปโดยบทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนจำกัด ทั้งนี้ สำหรับผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องพิจารณาประกอบกับมาตรา 1095 ตามที่อธิบายไว้ในหัวข้อที่ 6 มาตรา 1246/7 มิได้กำหนดวิธีพิสูจน์ไว้ และตัวบทมิได้ชี้ขาดว่าเกณฑ์ของมาตรา 1246/7 สัมพันธ์กับมาตรา 1070 อย่างไร ประเด็นนี้จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและการวินิจฉัยของศาล
- ฝ่ายผู้เป็นหุ้นส่วนเดิม เรื่องระยะเวลา: อาจโต้แย้งว่าเมื่อห้างหมดสภาพแล้ว ตนย่อมมีฐานะใกล้เคียงกับผู้เป็นหุ้นส่วนที่ออกจากหุ้นส่วน จึงควรนำหลักความรับผิดสองปีตามมาตรา 1068 มาใช้ ส่วนเจ้าหนี้อาจโต้แย้งว่ามาตรา 1246/7 เป็นบทบัญญัติเฉพาะเรื่องการแปรสภาพซึ่งมิได้กำหนดระยะเวลาไว้ และผู้เป็นหุ้นส่วนมิได้ออกจากหุ้นส่วนตามความหมายของมาตรา 1068 หากแต่ได้รับหุ้นของบริษัทที่รับหนี้นั้นไป (มาตรา 1246/2 (2)) ตัวบทมิได้ชี้ขาดประเด็นนี้ไว้โดยตรง
เมื่อชั่งน้ำหนักข้อโต้แย้งทั้งสองด้าน และเนื่องจาก ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 LAS ยังมิได้ยืนยันแนวคำพิพากษาที่วินิจฉัยประเด็นนี้โดยตรง LAS เห็นว่าผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมควรวางแผนบนสมมติฐานที่ระมัดระวังว่าความรับผิดตามมาตรา 1246/7 อาจยังมีอยู่เกินกว่าสองปี จนกว่าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้จะขาดอายุความ
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
ห้างหุ้นส่วนจำกัด D (ผู้รับเหมาก่อสร้าง) มีส่วนลงหุ้นรวม 10 ล้านบาท และมีหนี้กับสถาบันการเงิน 25 ล้านบาท ผู้เป็นหุ้นส่วนมีสามคน คือ A ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ B ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดซึ่งมิได้เป็นผู้จัดการ และ C ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดซึ่งรับจะลงหุ้น 2 ล้านบาท ต่อมาผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งสามคนตกลงแปรสภาพห้างเป็น บริษัท D จำกัด
- ทุนเรือนหุ้น: ทุนเรือนหุ้นของบริษัท D จำกัด ต้องเท่ากับส่วนลงหุ้นรวม 10 ล้านบาท ที่ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องกำหนดจำนวนหุ้นที่จะตกได้แก่ A B และ C แต่ละคน และกำหนดเงินที่ได้ชำระแล้วในแต่ละหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น (มาตรา 1246/2 (2) และ (3))
- การบอกกล่าวเจ้าหนี้: สถาบันการเงินเป็นเจ้าหนี้ที่ห้างรู้อยู่ ห้างจึงต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังสถาบันการเงินนอกเหนือจากการประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ หากสถาบันการเงินส่งคำคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันที่บอกกล่าว ห้างจะแปรสภาพมิได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้นแล้ว (มาตรา 1246/1 (2))
- การโอนสัญญาและหนี้: เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการแปรสภาพแล้ว ห้างเดิมหมดสภาพการเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด (มาตรา 1246/5) และสัญญาก่อสร้างที่ทำไว้กับลูกค้า รวมทั้งหนี้ 25 ล้านบาท ตกเป็นของบริษัท D จำกัด โดยผลของกฎหมาย (มาตรา 1246/6)
- ความรับผิด: หากสถาบันการเงินเรียกให้บริษัทชำระหนี้ 25 ล้านบาทแล้วบริษัทไม่สามารถชำระได้ สถาบันการเงินบังคับชำระหนี้เอาจากผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมได้ตามที่แต่ละคนต้องรับผิดในหนี้ของห้าง (มาตรา 1246/7) A และ B ต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวน แม้ B จะมิได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ส่วน C มีจำกัดความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้น คือ 2 ล้านบาท (มาตรา 1077 (1)) ซึ่งเป็นเพดานความรับผิด มิใช่จำนวนที่ C ต้องชำระเพิ่มเสมอ หากนำมาตรา 1095 มาใช้ สถาบันการเงินจะเรียกจาก C ได้เพียงจำนวนลงหุ้นที่ C ยังค้างส่ง จำนวนลงหุ้นที่ C ถอนไปจากสินทรัพย์ของห้าง และจำนวนเงินปันผลและดอกเบี้ยที่ C ได้รับไปแล้วโดยทุจริตและฝ่าฝืนมาตรา 1084 แต่ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่ามาตรา 1095 ซึ่งผูกไว้กับการเลิกห้างจะนำมาใช้กับการแปรสภาพอย่างไร ในทางกลับกัน หาก C ยินยอมให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้าง (มาตรา 1082) หรือสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้าง (มาตรา 1088) C ต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนเช่นเดียวกับ A และ B (โปรดดูข้อสังเกตเรื่องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในหัวข้อที่ 6) มาตรา 1246/7 มิได้กำหนดเงื่อนไขว่าสถาบันการเงินต้องฟ้องภายในสองปี ส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมจะยกหลักความรับผิดสองปีตามมาตรา 1068 ขึ้นต่อสู้ได้หรือไม่ ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง ทั้งนี้ สิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงินยังอยู่ภายใต้บทบัญญัติว่าด้วยอายุความ
- ข้อสรุปเชิงปฏิบัติ: A B และ C ควรตรวจสอบหนี้ของห้างทั้งหมดและเจรจาจัดการหนี้สำคัญกับสถาบันการเงินก่อนยื่นขอจดทะเบียน แทนการวางแผนโดยถือว่าความรับผิดจะสิ้นสุดเมื่อครบสองปี
Checklist 12 จุดตรวจการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
- ความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน และหนังสือแจ้งความยินยอมต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอม (มาตรา 1246/1 (1))
- ทุนเรือนหุ้นของบริษัทเท่ากับส่วนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน และเงินที่ชำระแล้วในแต่ละหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น (มาตรา 1246/2 (2) และ (3))
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สอดคล้องกับรายชื่อหุ้นส่วนเดิม
- หลักฐานการประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวตามมาตรา 1246/1 (2) (ตัวบทมิได้นิยามว่า "ท้องที่" หมายถึงท้องที่ใด จึงควรตรวจแนวปฏิบัติของนายทะเบียนก่อนเลือกหนังสือพิมพ์)
- หลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังบรรดาผู้ซึ่งรู้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของห้าง พร้อมบันทึกวันที่ส่งหนังสือ วันที่เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับหนังสือ และวันที่ลงประกาศโฆษณา เพราะกำหนดคัดค้านสามสิบวันตามมาตรา 1246/1 (2) นับแต่วันที่บอกกล่าวนั้น โดยตัวบทมิได้ระบุว่าหมายถึงวันใด (โปรดดูหมายเหตุในหัวข้อที่ 7) (ในทางปฏิบัติควรส่งทางไปรษณีย์ตอบรับเพื่อใช้เป็นหลักฐาน)
- หนังสือยืนยันว่าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้าน (หรือจัดการข้อคัดค้านแล้ว)
- การเตรียมร่างหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับใหม่
- หลักฐานการส่งมอบกิจการ ทรัพย์สิน บัญชี เอกสาร และหลักฐานของห้างจากหุ้นส่วนผู้จัดการเดิมแก่คณะกรรมการบริษัทภายในสิบสี่วัน และหนังสือของคณะกรรมการที่แจ้งให้ผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งยังไม่ได้ชำระเงินค่าหุ้นหรือชำระไม่ครบร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น หรือยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินหรือทำเอกสารหลักฐานการใช้สิทธิ ดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง (มาตรา 1246/3)
- คำขอจดทะเบียนการแปรสภาพซึ่งคณะกรรมการยื่นภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ดำเนินการตามมาตรา 1246/3 ครบถ้วน พร้อมรายงานการประชุมตามมาตรา 1246/2 หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (มาตรา 1246/4)
- การถ่ายโอนทางบัญชีและงบการเงิน ณ วันแปรสภาพ
- การแจ้งเปลี่ยนชื่อในเอกสารสิทธิ ทรัพย์สิน และใบอนุญาต
- บัญชีหนี้ของห้าง ณ วันจดทะเบียนแปรสภาพ พร้อมวันถึงกำหนดชำระและอายุความของหนี้แต่ละรายการ และแผนจัดการความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเดิมตามมาตรา 1246/7 ซึ่งไม่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าความรับผิดสิ้นสุดเมื่อครบสองปี
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246/1 ถึงมาตรา 1246/7 (ลักษณะ 22 หมวด 4 ส่วนที่ 12 การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 มาตรา 193/30 มาตรา 1025 มาตรา 1068 มาตรา 1070 มาตรา 1077 มาตรา 1080 มาตรา 1081 มาตรา 1082 มาตรา 1084 มาตรา 1088 มาตรา 1095 มาตรา 1096 มาตรา 1117 และมาตรา 1272
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)