- ใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานและการได้รับยกเว้น (ERC Licensing & Exemption Compliance): การประกอบกิจการพลังงานต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ส่วนกิจการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 47 วรรคสาม และคณะกรรมการอาจประกาศให้กิจการที่ได้รับยกเว้นนั้นต้องมาแจ้งต่อสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูลสถิติได้ตามมาตรา 47 วรรคสี่ การให้บริการอัดประจุไฟฟ้าของผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charge Point Operator: CPO) ต้องขอใบอนุญาตหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับว่าเข้านิยามกิจการไฟฟ้าตามมาตรา 5 และไม่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวหรือไม่ ผู้ซื้อกิจการต้องตรวจเป็นรายสถานี เพราะผู้ประกอบกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตแต่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินสองหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน (มาตรา 133) และคณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้หยุดหรือระงับการประกอบกิจการหรือปลดการเชื่อมต่อออกจากระบบโครงข่ายพลังงาน (มาตรา 49) ส่วนพระราชกฤษฎีกาและประกาศที่ใช้อยู่กับสถานีอัดประจุไฟฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัยทางวิศวกรรมไฟฟ้าที่ใช้บังคับกับสถานีแต่ละแห่ง ต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ความเสี่ยงในสัญญาเช่าพื้นที่และเงื่อนไขเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ (Site Lease & Change of Control Covenants): สถานีชาร์จส่วนใหญ่ติดตั้งบนพื้นที่เช่าในห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน อาคารสำนักงาน หรือคอนโดมิเนียม ในดีลซื้อหุ้น บริษัทเป้าหมายยังเป็นผู้เช่าและสัญญาเช่ายังผูกพันต่อไป ผู้ซื้อจึงต้องตรวจว่าสัญญาเช่ามีข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ (Change of Control) ที่ให้เจ้าของพื้นที่บอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ ส่วนในดีลซื้อทรัพย์สินหรือโอนกิจการ การโอนสิทธิการเช่าต้องได้รับความยินยอมของผู้ให้เช่าตามมาตรา 544 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า (Assignment Restriction) หากเจ้าของพื้นที่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา สถานีชาร์จที่ลงทุนไปอาจถูกบังคับให้รื้อถอน ทำให้มูลค่าการลงทุนในเครือข่ายสูญเปล่าทันที
- สัญญาซื้อขายไฟฟ้าและการันตีหัวจ่าย (Power Supply PPA & TOU Tariff Arbitrage): ต้องตรวจสอบประเภทอัตราค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าตามระเบียบที่ใช้บังคับ เช่น อัตราแบบ TOU [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และตรวจว่าระบบหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) มีกำลังไฟเพียงพอรองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charge โดยไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าหลักของอาคาร ตลอดจนภาระค้ำประกันหนี้ค่าไฟฟ้าต่อการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: กองทุนพลังงานสะอาดเข้าซื้อหุ้น 80% ในบริษัท CPO สตาร์ทอัพที่มีสถานีชาร์จ DC Fast Charge กว่า 150 แห่งทั่วประเทศ มูลค่าดีล 350 ล้านบาท โดยเน้นดูเฉพาะตัวเลขยอดการชาร์จ (Utilization Rate) และแผนที่จุดติดตั้ง
- ความเข้าใจผิด: ผู้ซื้อสันนิษฐานว่า อุปกรณ์ชาร์จที่ติดตั้งเปิดให้บริการอยู่แล้วย่อมผ่านการอนุญาตถูกต้อง และสัญญาเช่าพื้นที่กับสถานีบริการน้ำมันและศูนย์การค้าจะผูกพันต่อไปหลังการซื้อหุ้นโดยไม่ต้องตรวจข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ (Change of Control)
- จุดพลิก: สาระสำคัญทางกฎหมายคือ ภายหลังการปิดดีล การไฟฟ้านครหลวงเข้าตรวจสอบพบว่าสถานีชาร์จกว่า 40 แห่งมิได้ยื่นขออนุญาตเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (Grid Interconnection Approval) อย่างถูกต้อง และมีการดัดแปลงสายส่งไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจทำให้ถูกระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามข้อกำหนดของการไฟฟ้าที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาเช่าพื้นที่กับเครือข่ายปั๊มน้ำมันรายใหญ่ระบุเงื่อนไข Change of Control ว่าหากมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเกิน 50% สัญญาจะสิ้นสุดลงทันที ทำให้ผู้ซื้อสูญเสียทำเลทองไปกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ
- สิ่งที่ได้จากบทความ: กรอบกระบวนการทำ Legal Due Diligence สำหรับธุรกิจ EV Charging Network แบบเจาะลึก 5 มิติ: ใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและการยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550, สิทธิการใช้พื้นที่, สัญญาโครงข่ายไฟฟ้า MEA/PEA, มาตรฐานวิศวกรรม มอก., และ Checklist 10 จุดตรวจก่อนจรดปากกาลงนาม SPA
ภาพรวมอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้าและเครือข่าย CPO ในไทย
นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 ของรัฐบาลไทยส่งผลให้ธุรกิจสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ (Charge Point Operator: CPO) มีทั้งในรูปแบบการลงทุนสร้างสถานีเองทั้งหมด (Full Capex) และการร่วมลงทุนกับเจ้าของพื้นที่ (Revenue Sharing Model)
การเข้าซื้อกิจการเครือข่ายสถานีชาร์จ (CPO M&A) จึงมิใช่เพียงการซื้อสินทรัพย์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นการเข้าถือสิทธิ์ใน "เครือข่ายทำเลที่ตั้ง" (Location Portfolio), "โควตาการใช้ไฟฟ้า" (Power Capacity Rights), และ "แพลตฟอร์มบริหารจัดการ" (CSMS Platform) การตรวจสอบสถานะความเสี่ยงด้านกฎหมาย (Legal Due Diligence) จึงเป็นปราการด่านสำคัญที่สุดในการปกป้องมูลค่าการลงทุน
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
- การถูกตัดกระแสไฟฟ้าและระงับการให้บริการ: หากการติดตั้งมิได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (MEA/PEA) สถานีอาจถูกระงับการจ่ายไฟฟ้าตามข้อกำหนดของการไฟฟ้าที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และต้องหยุดให้บริการ ทำให้รายได้หยุดชะงัก
- การสูญเสียจุดติดตั้งสำคัญจากเงื่อนไข Change of Control: หากสัญญาเช่าพื้นที่ระบุข้อห้ามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น เจ้าของพื้นที่อาจบอกเลิกสัญญาและขับไล่ให้ออกจากพื้นที่
- ความรับผิดในกรณีเพลิงไหม้และระเบิด: หากหัวจ่ายหรือระบบหม้อแปลงไม่ได้มาตรฐานและเกิดอัคคีภัยลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง บริษัทเป้าหมายในฐานะผู้ครอบครองอาจต้องรับผิดต่อผู้เสียหาย ซึ่งกระทบมูลค่าหุ้นที่ผู้ซื้อได้มา ผู้ซื้อหุ้นไม่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายโดยตรงเกินกว่าจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้น เพราะบริษัทเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015 และผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัดรับผิดจำกัดตามมาตรา 1096 แต่ถ้าเป็นการซื้อทรัพย์สินของกิจการและผู้ซื้อเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้น ผู้ซื้ออาจรับผิดในฐานะผู้ครอบครองของตนเอง
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
หัวข้อนี้สรุปเฉพาะกรอบกฎหมายที่ผู้ซื้อกิจการต้องตรวจเมื่อซื้อหุ้นหรือซื้อทรัพย์สินของผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ส่วนการวิเคราะห์ใบอนุญาตตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 การจัดสรรความรับผิดกรณีเพลิงไหม้และไฟกระชากระหว่างผู้ให้บริการสถานี เจ้าของพื้นที่ และผู้ผลิต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ตลอดจนการร่างสัญญาให้บริการและบริหารสถานี อธิบายไว้ในบทความเรื่อง ดักจุดตายสัญญาให้บริการระบบโครงข่ายชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารสถานีอัดประจุไฟฟ้า บทความนี้จึงกล่าวถึงประเด็นเหล่านั้นเพียงเท่าที่ผู้ซื้อต้องตรวจ
| ข้อความทางกฎหมายที่ยืนยัน | ฐานกฎหมายปฐมภูมิ | แหล่งอ้างอิงทางการ | สถานะ |
|---|---|---|---|
| การประกอบกิจการพลังงานต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ส่วนกิจการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา และคณะกรรมการอาจประกาศให้กิจการที่ได้รับยกเว้นนั้นต้องมาแจ้งต่อสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูลสถิติ | พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง วรรคสาม และวรรคสี่ | law.go.th / krisdika.go.th | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกำหนดหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าบริการของผู้รับใบอนุญาตแต่ละประเภทภายใต้นโยบายและแนวทางตามมาตรา 64 ผู้ประกอบการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์อัตราค่าบริการหรือไม่ ต้องตรวจจากประกาศหรือมติของคณะกรรมการที่ใช้อยู่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 64 และมาตรา 65 | law.go.th / krisdika.go.th | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| การติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ใช้บังคับกับสถานีนั้น ผู้ซื้อต้องตรวจว่ามาตรฐานดังกล่าวออกโดยหน่วยงานใด และสถานีแต่ละแห่งปฏิบัติตามแล้วหรือไม่ | ประกาศ ระเบียบ หรือมาตรฐานความปลอดภัยการติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้าของหน่วยงานผู้มีอำนาจ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | ยังไม่ได้ยืนยันหน่วยงานผู้ออก เลขที่ และวันที่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | แก้ไขแล้ว — LAS Audit [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] |
| การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า และมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียงสามปี | ป.พ.พ. มาตรา 538 | law.go.th / krisdika.go.th | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้น ต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดแต่ทรัพย์นั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง ซึ่งเป็นความรับผิดโดยเคร่งครัด | ป.พ.พ. มาตรา 437 วรรคหนึ่งประกอบวรรคสอง | law.go.th / krisdika.go.th | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
ด่านตรวจใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน การได้รับยกเว้น และการแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง กำหนดให้การประกอบกิจการพลังงานต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ส่วนกิจการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 47 วรรคสาม คณะกรรมการอาจประกาศให้กิจการที่ได้รับยกเว้นนั้นต้องมาแจ้งต่อสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูลสถิติได้ตามมาตรา 47 วรรคสี่ ส่วนการให้บริการอัดประจุไฟฟ้าเข้าลักษณะกิจการที่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาฉบับใดหรือไม่ และมีประกาศให้แจ้งหรือไม่ ต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ซื้อกิจการจึงมีประเด็นที่ต้องตรวจ 3 ประการ:
- สถานะใบอนุญาตของแต่ละสถานี (Licence or Exemption): ตรวจเป็นรายสถานีว่าการให้บริการเข้านิยามกิจการไฟฟ้าตามมาตรา 5 และได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสามหรือไม่ และสถานีที่ต้องได้รับใบอนุญาตได้รับใบอนุญาตครบแล้วหรือไม่ เพราะผู้ฝ่าฝืนมาตรา 47 วรรคหนึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 133 และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีอำนาจสั่งให้หยุดหรือระงับการประกอบกิจการหรือปลดการเชื่อมต่อออกจากระบบโครงข่ายพลังงานตามมาตรา 49 ผู้ซื้อจึงควรให้ผู้ขายรับรองสถานะใบอนุญาตของทุกสถานีในสัญญาซื้อขายหุ้น
- หน้าที่แจ้งต่อสำนักงาน (Notification Duty): หากกิจการได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานอาจประกาศให้ต้องแจ้งต่อสำนักงานเพื่อรวบรวมข้อมูลสถิติ (พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 47 วรรคสี่) หน้าที่แจ้งและกำหนดเวลาแจ้งของสถานีอัดประจุไฟฟ้าต้องตรวจจากประกาศที่ใช้อยู่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- มาตรฐานอุปกรณ์และการรายงานข้อมูล: มาตรฐานที่ระบบหัวจ่าย (Charging Dispenser) และตู้ควบคุม (Power Cabinet) ต้องผ่าน เช่น การทดสอบตามมาตรฐาน IEC 61851 และ IEC 62196 และการรายงานข้อมูลสถิติการใช้งานหรืออัตราค่าบริการ เป็นหน้าที่ตามกฎหมายหรือเงื่อนไขใดหรือไม่ ต้องตรวจจากประกาศที่ใช้อยู่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
การตรวจสอบสัญญาเชื่อมต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า MEA / PEA Grid Connection
การทำ Due Diligence ด้านระบบไฟฟ้าต้องลงลึกในเอกสารสัญญาต่อไปนี้:
- หนังสือขอใช้ไฟฟ้าและสัญญาซื้อขายไฟฟ้า: ตรวจสอบว่าชื่อผู้ขอใช้ไฟฟ้าเป็นชื่อของบริษัทเป้าหมายหรือเป็นชื่อของเจ้าของพื้นที่ (Sub-metering) หากเป็นการต่อพ่วงมิเตอร์ภายใน ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของการไฟฟ้าเรื่องการเชื่อมต่อ การระงับจ่ายไฟ และค่าไฟฟ้าส่วนเกินในระบบมิเตอร์ย่อย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และอัตราที่เจ้าของพื้นที่เรียกเก็บจากบริษัทเป้าหมายตามสัญญา
- อัตราค่าไฟฟ้า Time-of-Use (TOU Tariff): ต้องตรวจสอบประเภทอัตราค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าตามระเบียบที่ใช้บังคับ รวมทั้งอัตราแบบ TOU ที่แยกช่วง On-Peak และ Off-Peak [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อส่วนต่างกำไร (Gross Margin) ของธุรกิจ
- ภาระหลักประกันการใช้ไฟฟ้า (Electricity Deposit): ตรวจสอบหนังสือค้ำประกันของธนาคาร (Bank Guarantee) หรือเงินสดค้ำประกันที่บริษัทเป้าหมายวางไว้กับการไฟฟ้า เพื่อวางแผนปลดหรือเปลี่ยนตัวผู้ค้ำประกันในสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA)
การวิเคราะห์ความเสี่ยงในสัญญาเช่าพื้นที่ Site Lease & Revenue Sharing Agreement
| ประเด็นความเสี่ยง | สิ่งที่มักตรวจพบในสัญญาเดิม | ผลกระทบและแนวทางแก้ไขในดีล M&A |
|---|---|---|
| 1. ระยะเวลาการเช่า | ทำสัญญาเช่ากำหนด 3 ปีที่มีข้อต่ออายุอัตโนมัติ และไม่จดทะเบียนการเช่า | สัญญาเช่ากำหนดสามปีพอดีไม่ต้องจดทะเบียนตามมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ถ้าข้อกำหนดต่ออายุทำให้กำหนดเช่ารวมกว่าสามปี และมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียงสามปี ผู้ซื้อกิจการควรตรวจถ้อยคำข้อต่ออายุเป็นรายฉบับ และกำหนดให้จดทะเบียนการเช่าเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (CP) หากกำหนดเช่ารวมเกินสามปี |
| 2. เงื่อนไข Change of Control | ห้ามเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมบริษัทเกิน 50% | ต้องขอหนังสือยินยอม (Waiver & Consent Letter) จากเจ้าของพื้นที่ล่วงหน้าก่อนวัน Closing |
| 3. สิทธิการเข้าถึงพื้นที่ (Access Rights) | อนุญาตให้เข้าซ่อมบำรุงเฉพาะเวลาทำการปกติของห้าง/อาคาร | กระทบต่อ SLA ซ่อมแซมหัวจ่าย 24/7 ต้องแก้ไขสัญญาให้ทีมช่างเข้าพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงในกรณีฉุกเฉิน |
| 4. การแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) | คำนวณจากยอดรายได้รวม (Gross Revenue) โดยไม่หักค่าไฟฟ้า | เป็นโมเดลที่ทำให้ CPO ขาดทุนเมื่อค่าไฟปรับขึ้น ต้องเจรจาปรับเป็น Net Revenue หรือ Profit Sharing |
มาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์และความรับผิดกรณีเพลิงไหม้ที่ผู้ซื้อต้องตรวจ
อุปกรณ์หัวจ่ายชาร์จเร็ว DC Fast Charge กำลังไฟสูง (120 kW ถึง 360 kW) มีความเสี่ยงต่อระบบป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection) ระบบตัดไฟรั่ว (RCD Type B) และระบบระบายความร้อน ทีมเทคนิคและทีมกฎหมายของผู้ซื้อต้องตรวจว่าอุปกรณ์อัดประจุไฟฟ้าอยู่ในบังคับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และตรวจใบรับรองหรือรายงานการทดสอบตามมาตรฐานที่คู่สัญญาอ้างอิง เครื่องหมาย CE และ UL เป็นหลักฐานประกอบ มิใช่มาตรฐานสากลที่ใช้แทนข้อกำหนดบังคับของไทยโดยอัตโนมัติ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] รวมทั้งตรวจว่าการติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือมาตรฐานที่สัญญาหรือเงื่อนไขใบอนุญาตกำหนดหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] การตรวจเหล่านี้มีไว้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุและแสดงความระมัดระวังในการดูแลทรัพย์
ในด้านความรับผิด ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้น ต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดแต่ทรัพย์นั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคหนึ่งประกอบวรรคสอง) ซึ่งเป็นความรับผิดโดยเคร่งครัด หัวจ่ายหรือหม้อแปลงเข้าลักษณะทรัพย์ดังกล่าวหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และใบรับรองมาตรฐานไม่ใช่เหตุพ้นความรับผิดตามมาตรา 437 นอกจากนี้ผู้ให้บริการสถานีอาจรับผิดตามมาตรา 420 เมื่อจงใจหรือประมาทเลินเล่อ หรือตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 เมื่อเข้านิยามผู้ประกอบการตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ในดีลซื้อหุ้น ผู้ครอบครองอุปกรณ์คือบริษัทเป้าหมาย ความรับผิดจึงกระทบมูลค่าหุ้นที่ผู้ซื้อได้มา ส่วนในดีลซื้อทรัพย์สิน ผู้ซื้อที่เข้าครอบครองอุปกรณ์อาจรับผิดในฐานะผู้ครอบครองของตนเอง ผู้ซื้อจึงควรใช้ผลการตรวจในหัวข้อนี้กำหนดคำรับรอง การชดใช้ความเสียหายเฉพาะเรื่อง (Specific Indemnity) และวงเงินประกันภัยในสัญญาซื้อขายหุ้นตามหัวข้อที่ 8
ข้อต่อสู้ระหว่างผู้ขายกิจการ CPO กับผู้ซื้อหรือกองทุน Private Equity Devil's Advocate
| ประเด็นข้อพิพาท | ข้ออ้างของผู้ขายกิจการ CPO | ข้อกังวลทางกฎหมายของผู้ซื้อ | ทางออกในการร่างสัญญา SPA |
|---|---|---|---|
| 1. สถานีที่ยังไม่ได้รับอนุญาต MEA/PEA | เปิดให้บริการมานานหลายเดือนโดยไม่มีปัญหา การไฟฟ้าทราบเรื่องแล้ว | มีความเสี่ยงถูกระงับการจ่ายไฟหรือถูกเรียกเก็บค่าไฟฟ้าย้อนหลังตามข้อกำหนดของการไฟฟ้าที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | กำหนด Specific Indemnity และกันเงินค่าหุ้นส่วนหนึ่งไว้ใน Escrow Account จนกว่าจะได้รับอนุมัติครบ |
| 2. สัญญาเช่าที่ไม่มี Consent | เจ้าของพื้นที่เป็นพันธมิตรที่ดี ไม่เคยมีข้อพิพาทเรื่องการโอนหุ้น | ในดีลซื้อหุ้น ผู้เช่ายังเป็นบริษัทเป้าหมายและสัญญาเช่ายังผูกพันต่อไป ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกเพราะการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นได้ก็ต่อเมื่อสัญญาเช่ามีข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้ซื้อจึงต้องตรวจข้อกำหนดนี้และขอหนังสือยินยอมก่อนปิดดีล ส่วนในดีลซื้อทรัพย์สินหรือโอนกิจการ การโอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วงต้องได้รับความยินยอมของผู้ให้เช่าตามมาตรา 544 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า | กำหนดให้หนังสือยินยอม (Lessor Consent) เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent: CP) |
| 3. ความรับผิดต่อแบตเตอรี่รถยนต์ | มีประกันภัยคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกแล้ว | วงเงินประกันภัยอาจไม่เพียงพอหากเกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์หรูหลายคันพร้อมกัน | กำหนดให้ผู้ขายจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Commercial General Liability) และเพิ่มวงเงินคุ้มครอง เช่น 50 ถึง 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวอย่างข้อเสนอแนะทางพาณิชย์ ไม่ได้มาจากบทบัญญัติของกฎหมาย วงเงินที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดสถานีและมูลค่าทรัพย์สินที่เสี่ยง |
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
กองทุน A ตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท B จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยทีมทนายความเข้าตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย (Legal DD Walkthrough):
- การค้นพบจุดเสี่ยง (Red Flags): พบว่าสถานีชาร์จ 20 แห่งในภาคตะวันออก ติดตั้งบนพื้นที่เช่าของสหกรณ์ C โดยไม่มีการทำสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงบันทึกข้อตกลง (MOU) ชั่วคราว และมีการพ่วงไฟฟ้าจากมิเตอร์โรงสีข้าว ตามมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด ผู้ซื้อจึงต้องตรวจว่าบันทึกข้อตกลงที่มีอยู่ลงลายมือชื่อสหกรณ์ C และมีสาระสำคัญของการเช่าครบหรือไม่ หากไม่ครบ บริษัทเป้าหมายอาจฟ้องบังคับให้ได้ใช้พื้นที่ต่อไปไม่ได้
- การประเมินผลกระทบ (Risk Impact): หากสหกรณ์ C ยกเลิกบันทึกข้อตกลงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าตรวจสอบ บริษัท B จะต้องเสียเงินลงทุนค่าตู้ชาร์จและค่าหม้อแปลงสูญเปล่ากว่า 25 ล้านบาท
- การบริหารจัดการในสัญญา SPA: ทนายความผู้ซื้อเจรจาปรับลดราคาซื้อขายลง 25 ล้านบาท (Valuation Haircut) และกำหนดให้ผู้ขายเดิมมีหน้าที่ต้องจัดทำสัญญาเช่ามาตรฐานระยะยาว 10 ปีที่จดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันหลัง Closing หากทำไม่สำเร็จ ผู้ขายต้องจ่ายค่าปรับตามสัญญา ทั้งนี้ ค่าปรับตามสัญญาเป็นเบี้ยปรับ ศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้หากสูงเกินส่วน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383) จึงควรกำหนดจำนวนให้สัมพันธ์กับความเสียหายที่คาดได้ และเนื่องจากการทำสัญญาเช่าและการจดทะเบียนขึ้นกับความยินยอมของผู้ให้เช่า ควรกำหนดให้เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนปิดดีล หรือกันเงินส่วนหนึ่งไว้ในบัญชีกลาง (Escrow Account) ตามที่เสนอไว้ในหัวข้อที่ 8
Checklist 10 จุดตรวจสถานะความเสี่ยงเข้าซื้อกิจการสถานีชาร์จ EV
- ตรวจสถานะใบอนุญาตตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 หรือการได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสามของทุกสถานี และหลักฐานการแจ้งต่อสำนักงานในกรณีที่มีประกาศตามมาตรา 47 วรรคสี่กำหนดให้ต้องแจ้ง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ตรวจสอบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและหนังสือเห็นชอบการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รวมทั้งประเภทอัตราค่าไฟฟ้าและมิเตอร์ของแต่ละสถานีตามระเบียบของการไฟฟ้าที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ตรวจสัญญาสิทธิการใช้พื้นที่/สัญญาเช่าทุกฉบับ โดยเฉพาะข้อกำหนด Change of Control และ Assignment
- ตรวจหลักฐานเป็นหนังสือของการเช่าทุกฉบับ และการจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สำหรับการเช่าที่มีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า เพราะหากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน การเช่านั้นฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียงสามปี (ป.พ.พ. มาตรา 538) และกำหนดการจดทะเบียนการเช่าเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนเมื่อจำเป็น
- ตรวจสอบสูตรการแบ่งปันรายได้ (Revenue Sharing) ว่ามีเงื่อนไขปรับราคาตามต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) หรือไม่
- ตรวจว่าหัวจ่ายและอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในบังคับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่ และตรวจใบรับรองหรือรายงานการทดสอบตามมาตรฐานที่คู่สัญญาอ้างอิง เช่น IEC โดยถือเครื่องหมาย CE และ UL เป็นหลักฐานประกอบเท่านั้น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third-Party Liability Insurance) และวงเงินคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน
- ตรวจสอบระบบบริหารจัดการสถานีชาร์จ (CSMS Cloud Platform) และการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สำหรับข้อมูลผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน
- ตรวจสอบยอดวงเงินหนังสือค้ำประกันธนาคาร (Bank Guarantee) ที่วางไว้กับการไฟฟ้าและคู่สัญญาพื้นที่เพื่อวางแผนปลดภาระ
- ตรวจกฎหมายที่กำกับตัวดีล 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องแรก สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างด้าวของผู้ซื้อและบริษัทเป้าหมาย เพราะนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งถือโดยคนต่างด้าวเป็นคนต่างด้าวตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าเป็นธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ เช่น การทำธุรกิจบริการอื่นตามบัญชีสาม ซึ่งไม่รวมธุรกิจบริการที่กำหนดในกฎกระทรวง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และคนต่างด้าวจะประกอบธุรกิจตามบัญชีสามได้เมื่อได้รับอนุญาตตามมาตรา 8 (3) เรื่องที่สอง บัตรส่งเสริมการลงทุนของบริษัทเป้าหมาย ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอาจกำหนดเงื่อนไขเรื่องสัญชาติและจำนวนผู้ถือหุ้นไว้ตามมาตรา 20 (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ผู้ซื้อจึงต้องตรวจเงื่อนไขในบัตรก่อนเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้น และเรื่องที่สาม การรวมธุรกิจที่ต้องแจ้งผลต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รวมธุรกิจหรือต้องได้รับอนุญาตก่อน ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)