คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. ใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานและการได้รับยกเว้น (ERC Licensing & Exemption Compliance): การประกอบกิจการพลังงานต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ส่วนกิจการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 47 วรรคสาม และคณะกรรมการอาจประกาศให้กิจการที่ได้รับยกเว้นนั้นต้องมาแจ้งต่อสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูลสถิติได้ตามมาตรา 47 วรรคสี่ การให้บริการอัดประจุไฟฟ้าของผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charge Point Operator: CPO) ต้องขอใบอนุญาตหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับว่าเข้านิยามกิจการไฟฟ้าตามมาตรา 5 และไม่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวหรือไม่ ผู้ซื้อกิจการต้องตรวจเป็นรายสถานี เพราะผู้ประกอบกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตแต่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินสองหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน (มาตรา 133) และคณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้หยุดหรือระงับการประกอบกิจการหรือปลดการเชื่อมต่อออกจากระบบโครงข่ายพลังงาน (มาตรา 49) ส่วนพระราชกฤษฎีกาและประกาศที่ใช้อยู่กับสถานีอัดประจุไฟฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัยทางวิศวกรรมไฟฟ้าที่ใช้บังคับกับสถานีแต่ละแห่ง ต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  2. ความเสี่ยงในสัญญาเช่าพื้นที่และเงื่อนไขเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ (Site Lease & Change of Control Covenants): สถานีชาร์จส่วนใหญ่ติดตั้งบนพื้นที่เช่าในห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน อาคารสำนักงาน หรือคอนโดมิเนียม ในดีลซื้อหุ้น บริษัทเป้าหมายยังเป็นผู้เช่าและสัญญาเช่ายังผูกพันต่อไป ผู้ซื้อจึงต้องตรวจว่าสัญญาเช่ามีข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ (Change of Control) ที่ให้เจ้าของพื้นที่บอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ ส่วนในดีลซื้อทรัพย์สินหรือโอนกิจการ การโอนสิทธิการเช่าต้องได้รับความยินยอมของผู้ให้เช่าตามมาตรา 544 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า (Assignment Restriction) หากเจ้าของพื้นที่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา สถานีชาร์จที่ลงทุนไปอาจถูกบังคับให้รื้อถอน ทำให้มูลค่าการลงทุนในเครือข่ายสูญเปล่าทันที
  3. สัญญาซื้อขายไฟฟ้าและการันตีหัวจ่าย (Power Supply PPA & TOU Tariff Arbitrage): ต้องตรวจสอบประเภทอัตราค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าตามระเบียบที่ใช้บังคับ เช่น อัตราแบบ TOU [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และตรวจว่าระบบหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) มีกำลังไฟเพียงพอรองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charge โดยไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าหลักของอาคาร ตลอดจนภาระค้ำประกันหนี้ค่าไฟฟ้าต่อการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: กองทุนพลังงานสะอาดเข้าซื้อหุ้น 80% ในบริษัท CPO สตาร์ทอัพที่มีสถานีชาร์จ DC Fast Charge กว่า 150 แห่งทั่วประเทศ มูลค่าดีล 350 ล้านบาท โดยเน้นดูเฉพาะตัวเลขยอดการชาร์จ (Utilization Rate) และแผนที่จุดติดตั้ง
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ซื้อสันนิษฐานว่า อุปกรณ์ชาร์จที่ติดตั้งเปิดให้บริการอยู่แล้วย่อมผ่านการอนุญาตถูกต้อง และสัญญาเช่าพื้นที่กับสถานีบริการน้ำมันและศูนย์การค้าจะผูกพันต่อไปหลังการซื้อหุ้นโดยไม่ต้องตรวจข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ (Change of Control)
  3. จุดพลิก: สาระสำคัญทางกฎหมายคือ ภายหลังการปิดดีล การไฟฟ้านครหลวงเข้าตรวจสอบพบว่าสถานีชาร์จกว่า 40 แห่งมิได้ยื่นขออนุญาตเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (Grid Interconnection Approval) อย่างถูกต้อง และมีการดัดแปลงสายส่งไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจทำให้ถูกระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามข้อกำหนดของการไฟฟ้าที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาเช่าพื้นที่กับเครือข่ายปั๊มน้ำมันรายใหญ่ระบุเงื่อนไข Change of Control ว่าหากมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเกิน 50% สัญญาจะสิ้นสุดลงทันที ทำให้ผู้ซื้อสูญเสียทำเลทองไปกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: กรอบกระบวนการทำ Legal Due Diligence สำหรับธุรกิจ EV Charging Network แบบเจาะลึก 5 มิติ: ใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและการยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550, สิทธิการใช้พื้นที่, สัญญาโครงข่ายไฟฟ้า MEA/PEA, มาตรฐานวิศวกรรม มอก., และ Checklist 10 จุดตรวจก่อนจรดปากกาลงนาม SPA

ภาพรวมอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้าและเครือข่าย CPO ในไทย

นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 ของรัฐบาลไทยส่งผลให้ธุรกิจสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ (Charge Point Operator: CPO) มีทั้งในรูปแบบการลงทุนสร้างสถานีเองทั้งหมด (Full Capex) และการร่วมลงทุนกับเจ้าของพื้นที่ (Revenue Sharing Model)

การเข้าซื้อกิจการเครือข่ายสถานีชาร์จ (CPO M&A) จึงมิใช่เพียงการซื้อสินทรัพย์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นการเข้าถือสิทธิ์ใน "เครือข่ายทำเลที่ตั้ง" (Location Portfolio), "โควตาการใช้ไฟฟ้า" (Power Capacity Rights), และ "แพลตฟอร์มบริหารจัดการ" (CSMS Platform) การตรวจสอบสถานะความเสี่ยงด้านกฎหมาย (Legal Due Diligence) จึงเป็นปราการด่านสำคัญที่สุดในการปกป้องมูลค่าการลงทุน

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

หัวข้อนี้สรุปเฉพาะกรอบกฎหมายที่ผู้ซื้อกิจการต้องตรวจเมื่อซื้อหุ้นหรือซื้อทรัพย์สินของผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ส่วนการวิเคราะห์ใบอนุญาตตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 การจัดสรรความรับผิดกรณีเพลิงไหม้และไฟกระชากระหว่างผู้ให้บริการสถานี เจ้าของพื้นที่ และผู้ผลิต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ตลอดจนการร่างสัญญาให้บริการและบริหารสถานี อธิบายไว้ในบทความเรื่อง ดักจุดตายสัญญาให้บริการระบบโครงข่ายชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารสถานีอัดประจุไฟฟ้า บทความนี้จึงกล่าวถึงประเด็นเหล่านั้นเพียงเท่าที่ผู้ซื้อต้องตรวจ

ข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิแหล่งอ้างอิงทางการสถานะ
การประกอบกิจการพลังงานต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ส่วนกิจการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา และคณะกรรมการอาจประกาศให้กิจการที่ได้รับยกเว้นนั้นต้องมาแจ้งต่อสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูลสถิติพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง วรรคสาม และวรรคสี่law.go.th / krisdika.go.thแก้ไขแล้ว — LAS Audit
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกำหนดหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าบริการของผู้รับใบอนุญาตแต่ละประเภทภายใต้นโยบายและแนวทางตามมาตรา 64 ผู้ประกอบการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์อัตราค่าบริการหรือไม่ ต้องตรวจจากประกาศหรือมติของคณะกรรมการที่ใช้อยู่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 64 และมาตรา 65law.go.th / krisdika.go.thแก้ไขแล้ว — LAS Audit
การติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ใช้บังคับกับสถานีนั้น ผู้ซื้อต้องตรวจว่ามาตรฐานดังกล่าวออกโดยหน่วยงานใด และสถานีแต่ละแห่งปฏิบัติตามแล้วหรือไม่ประกาศ ระเบียบ หรือมาตรฐานความปลอดภัยการติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้าของหน่วยงานผู้มีอำนาจ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ยังไม่ได้ยืนยันหน่วยงานผู้ออก เลขที่ และวันที่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]แก้ไขแล้ว — LAS Audit [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า และมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียงสามปีป.พ.พ. มาตรา 538law.go.th / krisdika.go.thแก้ไขแล้ว — LAS Audit
ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้น ต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดแต่ทรัพย์นั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง ซึ่งเป็นความรับผิดโดยเคร่งครัดป.พ.พ. มาตรา 437 วรรคหนึ่งประกอบวรรคสองlaw.go.th / krisdika.go.thแก้ไขแล้ว — LAS Audit

ด่านตรวจใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน การได้รับยกเว้น และการแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง กำหนดให้การประกอบกิจการพลังงานต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ส่วนกิจการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 47 วรรคสาม คณะกรรมการอาจประกาศให้กิจการที่ได้รับยกเว้นนั้นต้องมาแจ้งต่อสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูลสถิติได้ตามมาตรา 47 วรรคสี่ ส่วนการให้บริการอัดประจุไฟฟ้าเข้าลักษณะกิจการที่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาฉบับใดหรือไม่ และมีประกาศให้แจ้งหรือไม่ ต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ซื้อกิจการจึงมีประเด็นที่ต้องตรวจ 3 ประการ:

  1. สถานะใบอนุญาตของแต่ละสถานี (Licence or Exemption): ตรวจเป็นรายสถานีว่าการให้บริการเข้านิยามกิจการไฟฟ้าตามมาตรา 5 และได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสามหรือไม่ และสถานีที่ต้องได้รับใบอนุญาตได้รับใบอนุญาตครบแล้วหรือไม่ เพราะผู้ฝ่าฝืนมาตรา 47 วรรคหนึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 133 และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีอำนาจสั่งให้หยุดหรือระงับการประกอบกิจการหรือปลดการเชื่อมต่อออกจากระบบโครงข่ายพลังงานตามมาตรา 49 ผู้ซื้อจึงควรให้ผู้ขายรับรองสถานะใบอนุญาตของทุกสถานีในสัญญาซื้อขายหุ้น
  2. หน้าที่แจ้งต่อสำนักงาน (Notification Duty): หากกิจการได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานอาจประกาศให้ต้องแจ้งต่อสำนักงานเพื่อรวบรวมข้อมูลสถิติ (พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 47 วรรคสี่) หน้าที่แจ้งและกำหนดเวลาแจ้งของสถานีอัดประจุไฟฟ้าต้องตรวจจากประกาศที่ใช้อยู่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  3. มาตรฐานอุปกรณ์และการรายงานข้อมูล: มาตรฐานที่ระบบหัวจ่าย (Charging Dispenser) และตู้ควบคุม (Power Cabinet) ต้องผ่าน เช่น การทดสอบตามมาตรฐาน IEC 61851 และ IEC 62196 และการรายงานข้อมูลสถิติการใช้งานหรืออัตราค่าบริการ เป็นหน้าที่ตามกฎหมายหรือเงื่อนไขใดหรือไม่ ต้องตรวจจากประกาศที่ใช้อยู่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

การตรวจสอบสัญญาเชื่อมต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า MEA / PEA Grid Connection

การทำ Due Diligence ด้านระบบไฟฟ้าต้องลงลึกในเอกสารสัญญาต่อไปนี้:

การวิเคราะห์ความเสี่ยงในสัญญาเช่าพื้นที่ Site Lease & Revenue Sharing Agreement

ประเด็นความเสี่ยงสิ่งที่มักตรวจพบในสัญญาเดิมผลกระทบและแนวทางแก้ไขในดีล M&A
1. ระยะเวลาการเช่าทำสัญญาเช่ากำหนด 3 ปีที่มีข้อต่ออายุอัตโนมัติ และไม่จดทะเบียนการเช่าสัญญาเช่ากำหนดสามปีพอดีไม่ต้องจดทะเบียนตามมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ถ้าข้อกำหนดต่ออายุทำให้กำหนดเช่ารวมกว่าสามปี และมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียงสามปี ผู้ซื้อกิจการควรตรวจถ้อยคำข้อต่ออายุเป็นรายฉบับ และกำหนดให้จดทะเบียนการเช่าเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (CP) หากกำหนดเช่ารวมเกินสามปี
2. เงื่อนไข Change of Controlห้ามเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมบริษัทเกิน 50%ต้องขอหนังสือยินยอม (Waiver & Consent Letter) จากเจ้าของพื้นที่ล่วงหน้าก่อนวัน Closing
3. สิทธิการเข้าถึงพื้นที่ (Access Rights)อนุญาตให้เข้าซ่อมบำรุงเฉพาะเวลาทำการปกติของห้าง/อาคารกระทบต่อ SLA ซ่อมแซมหัวจ่าย 24/7 ต้องแก้ไขสัญญาให้ทีมช่างเข้าพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงในกรณีฉุกเฉิน
4. การแบ่งรายได้ (Revenue Sharing)คำนวณจากยอดรายได้รวม (Gross Revenue) โดยไม่หักค่าไฟฟ้าเป็นโมเดลที่ทำให้ CPO ขาดทุนเมื่อค่าไฟปรับขึ้น ต้องเจรจาปรับเป็น Net Revenue หรือ Profit Sharing

มาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์และความรับผิดกรณีเพลิงไหม้ที่ผู้ซื้อต้องตรวจ

อุปกรณ์หัวจ่ายชาร์จเร็ว DC Fast Charge กำลังไฟสูง (120 kW ถึง 360 kW) มีความเสี่ยงต่อระบบป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection) ระบบตัดไฟรั่ว (RCD Type B) และระบบระบายความร้อน ทีมเทคนิคและทีมกฎหมายของผู้ซื้อต้องตรวจว่าอุปกรณ์อัดประจุไฟฟ้าอยู่ในบังคับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และตรวจใบรับรองหรือรายงานการทดสอบตามมาตรฐานที่คู่สัญญาอ้างอิง เครื่องหมาย CE และ UL เป็นหลักฐานประกอบ มิใช่มาตรฐานสากลที่ใช้แทนข้อกำหนดบังคับของไทยโดยอัตโนมัติ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] รวมทั้งตรวจว่าการติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือมาตรฐานที่สัญญาหรือเงื่อนไขใบอนุญาตกำหนดหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] การตรวจเหล่านี้มีไว้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุและแสดงความระมัดระวังในการดูแลทรัพย์

ในด้านความรับผิด ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้น ต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดแต่ทรัพย์นั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคหนึ่งประกอบวรรคสอง) ซึ่งเป็นความรับผิดโดยเคร่งครัด หัวจ่ายหรือหม้อแปลงเข้าลักษณะทรัพย์ดังกล่าวหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และใบรับรองมาตรฐานไม่ใช่เหตุพ้นความรับผิดตามมาตรา 437 นอกจากนี้ผู้ให้บริการสถานีอาจรับผิดตามมาตรา 420 เมื่อจงใจหรือประมาทเลินเล่อ หรือตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 เมื่อเข้านิยามผู้ประกอบการตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ในดีลซื้อหุ้น ผู้ครอบครองอุปกรณ์คือบริษัทเป้าหมาย ความรับผิดจึงกระทบมูลค่าหุ้นที่ผู้ซื้อได้มา ส่วนในดีลซื้อทรัพย์สิน ผู้ซื้อที่เข้าครอบครองอุปกรณ์อาจรับผิดในฐานะผู้ครอบครองของตนเอง ผู้ซื้อจึงควรใช้ผลการตรวจในหัวข้อนี้กำหนดคำรับรอง การชดใช้ความเสียหายเฉพาะเรื่อง (Specific Indemnity) และวงเงินประกันภัยในสัญญาซื้อขายหุ้นตามหัวข้อที่ 8

ข้อต่อสู้ระหว่างผู้ขายกิจการ CPO กับผู้ซื้อหรือกองทุน Private Equity Devil's Advocate

ประเด็นข้อพิพาทข้ออ้างของผู้ขายกิจการ CPOข้อกังวลทางกฎหมายของผู้ซื้อทางออกในการร่างสัญญา SPA
1. สถานีที่ยังไม่ได้รับอนุญาต MEA/PEAเปิดให้บริการมานานหลายเดือนโดยไม่มีปัญหา การไฟฟ้าทราบเรื่องแล้วมีความเสี่ยงถูกระงับการจ่ายไฟหรือถูกเรียกเก็บค่าไฟฟ้าย้อนหลังตามข้อกำหนดของการไฟฟ้าที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]กำหนด Specific Indemnity และกันเงินค่าหุ้นส่วนหนึ่งไว้ใน Escrow Account จนกว่าจะได้รับอนุมัติครบ
2. สัญญาเช่าที่ไม่มี Consentเจ้าของพื้นที่เป็นพันธมิตรที่ดี ไม่เคยมีข้อพิพาทเรื่องการโอนหุ้นในดีลซื้อหุ้น ผู้เช่ายังเป็นบริษัทเป้าหมายและสัญญาเช่ายังผูกพันต่อไป ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกเพราะการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นได้ก็ต่อเมื่อสัญญาเช่ามีข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้ซื้อจึงต้องตรวจข้อกำหนดนี้และขอหนังสือยินยอมก่อนปิดดีล ส่วนในดีลซื้อทรัพย์สินหรือโอนกิจการ การโอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วงต้องได้รับความยินยอมของผู้ให้เช่าตามมาตรา 544 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่ากำหนดให้หนังสือยินยอม (Lessor Consent) เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent: CP)
3. ความรับผิดต่อแบตเตอรี่รถยนต์มีประกันภัยคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกแล้ววงเงินประกันภัยอาจไม่เพียงพอหากเกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์หรูหลายคันพร้อมกันกำหนดให้ผู้ขายจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Commercial General Liability) และเพิ่มวงเงินคุ้มครอง เช่น 50 ถึง 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวอย่างข้อเสนอแนะทางพาณิชย์ ไม่ได้มาจากบทบัญญัติของกฎหมาย วงเงินที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดสถานีและมูลค่าทรัพย์สินที่เสี่ยง

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

กองทุน A ตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท B จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยทีมทนายความเข้าตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย (Legal DD Walkthrough):

Checklist 10 จุดตรวจสถานะความเสี่ยงเข้าซื้อกิจการสถานีชาร์จ EV

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

นิติบุคคลอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) สามารถนำพื้นที่ส่วนกลางมาให้บริษัท CPO เช่าติดตั้งสถานีชาร์จเพื่อเก็บเงินค่าบริการได้หรือไม่?
ทำได้ แต่ต้องได้มติของที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม โดยตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มติเรื่องการจัดหาผลประโยชน์ในทรัพย์ส่วนกลาง และการก่อสร้างอันเป็นการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือปรับปรุงทรัพย์ส่วนกลาง ซึ่งอาจรวมถึงงานติดตั้งหม้อแปลงหรือเดินสายไฟ ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงของเจ้าของร่วมทั้งหมด หากประชุมครั้งแรกคะแนนเสียงไม่ครบ ให้เรียกประชุมใหม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเรียกประชุมครั้งก่อน และมติในการประชุมครั้งใหม่ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนคะแนนเสียงของเจ้าของร่วมทั้งหมด ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด
บริษัท CPO จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานสำหรับการตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าหรือไม่?
ต้องตรวจเป็นรายสถานีว่าเข้าองค์ประกอบของโรงงานตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 หรือไม่ คือเป็นอาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไป เพื่อประกอบกิจการโรงงานตามประเภทหรือชนิดของโรงงานที่กำหนดในกฎกระทรวง การติดตั้งหม้อแปลงหรือสถานีชาร์จเพียงอย่างเดียวโดยทั่วไปไม่น่าจะเป็นการประกอบกิจการโรงงานตามประเภทดังกล่าว แต่ไม่ควรสรุปว่าไม่เป็นโรงงานทุกกรณี ส่วนประเภทหรือชนิดของโรงงานตามกฎกระทรวงต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] หากเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ผู้ประกอบกิจการต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 นอกจากนี้ หากการติดตั้งเป็นการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร เช่น หลังคาคลุมช่องจอดชาร์จ ห้องหม้อแปลง หรือการดัดแปลงโครงสร้างอาคารจอดรถ ผู้ดำเนินการต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และต้องตรวจข้อกำหนดเรื่องระยะร่นและความปลอดภัยของโครงสร้างตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าวและตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองที่ใช้กับที่ตั้ง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ส่วนสถานีที่ประกอบกิจการพลังงานซึ่งต้องได้รับใบอนุญาต การอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง เป็นอำนาจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ