คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

สรุป 3 ประเด็นทางกฎหมายสำคัญ:

  1. ข้อห้ามนำข้อมูลอินพุตและพรอมต์ของลูกค้าไปฝึกฝนโมเดล (No-Training Covenant และการลบข้อมูลตามระยะเวลาที่กำหนด): สัญญาต้องกำหนดชัดเจนว่าผู้ให้บริการ AI ห้ามนำข้อมูลธุรกิจ พรอมต์ หรือเอกสารที่ส่งเข้าประมวลผลผ่าน API ไปใช้เทรนหรือปรับปรุงโมเดลพื้นฐาน (Foundation Model) เพื่อมิให้ความลับทางการค้ารั่วไหลสู่สาธารณะ
  2. สิทธิในผลลัพธ์ที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้น (AI Output Ownership & IP Allocation): คู่สัญญาควรตกลงให้ผู้ให้บริการโอนหรืออนุญาตสิทธิทั้งหมดเท่าที่ตนอาจมีในผลลัพธ์ (Output) ให้แก่ลูกค้า และไม่เรียกร้องสิทธิใดในผลลัพธ์นั้น พร้อมข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหาย (IP Infringement Indemnification) หากผลลัพธ์ของ AI ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของบุคคลภายนอก ทั้งนี้ กฎหมายไทยยังไม่ยุติว่าผลลัพธ์ที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือไม่ และยังไม่ยุติว่าการฝึกโมเดลด้วยงานอันมีลิขสิทธิ์เป็นการละเมิดหรือไม่ ข้อสัญญาจึงเป็นเครื่องมือจัดสรรความเสี่ยงระหว่างคู่สัญญา ไม่ใช่การยืนยันสิทธิตามกฎหมาย
  3. การจำกัดความรับผิดจากข้อผิดพลาดของปัญญาประดิษฐ์ (AI Hallucination & Accuracy Disclaimers): การกำหนดว่าผลลัพธ์ของ AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ (Advisory Tool) ซึ่งลูกค้าต้องมีมนุษย์ตรวจสอบก่อนนำไปใช้งานจริง (Human-in-the-Loop)

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: บริษัทนำข้อมูลกลยุทธ์ธุรกิจที่ยังไม่เปิดเผย ป้อนเข้าไปในระบบ AI ของผู้ให้บริการรายหนึ่งผ่าน API เพื่อให้ช่วยร่างแผนงานรายปี
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ประกอบการเชื่อว่าเมื่อจ่ายค่าบริการรายเดือนแล้ว ข้อมูลทุกอย่างที่ป้อนเข้าไปจะเป็นความลับและ AI จะไม่ "จดจำ" ไปบอกต่อผู้อื่น
  3. จุดพลิก: ปรากฏว่าผู้ใช้อื่นที่ใช้งานโมเดลเดียวกันจากอีกบริษัทหนึ่ง สามารถ Prompt จนโมเดลแสดงข้อมูลที่มีความคล้ายคลึงกับกลยุทธ์ของบริษัทตนเองออกมา เนื่องจากสัญญาไม่ได้ระบุข้อห้าม "Opt-out" จากการนำข้อมูลไปเทรนโมเดล (Training Data)
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แนวทางการร่างสัญญาเพื่อปิดช่องโหว่การรั่วไหลของข้อมูลความลับ และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านทรัพย์สินทางปัญญาในยุค Generative AI

ภูมิทัศน์สัญญาให้บริการปัญญาประดิษฐ์ระดับองค์กรและโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในประเทศไทย

การใช้ AI ในภาคธุรกิจไทยปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายกลไก โดยมีกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ในส่วนของการสร้างสรรค์เนื้อหา), พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (การคุ้มครองข้อมูลธุรกิจ), พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งเข้าระบบ) และแนวปฏิบัติจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เรื่องธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติ มิใช่กฎหมายที่มีสภาพบังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อฉบับ วันที่ และหน่วยงานผู้ออก] สัญญาบริการ AI จึงไม่ใช่เพียงสัญญาเช่าใช้ซอฟต์แวร์ (SaaS) ทั่วไป แต่เป็นสัญญาที่มีความเฉพาะตัวสูงในแง่การไหลเวียนของข้อมูล (Data Flow) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ทั้งนี้ สถานะของกฎหมายหรือร่างกฎหมายเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ ณ วันที่เผยแพร่ ต้องตรวจจากแหล่งทางการก่อนอ้างอิง

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

การละเลยรายละเอียดใน Enterprise AI Agreement นำไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรง 3 ประการ:

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDLegal ClaimPrimary Legal ReferenceDescription
C-SHIELD-31-01Ownership of Inputsข้อสัญญา และพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 และมาตรา 6การกำหนดในสัญญาให้ข้อมูลนำเข้า (Prompts/Datasets) เป็นข้อมูลลับของลูกค้า ผู้ให้บริการมีหน้าที่รักษาความลับและใช้เฉพาะเพื่อให้บริการตามสัญญา กฎหมายความลับทางการค้าคุ้มครองข้อมูลที่เข้าองค์ประกอบของความลับทางการค้า มิได้ให้กรรมสิทธิ์ในข้อมูลโดยตัวมันเอง
C-SHIELD-31-02Ownership of Outputsพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4 มาตรา 6 และมาตรา 17การกำหนดให้สิทธิในผลลัพธ์ที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นตกแก่ลูกค้าโดยข้อสัญญา: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ไม่มีบทบัญญัติเฉพาะเรื่องผลลัพธ์ที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้น และมาตรา 4 นิยามผู้สร้างสรรค์ว่าเป็นผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณีว่าผลลัพธ์ใดเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์และผู้ใดเป็นผู้สร้างสรรค์ สัญญาควรกำหนดให้ผู้ให้บริการโอนสิทธิทั้งปวงเท่าที่ตนมีหรืออาจมีในผลลัพธ์ให้แก่ลูกค้า โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน และระบุว่าโอนตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เพราะมาตรา 17 ให้ถือว่าการโอนที่ไม่กำหนดระยะเวลามีกำหนดสิบปี พร้อมทั้งให้ผู้ให้บริการรับรองว่าจะไม่เรียกร้องสิทธิใดในผลลัพธ์นั้น ทั้งนี้ ข้อสัญญาผูกพันเฉพาะคู่สัญญา และไม่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่มิใช่งานอันมีลิขสิทธิ์กลายเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ได้
C-SHIELD-31-03No-Training Restrictionข้อสัญญา และ ป.พ.พ. มาตรา 194 (มาตรา 368 เฉพาะเรื่องการตีความ)ข้อสัญญาจำกัดสิทธิผู้ให้บริการในการนำข้อมูลไปปรับปรุงโมเดล (Negative Covenant) ซึ่งเป็นหน้าที่งดเว้นการกระทำที่ชำระหนี้ได้ด้วยการงดเว้นตามมาตรา 194 และตีความตามความประสงค์ในทางสุจริตตามมาตรา 368 หากผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามสัญญา ลูกค้าเรียกให้ปฏิบัติตามหรือเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตามมาตรา 213 และมาตรา 215
C-SHIELD-31-04IP Indemnificationข้อสัญญาชดใช้ที่คู่สัญญาตกลงกัน และ ป.พ.พ. มาตรา 215 (มาตรา 420 เฉพาะสิทธิเรียกร้องของเจ้าของสิทธิต่อผู้ละเมิด)ข้อสัญญารับประกันว่าผลลัพธ์ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นและภาระการชดใช้ค่าเสียหายเป็นสิทธิเรียกร้องตามสัญญา เมื่อผู้ให้บริการผิดสัญญา ลูกค้าเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 215 ได้ ส่วนมาตรา 420 เป็นฐานของสิทธิเรียกร้องในมูลละเมิดของเจ้าของสิทธิต่อผู้ละเมิด
C-SHIELD-31-05Liability Disclaimerป.พ.พ. มาตรา 373 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และมาตรา 8ข้อสัญญาจำกัดความรับผิดจากข้อผิดพลาดของปัญญาประดิษฐ์ (Hallucination) ใช้บังคับไม่ได้ในกรณีกลฉ้อฉลหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ (มาตรา 373) และจะนำมาอ้างเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยอันเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ได้ (พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง) ส่วนในกรณีอื่นซึ่งไม่เป็นโมฆะ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี (มาตรา 8 วรรคสอง) ไม่ว่าจะอยู่ในสัญญาสำเร็จรูปหรือไม่ นอกจากนี้ หากอยู่ในสัญญาสำเร็จรูปและทำให้ผู้ให้บริการซึ่งเป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปได้เปรียบลูกค้าเกินสมควร ย่อมเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 4 ด้วย

เจาะลึกสิทธิในข้อมูลและผลลัพธ์: Customer Data (Inputs), Tuned Weights (Fine-tuned Model), และ Generated Outputs

ในสัญญามาตรฐานควรแยกประเภททรัพย์สินทางปัญญาดังนี้:

ข้อสัญญาห้ามเทรนโมเดล (Model Training Opt-Out) และการลบข้อมูลชั่วคราว Ephemeral Processing

สัญญาในระดับ Enterprise ต้องระบุข้อความ "Strict No-Training Policy" โดยผู้ให้บริการต้องให้คำมั่นไว้ในสัญญาว่า:

  1. จะไม่นำข้อมูล Input/Output ไปใช้ในการ Re-train หรือ Improve Foundation Model
  2. มีการแยกเก็บข้อมูล (Data Isolation) ในระดับ Tenant
  3. กำหนดระยะเวลาและวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บข้อมูลในหน่วยความจำชั่วคราว (Cache) หากมี และการลบข้อมูลอย่างถาวรเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวหรือเมื่อสิ้นสุดสัญญา
  4. สิทธิตรวจสอบ (Right to Audit) ว่าผู้ให้บริการปฏิบัติตามข้อสัญญาทั้งสามข้อข้างต้น ทั้งนี้ การลบข้อมูลชุดใดชุดหนึ่งออกจากค่าพารามิเตอร์ (Parameter) ของโมเดลที่ฝึกไปแล้วเป็นภาระอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งควรตกลงแยกไว้ให้ชัดเจน

การจัดการความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์และข้อสัญญาชดใช้ความเสียหาย Third-Party IP Indemnity

เนื่องจากโมเดล AI อาจถูกเทรนมาจากข้อมูลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ องค์กรควรระบุข้อสัญญาให้ผู้ให้บริการ (AI Vendor) ต้องชดใช้ค่าเสียหาย (Indemnification) หากผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้รับไปใช้แล้วถูกบุคคลภายนอกฟ้องร้องว่าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยครอบคลุมถึงค่าวิชาชีพทนายความและค่าเสียหายตามคำพิพากษา ทั้งนี้ กฎหมายไทยยังไม่ยุติว่าการฝึกโมเดลด้วยงานอันมีลิขสิทธิ์เป็นการละเมิดหรือไม่ และผลลัพธ์ที่คล้ายกับงานของบุคคลภายนอกเป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงหรือไม่ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ข้อสัญญาชดใช้ความเสียหายผูกพันเฉพาะคู่สัญญา ไม่ผูกพันเจ้าของลิขสิทธิ์ และมีขอบเขตและข้อยกเว้นตามที่ตกลง เช่น กรณีลูกค้าเป็นผู้สั่งพรอมต์ให้ทำซ้ำงานของผู้อื่น

LAS Practice Note: การออกแบบข้อสัญญา Human-in-the-Loop Disclaimer และ DPA

การป้องกันความเสี่ยงด้าน Hallucination ต้องระบุว่า:

ข้อต่อสู้ของผู้ให้บริการ AI Platform กับองค์กรผู้ใช้งาน Devil's Advocate

ผู้ให้บริการมักจะอ้างว่า:

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง (Worked Example): กรณีธนาคารและ LLM

Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Enterprise AI & LLM API Services

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

ถ้า AI สร้างเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ใครต้องรับผิดชอบในกฎหมายไทย?
ผู้ที่ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจต้องรับผิดต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 27 ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของปัญญาประดิษฐ์จะเป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงหรือไม่ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง และประเด็นเฉพาะของปัญญาประดิษฐ์ในกฎหมายไทยยังไม่ยุติ หากสัญญามีข้อสัญญาชดใช้ (Indemnity) ลูกค้าอาจเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามขอบเขตของข้อสัญญานั้น แต่ข้อสัญญาไม่ผูกพันเจ้าของลิขสิทธิ์

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ