คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การโอนหุ้นและการขอความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแล (Regulatory Prior Approval): ในกรณีที่บริษัทเป้าหมายเป็นบริษัทจำกัด การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน และมีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงชื่อรับรองลายมือชื่อนั้น มิฉะนั้นเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 นอกจากนั้น ผู้ที่จะเข้าถือหุ้นจนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (Major Shareholder) ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ก่อนการโอนหุ้น ตามเกณฑ์สัดส่วนการถือหุ้นที่ประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] การปิดดีลโดยไม่ได้รับความเห็นชอบอาจทำให้บริษัทเป้าหมายถูกใช้มาตรการทางปกครองตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งตัวบทกำหนดเป็นลำดับดังนี้ เมื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการ อาจสั่งให้ระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว และหากยังคงฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดซ้ำ รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจพิจารณาเพิกถอนการอนุญาต (มาตรา 35) นอกจากนั้น มาตรา 36 ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่งเพิกถอนการอนุญาตเมื่อผู้ประกอบธุรกิจมีฐานะทางการเงินหรือการดำเนินงานที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชนและไม่สามารถแก้ไขได้
  2. การตรวจสอบความครบถ้วนของทรัพย์สินลูกค้าและการจัดเก็บ (Custody & Cold Storage Audit): ผู้ซื้อควรแต่งตั้งผู้สอบบัญชีระบบสารสนเทศ (IT Auditor) ทำการตรวจพิสูจน์ยอดสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าเป้าหมายแบบ Proof of Reserves เทียบกับยอดใน On-chain Wallets จริง และตรวจยืนยันว่าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าถูกเก็บรักษาไว้ในระบบ Cold Storage ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเฉพาะเวลาที่จำเป็นต้องทำรายการ ตามสัดส่วนที่ประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับที่ใช้บังคับกำหนด (บทความนี้อ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])
  3. ความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและ Travel Rule Compliance: ต้องตรวจประวัติการถูกตรวจสอบจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) และประวัติการเปรียบเทียบความผิดโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 64/1 ในความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64 รวมทั้งตรวจระบบการส่งข้อมูลต้นทางและปลายทางของการโอนคริปโทเคอร์เรนซี (Travel Rule) เพื่อป้องกันความรับผิดย้อนหลังจากธุรกรรมต้องสงสัย ทั้งนี้ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 7 ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน บริษัทเป้าหมายจึงมีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 13 เมื่อธุรกรรมนั้นเป็นธุรกรรมที่ใช้เงินสดมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง ธุรกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย มีหน้าที่จัดให้ลูกค้าแสดงตนทุกครั้งก่อนการทำธุรกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่ลูกค้าได้แสดงตนไว้ก่อนแล้ว ตามมาตรา 20 และมีหน้าที่กำหนดนโยบายการรับลูกค้าและการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวกับการฟอกเงินของลูกค้า รวมทั้งตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าเมื่อเริ่มทำธุรกรรมครั้งแรกและตรวจสอบเป็นระยะจนปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า ตามมาตรา 20/1 โดยรายละเอียดเป็นไปตามกฎกระทรวงและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ผู้ซื้อต้องตรวจว่าบริษัทเป้าหมายปฏิบัติตามหน้าที่เหล่านี้ครบถ้วน ส่วนหน้าที่ส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอน (Travel Rule) เป็นไปตามประกาศของหน่วยงานที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

สำหรับการตรวจสัญญาให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งว่าด้วยการแยกเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า สัดส่วน Cold Storage และ Hot Storage ข้อจำกัดความรับผิดเมื่อระบบขัดข้อง และหน้าที่ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โปรดดูบทความเรื่อง ดักจุดตายสัญญาให้บริการแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลและศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี (Digital Asset Exchange & Brokerage Master Services Agreement) (LAS Shield EP38) บทความฉบับนี้กล่าวถึงประเด็นเหล่านั้นเพียงเท่าที่ผู้ซื้อกิจการต้องตรวจสอบ และมุ่งอธิบายประเด็นเฉพาะของการซื้อกิจการ ได้แก่ ความเห็นชอบผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทุนและเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ และประวัติการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทเป้าหมาย

รหัสอ้างอิงข้อกฎหมาย / สาระสำคัญฐานทางกฎหมายสถานะการตรวจสอบ
C-INV-28-01การประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 3 และมาตรา 26ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit (ตรงกับฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568)
C-INV-28-02ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทรัพย์สินของลูกค้าด้วย (มาตรา 30) ผู้ที่เก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าต้องจัดทำบัญชีแยกแต่ละราย และเก็บรักษาทรัพย์สินแยกออกจากทรัพย์สินของตนโดยไม่อาจนำไปใช้เพื่อการอื่นใดได้ ทรัพย์สินของลูกค้าที่อยู่ในบัญชียังคงเป็นทรัพย์สินของลูกค้าแม้ผู้ประกอบธุรกิจตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือถูกหน่วยงานกำกับดูแลสั่งระงับการดำเนินกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด (มาตรา 31) ส่วนรายละเอียดของหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต้องตรวจสอบจากประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 30 และมาตรา 31แก้ไขแล้ว — LAS Audit (ตรงกับฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568)
C-INV-28-03มาตรการทางปกครองตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ได้แก่ การสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องและการสั่งให้ระงับการดำเนินงานเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และการเพิกถอนการอนุญาต ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 35 และมาตรา 36แก้ไขแล้ว — LAS Audit (ตรงกับฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568)
C-INV-28-04ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จึงมีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมที่ใช้เงินสดหรือธุรกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งมีจำนวนหรือมูลค่าเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง และธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จัดให้ลูกค้าแสดงตน และตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD/KYC) ทั้งนี้ สถาบันการเงินต้องกำหนดนโยบายการรับลูกค้าและการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวกับการฟอกเงินของลูกค้า และต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าเมื่อเริ่มทำธุรกรรมครั้งแรก และตรวจสอบเป็นระยะจนปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยขอบเขตของการตรวจสอบเป็นไปตามกฎกระทรวงพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (ฐานะสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 13 (หน้าที่รายงานการทำธุรกรรมของสถาบันการเงิน) มาตรา 20 (การจัดให้ลูกค้าแสดงตน) และมาตรา 20/1 (การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า)แก้ไขแล้ว — LAS Audit (เลขมาตราตรงกับฉบับรวมในคลังตัวบท และฐานะสถาบันการเงินของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลยืนยันแล้วจากพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 7)
C-INV-28-05สถาบันการเงินตามบทนิยามในพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 (ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์) จะจัดตั้งหรือมีบริษัทลูกได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย และซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทลูกได้ไม่เกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด การถือหรือมีหุ้นในบริษัทที่มิใช่บริษัทลูกต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินประกอบธุรกิจได้แต่เฉพาะธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริษัทร่วมของสถาบันการเงินนั้นในลักษณะเหมือนกับเป็นนิติบุคคลเดียวกัน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่กฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจนั้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว สำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ธนาคารแห่งประเทศไทยมีประกาศเฉพาะซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ส่วนเงื่อนไขของประกาศนั้นต้องตรวจจากตัวประกาศ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 มาตรา 34 มาตรา 56 มาตรา 57 และมาตรา 58 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) (วันใช้บังคับตามที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 5/2566 ข้อ 6.3 และเชิงอรรถอ้างถึง)ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit (เลขมาตราและสาระตรงกับฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2561 วันใช้บังคับของประกาศว่าด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลตรวจจากประกาศ ที่ สนส. 5/2566 ฉบับราชกิจจานุเบกษา ส่วนเงื่อนไขของประกาศนั้นยังไม่ได้ตรวจกับตัวประกาศ)

5 ด่านตรวจสำคัญในการทำ Due Diligence ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

  1. การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือหุ้นและผู้บริหาร (Fit & Proper Test): ตรวจสอบประวัติของกรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามเกณฑ์สัดส่วนการถือหุ้นที่ประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] สำหรับกรรมการและผู้บริหาร พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 28 ห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดเป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้บริหาร และมาตรา 29 ให้แต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ซื้อที่จะส่งบุคคลเข้าเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทเป้าหมายหลังปิดดีลจึงต้องได้รับความเห็นชอบก่อนแต่งตั้ง และควรกำหนดเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนหรือข้อสัญญาในสัญญาซื้อขายหุ้น นอกจากนั้นควรตรวจประวัติ เช่น การเคยต้องคำพิพากษาในคดีฉ้อโกงหรือคดียักยอก และการถูกเปรียบเทียบปรับในคดีตลาดทุน
  2. การตรวจสอบเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital & Financial Solvency): ตรวจสอบว่าบริษัทดำรงทุนจดทะเบียนชำระแล้วตามเกณฑ์ที่ประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแต่ละประเภท (บทความนี้อ้างศูนย์ซื้อขาย 50 ล้านบาท นายหน้า 25 ล้านบาท และผู้ค้า 10 ล้านบาท [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) และดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) ตามเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] เพียงพอรองรับความเสี่ยงจากการดำเนินงานตลอดเวลา
  3. การตรวจสอบระบบจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody & Key Management): ตรวจสอบว่าระบบจัดเก็บใช้เทคโนโลยี Multi-Signature หรือ Multi-Party Computation (MPC) มีนโยบายการกระจายคีย์ (Key Sharding) และปฏิบัติตามสัดส่วน Cold Storage ที่ประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดอย่างเคร่งครัด (บทความนี้อ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])
  4. การตรวจสอบการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรมและการจัดการคำสั่ง (Market Surveillance): ตรวจสอบระบบตรวจจับการปั่นราคา (Market Manipulation), การส่งคำสั่งซื้อขายจับคู่กันเอง (Wash Trading) รวมทั้งการใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขาย (Insider Trading) และการส่งคำสั่งซื้อขายนำหน้าคำสั่งของลูกค้า (Front-running) ซึ่งเป็นพฤติกรรมคนละลักษณะกัน ตามบทบัญญัติของพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ดังนี้ มาตรา 46 ห้ามบุคคลใดส่งคำสั่งซื้อหรือขาย หรือซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัล อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณ หรือทำให้ราคาหรือปริมาณผิดไปจากสภาพปกติของตลาด และมาตรา 48 สันนิษฐานไว้ก่อนว่าการซื้อหรือขายซึ่งในที่สุดบุคคลที่ได้ประโยชน์ยังคงเป็นบุคคลคนเดียวกัน (Wash Trading) เป็นการกระทำตามมาตรา 46 มาตรา 42 ห้ามบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในที่เกี่ยวกับผู้เสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัล ซื้อหรือขายโทเคนดิจิทัล หรือเปิดเผยข้อมูลนั้นแก่ผู้อื่น เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรานั้น ทั้งนี้ ข้อมูลภายในตามนิยามในมาตรา 39 เป็นข้อมูลที่มีสาระสำคัญต่อราคาหรือมูลค่าของโทเคนดิจิทัล ส่วนมาตรา 45 ห้ามนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและพนักงานหรือลูกจ้างของนายหน้านั้นส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคำสั่งนำหน้าคำสั่งของลูกค้าในประการที่น่าจะทำให้ลูกค้าเสียประโยชน์ (Front-running)
  5. การตรวจสอบการปฏิบัติตาม Travel Rule และประวัติการร้องเรียน: ตรวจสอบระบบการส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลข้าม VASP และประวัติการถูกลูกค้าฟ้องร้องต่อศาลหรือร้องเรียนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 7 ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน บริษัทเป้าหมายจึงมีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 13 เมื่อธุรกรรมนั้นเป็นธุรกรรมที่ใช้เงินสดมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง ธุรกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย มีหน้าที่จัดให้ลูกค้าแสดงตนทุกครั้งก่อนการทำธุรกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่ลูกค้าได้แสดงตนไว้ก่อนแล้ว ตามมาตรา 20 และมีหน้าที่กำหนดนโยบายการรับลูกค้าและการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวกับการฟอกเงินของลูกค้า รวมทั้งตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าเมื่อเริ่มทำธุรกรรมครั้งแรกและตรวจสอบเป็นระยะจนปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า ตามมาตรา 20/1 โดยรายละเอียดเป็นไปตามกฎกระทรวงและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ผู้ซื้อต้องตรวจว่าบริษัทเป้าหมายปฏิบัติตามหน้าที่เหล่านี้ครบถ้วน ส่วนหน้าที่ส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอน (Travel Rule) เป็นไปตามประกาศของหน่วยงานที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] นอกจากนั้น ต้องตรวจประวัติการถูกตรวจสอบจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) และประวัติการเปรียบเทียบความผิดโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 64/1 ในความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64 ซึ่งรวมถึงการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่รายงานธุรกรรมและหน้าที่ตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

ประเด็นที่ต้องตรวจเพิ่มเมื่อสถาบันการเงินเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 51 ของบริษัทเป้าหมาย

ตารางเปรียบเทียบการทำ Due Diligence ระหว่างสถาบันการเงินดั้งเดิมกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

มิติการตรวจสอบสถาบันการเงินดั้งเดิม (ธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์)ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Exchange)
หน่วยงานกำกับดูแลหลักธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) / ก.ล.ต.สำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงาน ปปง.
การกำกับกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริษัทร่วมของสถาบันการเงินนั้นในลักษณะเหมือนกับเป็นนิติบุคคลเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความมั่นคงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่กฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจนั้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว (พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 57)หากผู้ซื้อเป็นสถาบันการเงินและบริษัทเป้าหมายกลายเป็นบริษัทลูก ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทยย่อมมีอำนาจกำกับและตรวจสอบบริษัทเป้าหมายในฐานะบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินด้วย นอกเหนือจากการกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต. เว้นแต่ในเรื่องที่กฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจนั้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้เป็นการเฉพาะแล้ว (พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 และมาตรา 58)
การตรวจพิสูจน์การมีอยู่ของสินทรัพย์ตรวจยอดเงินฝากและหลักทรัพย์ใน TSDตรวจ On-chain Wallet และ Proof of Reserves
ความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์ระบบ Core Banking และ Payment GatewayPrivate Key Thefts, Smart Contract Bugs, 51% Attack
การเก็บรักษาสินทรัพย์ลูกค้าฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือ Custodianเก็บใน Cold Storage ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และ Hot Wallet ไม่เกินร้อยละ 10 ตามประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ